Work-Life Balance โซลูชั่นสำหรับคนวัยทำงาน

การปรับสมดุล Work-Life Balance คำคุ้นหูที่หลายคนได้ยินกันบ่อย และอาจสงสัยว่ามันคืออะไรกัน Work-Life Balance คือแนวคิดที่พูดถึง การปรับสมดุล ระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวเพื่อลดผลกระทบจากการทำงานที่มากเกินไป ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับคนยุคใหม่ ทั้งที่ทำงานประจำและฟรีแลนซ์

แม้ว่าการทุ่มเทให้กับงานจะเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม แต่การขาดสมดุลระหว่างงานและชีวิตอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพและความสัมพันธ์ คนที่จริงจังกับงานหรือทำงานตลอดเวลาอาจเสี่ยงมีชีวิตขาดสมดุลทั้งสองด้าน บทความนี้จะมาช่วยเช็กว่าคุณขาดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตหรือไม่ และ Work-Life Balance มีแนวทางอย่างไร

ชีวิตแบบไหนที่ควรปรับ Work-Life Balance?
Work-Life Balance อาจช่วยให้หลายคนมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น เพราะ การทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน หากคุณพบว่าคุณมีอาการหรือพฤติกรรมต่อไปนี้อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว

รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ป่วยบ่อย นอนไม่หลับ และพักผ่อนไม่เพียงพอ
รู้สึกกดดันและเครียดเป็นประจำ ทั้งจากงานและจากตัวเอง
เอางานกลับมาทำที่บ้านเป็นประจำหรือต้องทำงานจนดึกดื่นอยู่ตลอด
มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูง
สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลายอยู่บ่อยครั้ง และมีแนวโน้มที่หนักขึ้น
นอกจากนี้งานศึกษาจำนวนหนึ่งยังชี้ว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมบ้างานมักมีความเสี่ยงของโรคเรื้อรังสูงกว่าคนกลุ่มอื่น โดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง และคนกลุ่มนี้ก็มักมีความคาดหวังกับผลงานของตนเองค่อนข้างสูง จึงมักรู้สึกเครียดและกดดัน เมื่อผลตอบรับไม่เป็นไปตามคาดก็มักเกิดความรู้สึกล้มเหลว ขาดความมั่นใจในตนเอง และมีอารมณ์ทางลบในด้านอื่น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรควิตกกังวล และกลุ่มอาการเบิร์นเอาต์ (Burnout Syndrome) หรือความรู้สึกหมดไฟในการทำงาน

นอกจากนี้ ตัวช่วยในการผ่อนคลาย อย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ก็สามารถทำลายสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจได้ในระยะยาวเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากพบผลกระทบหรือสัญญาณเหล่านี้ก็จำเป็นจะต้องคิดถึงการปรับสมดุลของชีวิตทั้งสองด้านให้ดำเนินควบคู่กันไปอย่างเหมาะสม

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *