The lion king (2019) : ความสมจริงคือดาบสองคมและจุดอ่อนอันยิ่งใหญ่

เรื่องย่อ The lion king

เรื่องราวของสิงโตแห่งผาทรนง เมื่อเจ้าป่ามูฟาซ่าถูกฆ่าตาย และสการ์น้องชายผู้ริษยา โยนความผิดนี้ให้กับซิมบ้า ลูกชายของมูฟาซ่า ทำให้ซิมบ้าต้องหนีอดีตอันแสนเจ็บปวดและยึดถือคติการดำรงชีวิตใหม่คือ “ฮากูน่า มาทาท่า” เรื่องราวของการผจญภัย โชคชะตา และความรัก  สร้างจากแอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จ กวาดรายได้ มากถึง 968 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

สามารถดูได้ที่ ดูหนังออนไลน์

ณ ดินแดนของป่าไพรร็อค “มูฟาซา” สิงห์โตเจ้าแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย กำลังปลาบปลื้มใจที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ “ซาราบี” ภรรยาแสนสวย และอ่อนหวานของเขาได้ให้กำเนิดลูกสิงห์โตเพศชาย และให้ชื่อว่า “ซิมบา” ที่แน่นอนว่าลูกสิงห์น้อยจะต้องเติบโตขึ้นเพื่อเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรอันทรงเกียรติ ที่พ่อสิงห์หมายมั่นและได้สร้างไว้ให้ แต่ในวันอันเป็นมงคล วันอันเป็นความสุขซึ่งมิใช่เพียงแต่ครอบครัวของราชาสิงห์และบริวารใกล้ชิดเท่านั้น หากแต่สรรพสัตว์ ในราวไพรเกือบทุกผู้ทุกตัวต่างก็แซ่ซ้องสรรเสริญ และชื่นชมในบุญญาบารมีของครอบครัวราชาสิงห์จะมีก็เพียงแต่กลุ่มหมาใน (ไม่ใช่พวกที่หลุดจากสวนสัตว์ไนท์ ซาฟารี ที่เชียงใหม่หรอกนะ) ที่หิวโหย และสิงห์เฒ่า “สกา” ผู้สิ้นหวังต่อบรรลังทองที่ตัวเองหมายมั่นอยู่อย่างใจจรดใจจ่อ แผนการชั่วร้ายเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เมื่อสิงห์น้อย “ซิมบา” ผู้อ่อนเยาว์ และซื่อใสตามประสาเด็กที่ยังไม่เจนจัดต่อโลกอันแสนสับสนและชิงดี ต่ออำนาจและเงินตรา (เอ ….ในป่าไพรร็อค ต้องใช้มากหรือเปล่านะ) สิงห์น้อยผู้สดใส จริงใจ แต่ทะนงในความเป็นลูกสิงห์ก็จึงต้องเพรี่ยงพร้ำ เพียงแต่คำพูดที่ปลุกเร้าเล็กน้อย ต่อความรู้สึกของการอยากรู้อยากเห็น และความทะนงประสาเด็ก ก็ได้ผล เมื่อลูกสิงห์ ฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อสิงห์ที่เคยสั่งห้ามไว้ว่า “อย่างไปที่สุสานช้าง ซึ่งเป็นดินแดนต้องห้าม” และที่สุดกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ลูกสิงห์น้อยก็ต้องเปลี่ยนสถานะกลายเป็นสิงห์น้อยผู้กำพร้าพ่ออย่างน่าใจหาย และต้องหลีกเร้นหน้าจากสังคมสรรพสัตว์ในป่าไพรร็อค ไป กว่าจะกลับมากู้และทวงบันลังค์คืนได้ก็แทบกระอัก แทบไม่เป็นผู้เป็นสัตว์ แต่ก็จบอย่างมีความสุขตามประสาหนังที่จะต้องชี้ให้เห็นว่า “ธรรมย่อมชนะอธรรม”

รีวิว
ก่อนอื่นขอพูดเรื่องCGIที่เป็นจุดเด่นของเรื่องนี้และก็ดูท่าทางหนังพยายามจะขายจุดนี้ซะเหลือเกิน ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าทำออกมาได้ดีและสุดยอดมากๆ
แต่ถึงอย่างงั้นมันก็กลายเป็นดาบสองคมและก็เป็นจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ของเรื่องนี้ ดาบสองคมในที่นี้คือภาพมันสวยมันงามตาอันนี้ดีจริงแต่อีกด้านที่มันกลับมาทิ่มแทงตัวเองคือ ด้วยความที่มันสมจริงเกินไป เราแทบแยกไม่ออกเลยว่าสิงโตตัวไหนคือตัวไหน (ลองดูภาพที่ผมแนบด้านล่างนี้) อีกทั้งด้วยความที่มันสมจริงเหมือนเป็นสัตว์จริงๆ การแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าและแววตาทำไม่ได้เลย มันดูแข็งๆไปหมด เหมือนกับว่าเป็นสารคดีสัตว์โลกที่มีเสียงพากย์แค่นั้น

The Lion King เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ชอบมากในวัยเด็ก และตื่นเต้นตั้งแต่รู้ว่าจะถูกนำกลับมาทำใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องนี้จะดำเนินด้วยสัตว์ป่าทั้งเรื่อง ต่างจาก Live Action ที่ผ่านมาของ Disney จึงยิ่งทำให้อยากรู้ว่าจะทำออกมาเป็นอย่างไร
จุดที่น่าประทับใจ
คืองานภาพที่ทำ CG ออกมาได้สวย ละเอียดและอลังการ คมชัดยันเส้นขน สัตว์ทุกตัวมีโมชั่นที่สมจริง และทุกการเคลื่อนไหวก็อยู่บนพื้นฐานธรรมชาติของสัตว์แต่ละประเภท จะมีก็แต่ทีโมนที่ออกแอคชั่นทำมือไม้เหมือนการ์ตูนบ้างถือว่าเป็นสีสัน ส่วนคู่พระนางซิมบ้าและนาล่านั้น ใครเป็นทาสแมวเตรียมตัวโดนตกกันได้เลย

จุดที่ไม่ชอบ
คือการเดินตามเวอร์ชั่นการ์ตูนทุกฝีก้าว จริงอยู่ที่เรื่องก่อนหน้าอย่าง Alladin ก็ยึดเนื้อเรื่องเดิม แต่ก็ยังมีการตีความบางอย่างใหม่ มีตัวละครใหม่ และปรับการเดินเรื่องให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ Lion King นั้น แทบไม่มีอะไรต่างจากการ์ตูน ชนิดที่ว่า 90% เหมือนของเดิม ไม่ว่าจะเป็นฉาก การดำเนินเรื่อง หรือแม้แต่บทพูด ทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาแบบเดิม มีฉากที่เพิ่มมาบ้างแต่ก็ไม่ได้สำคัญ เหมือนจงใจยืดให้หนังยาวขึ้นมากกว่า และเพราะหนังเลือกจะยึดความสมจริงของสัตว์ แต่ดันเดินเรื่องตามต้นฉบับเมื่อ 25 ปีก่อนเป๊ะๆ ไม่กล้าฉีกหรือเสนออะไรแปลกใหม่ จึงกลายเป็นโดนจำกัดจินตนาการ จนรู้สึกว่าจืดกว่าของเก่าไปอย่างน่าเสียดาย

สรุป
The Lion King (2019) เหมือนการเอาการ์ตูนเก่า ทำแปะทับด้วย CG ยุคใหม่ ซึ่งดูสวยงามมากในฉากหน้า ส่วนเนื้อในยังคงเดิมแทบจะ 100% แต่ไม่ใช่ว่าหนังจะไม่ดี มันยังคงสเน่ห์และความสนุกสนานในแบบของ Disney ได้อย่างครบถ้วน และดูได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเด็กๆ

ภาพยนตร์เรื่อง The Lion king นั้น ได้มีการสื่อถึงประเด็นต่างๆมากมาย

โดยส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของการเป็นผู้นำ เช่น ทุกที่ที่แดดส่องถึงคือที่ของเจ้าป่า
ประโยคนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของผู้นำ ที่จะต้องดูแลทุกชีวิตในอาณาเขตของตน
หรือจะเป็นประเด็นการใช้ชีวิตอยู่ในสายใยอาหาร ที่เจ้าป่าจำต้องรักษาสมดุลของสัตว์ป่าทั้ง
หลายไว้ ไม่ใช่ให้นักล่าล่าสัตว์กินพืชได้ตามใจชอบ เนื่องจากว่า ทุกชีวิตล้วนมีความสัมพันธ์
ซึ่งกันและกัน เช่นพืชเป็นอาหารให้กวาง กวางเป็นอาหารให้สิงโต เมื่อสิงโตตายก็จะย่อย
สลายกลับมาเป็นหญ้าให้กวางกิน วนอย่างนี้เป็นวัฏจักร
จะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น จะมีความเหมือนกันตรงที่ พ่อของ
ซิมบากำลังสอนซิมบาถึงการใช้ชีวิตแบบเข้าใจผู้อื่น ไม่ใช่นำตัวเองขึ้นเป็นใหญ่ ต้องรู้จัก
การดูแลสัตว์ต่างๆในการปกครองของตนดั่งนักปกครองที่เที่ยงธรรม ต้องรักษาสมดุลของ
ระบบนิเวศของพื้นที่ตนเองเพื่อให้สัตว์ในการปกครองอยู่ได้อย่างสงบสุข ซึ่งซิมบาก็เข้าใจ
และสามารถปกครองสัตว์ต่างๆได้ในตอนจบของภาพยนตร์นั่นเอง

สภาพภูมิศาสตร์

ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ2ของโลก ทั้งในด้าน
พื้นที่และจำนวนประชากร โดยมีเนื้อที่โดยประมาณ 30.2 ล้านตารางกิโลเมตร
และมีประชากรกว่า 1.1 พันล้านคน
ทวีปแอฟริกาล้อมรอมด้วยทะเลเมดิเตอเรเนียนทางเหนือ คลองสุเอซและ
ทะเลแดง บริเวณคาบสมุทรไซนายทางตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสมุทรอินเดียทาง
ตะวันออกเฉียงใต้ และมหาสมุทรแอตแลนติก
ทางทิศตะวันตก
ทวีปแอฟริกามีเทือกเขาสำคัญอยู่ 2 เทือกเขา คือ เทือกเขาแอตลาส ซึ่งตั้ง
อยู่ทางตอนเหนือของทวีป และ เทือกเขาดราเคนสเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ
ทวีปแอฟริกา

เทือกเขาแอตลาส หรือ Atlas Mountain มีความยาวประมาณ 2,400
กิโลเมตร หรือประมาณ 1,500 ไมล์ ยอดเขาสูงสุดมีชื่อว่า Jbel Toubkal มี่
ความสูง 4,167 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาแอตลาสนั้นเป็นเทือกเขาที่แบ่ง
ทะเลเมดิเตอเรเนียนและพื้นที่ชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกจากทะเลทรายซาฮารา

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *