รีวิว The Last Empress – จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์

ถ้าคุณเคยดูซีรีส์เกาหลีแนวย้อน ยุคของเกาหลี จำได้หรือไม่ว่าการล่มสลายของแต่ละราชวงศ์มีสาเหตุมาจากอะไร  ดูหนังออนไลน์ไทย แล้วถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน คิดว่าสิ่งใดที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น หลายครั้งที่ดูซีรีส์เกาหลีย้อนยุคไม่ว่าจะเป็นสมัยโครยอ ชิลลา หรือโชซอน พวกเราก็คงเคยชินกับเรื่องราวอันแสนปวดหัวหลายรูปแบบที่เกิดในวังหลวงใช่ไหมคะ แล้วถ้าเกิดว่าความวุ่นวายในวังหลวงแบบนั้นมาเกิดในยุคปัจจุบัน เรื่องราวในซีรีส์จะเป็นยังไงกันนะ รีวิว The Last Empress

เรื่องย่อ

เรื่องราวสมมติในยุคการปกครองระบอบกษัตริย์ในปี 2018 เน้นไปที่เรื่องราวชีวิตของ โอซันนี่ (รับบทโดย จางนารา) หญิงสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดงละครเวที จนในวันหนึ่งเธอได้แต่งงานกับองค์จักรพรรดิอย่างไม่คาดฝัน หญิงสาวเป็นคนที่ชอบมองหาความรักและความสุขที่แท้จริงในชีวิต หลังจากที่เธอเข้าได้ไปใช้ชีวิตดั่งฝันในพระราชวัง เธอกลับต้องต่อสู้กับเรื่องราวต่างๆที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หวังไว้ และได้พบกับ นาวังชิก (รับบทโดย ชเวจินฮยอก) องค์รักษ์หนุ่มผู้มีนัยแอบแฝงกับภารกิจลับในการมาทำงานในครั้งนี้

จักรพรรดินีพลิกบัลลังก์ เป็นซีรีส์เกาหลี ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง SBS ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี ค.ศ. 2018 ปัจจุบันผู้ชมในไทยสามารถรับชมได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Viu และ Netflix (สำหรับคนที่อยากดู Netflix บนจอใหญ่ ๆ จุใจ สามารถดูผ่านกล่อง trueid tv ได้แล้วนะจ๊ะ) มีทั้งหมด 26 ตอน

“หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดงละครเวทีชื่อดัง แต่ชีวิตของเธอกลับผกผันได้อภิเสกสมรสกับองค์จักรพรรดิ เมื่อเธอก้าวขาเข้ามาในพระราชวังที่มองจากภายนอกดูสวยงาม เธอกลับพบความจริงบางอย่างซึ่งทำให้ราชวงศ์นั้นสั่นคลอน”

รีวิว The Last Empress

เนื้อเรื่อง

เหตุการณ์สมมติหากเกาหลีใต้ยังคงปกครองในระบอบกษัตริย์ โดยเล่าเรื่องราวของ องค์จักรพรรดิ์อีฮยอก (รับบทโดย ชินซองรก) ผู้เป็นที่รักของประชาชน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ประกอบกับความรู้ความสามารถรอบด้าน เขาจึงเป็นกษัตริย์ที่ประชาชนทุกคนมอบความรักให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

รวมถึงสาวน้อยนักแสดงละครเวที โอซันนี่ (รับบทโดย จางนารา) หญิงสาวที่ติดตามผลงาน จนเรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวยงของฝ่าบาทอีฮยอกเลยก็ว่าได้ เมื่อโชคชะตาทำให้โอซันนี่ได้ใช้ชีวิตที่เธอไม่เคยกล้าใฝ่ฝัน คือการได้เคียงข้างอีฮยอกในฐานะองค์จักรพรรดินี โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่าบาทที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ

เพราะต้องการปกปิดความผิดที่ตนทำพลาดไป พระพันปีผู้เป็นแม่ที่คอยอยู่เบื้องหลังราชบัลลังค์จึงจัดการให้ลูกชายสวมบทฝ่าบาทผู้แสนดีที่เลือกแต่งงานกับหญิงสามัญชน แม้ว่าอีฮยอกจะมี มินยูรา (รับบทโดย อีเอลียา) ผู้ช่วยส่วนพระองค์ที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งเคียงข้างอยู่แล้ว

แต่เพราะต้องรักษาบัลลังก์เอาไว้เขาจึงต้องยอมเล่นละครตามคำสั่งไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านมินยูราหญิงสาวผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจฝ่าบาท รวมถึงช่วยปกปิดความผิดที่ฝ่าบาทฆ่าแม่เลี้ยงของเธอตาย และแม่เลี้ยงของมินยูราก็เป็นแม่แท้ๆ ของ นาวังชิก (รับบทโดย ชเวจินฮยอก) พี่ชายคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน

เมื่อแม่ของตนต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรม นาวังชิกจึงออกตามหาตัวฆาตกรและพบว่าคนๆ นั้นอยู่ในวังหลวง

โอซันนี่ที่กำลังเผชิญอันตรายรอบตัวในวังหลวงอย่างโดดเดี่ยวจึงได้พบกับนาวังชิกที่เปลี่ยนแปลงตัวเองและใช้ชีวิตในหนังออนไลน์ชื่อ ชอนอูบิน เขาหนีจากการตามล่าและเข้าวังมาเพื่อแก้แค้นให้แม่ของเขา ยิ่งโอซันนี่ถูกคนในวังหลวงรังแกมากเท่าไหร่ ภาพความเลวร้ายของผู้คนในวังก็เด่นชัดขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแต่ฝ่าบาท มินยูรา หรือพระพันปี

แต่ยังมีคนอีกมากที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่มาขัดขวางอำนาจและผลประโยชน์ที่ตนควรจะได้ สุดท้ายแล้วตอนจบของราชวงศ์อันแสนวุ่นวายนี้จะเป็นอย่างไร ความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมๆ กัน

การดำเนินเรื่อง

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องนี้ค่อนข้างน่าปวดหัวพอสมควร แต่ด้วยความเข้มข้นของบทและความฉลาดสุดๆ ของทุกตัวละครจึงทำให้เราพลาดไม่ได้สักวินาทีเดียว การวางแผนที่ดูเหมือนจะแยบยลและการทรยศหักหลังที่คาดไม่ถึง

รวมไปถึงการที่ผู้เขียนบทหักมุมในตอนต่าง ๆ ได้อย่างเก่งกาจจนเราหักตามแทบไม่ทันเลยทีเดียว เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอแค่การแก่งแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์หรือการแก้แค้นเท่านั้น แต่สิ่งที่เรื่องนี้นำเสนอได้ดีมาก ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ความรัก ซึ่งเรื่องนี้จะแสดงให้เราเห็นว่า รักแบบนี้คือความรักที่จริงใจหรือแค่หลอกลวงกันแน่

แต่ที่น่าลุ้นสุดๆ แน่นอนว่าต้องเป็นตอนจบ สุดท้ายแล้วใครจะได้รับอำนาจและผลประโยชน์มากที่สุด แผนของใครที่จะชนะ บทสรุปของความวุ่นวายจะเป็นอย่างไร และความรักที่โอซันนี่มีให้ฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่

นักแสดง

จางนารา รับบทเป็น โอซันนี่ หญิงสาวที่ใฝ่ฝันและรักในการเป็นนักแสดงละครเวทีมาตลอดชีวิต แต่ก็ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงในสายงานของเธอเองมากเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้กลายเป็นซินเดอเรลล่าแห่งชาติไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ชเวจินฮยอก รับบทเป็น นาวังซิก / ชอนอูบิน เขาใช้พลังความแค้นทั้งหมดที่มี พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้ามาเป็นองค์รักษ์ประจำสำนักพระราชวัง เพื่อหวังจะแก้แค้นให้แม่ของเขา

ชินซองรก รับบท องค์จักรพรรดิอีฮยอก เป็นองค์จักรพรรดิที่ได้รับการเคารพจากประชาชนเป็นอย่างมากจากผลงานที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแกร่งขึ้นและยังมีรูปลักษณ์ภายนอกและการพูดจาที่ดูดี แต่เบื้องหลังกลับคลุกคลีกับการคอร์รัปชั่น ซึ่งแน่นอนว่านี่คือบทถนัดของนักแสดงหนุ่มคนนี้เลยทีเดียว

อีเอลียา รับบทเป็น มินยูรา เธอเป็นผู้ช่วยที่ได้รับความไว้วางใจ และมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับองค์จักรพรรดิ อีกทั้งยังมีความทะเยอทะยานที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นโดยที่ไม่สนว่าจะต้องแลกมาด้วยวิธีการใด

ชินออนคยอง รับบทเป็น พระมารดาขององค์จักรพรรดิอีฮยอก

โดยรวม

ถ้าให้เล่าเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้แบบสั้นที่สุด คงต้องเล่าว่าเป็นเรื่องของแม่ผัว-ลูกสะใภ้ เมียน้อย-เมียหลวง จะจัดซีรีส์เรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดซีรีส์ “น้ำเน่า” ก็คงไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำให้ The Last Empress ต่างออกไปจากซีรีส์แนวเดียวกัน คือการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็พลาดไม่ได้สักตอน

เพราะยิ่งเรื่องดำเนินไปมากเท่าไหร่ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หักมุมมากพอๆ กับซีรีส์สืบสวนสอบสวนเลยก็ว่าได้ แม้ปมปัญหาจะไม่ใช่เรื่องที่เดายากหรือซับซ้อนจนปวดหัว

แต่คนเขียนบทก็สร้างความประหลาดใจให้เราได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ แม้จะเดาได้ว่าต่อไปเรื่องจะเป็นยังไง แต่ก็มีหลายครั้งที่เดาผิดจนต้องอุทานขึ้นมาว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ”

นอกจากเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหนแล้ว อีกเรื่องที่ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอออกมาได้ดีมากคือ “ความรัก” ที่เห็นชัดเลยก็คือความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาท เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าการที่เธอจะได้แต่งงานกับฝ่าบาทเป็นเรื่องจริงใช่ไหม

เธอจะคู่ควรกับฝ่าบาทหรือไม่ มันเป็นความรักที่ฝ่ายหนึ่งคอยเฝ้ามองคนที่รักมานาน จนกลายเป็นความผูกพันธ์ หลายคนอาจมองว่าโอซันนี่ไม่น่าไปหลงเชื่อฝ่าบาทตั้งแต่แรก

เพราะทั้งสองคนแตกต่างกันเกินไป แต่เรามองว่าการตัดสินใจของเธอเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเธอได้รักใครคนหนึ่งจนหมดหัวใจ แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวดก็ตาม แสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู เราบอกใบ้ให้นิดนึงว่าตอนหลังๆ มีการตั้ง และ เกิดขึ้นจ้า เท่านั้นไม่พอยังมีเลิฟไลน์อีกหลายๆคู่เป็นกำไรให้คนดูได้ฟินกันด้วย จะมีคู่ไหนบ้าง ต้องไปติดตามกันเอาเองน้า

สรุป

เป็นซีรีส์ที่ชวนปวดหัวแต่กลับดูได้เรื่อยๆ เห็นหลายคนบอกว่าดูรวดเดียวตั้งแต่ตอนแรกจนตอนล่าสุด ที่เป็นแบบนั้นก็อาจเป็นเพราะซีรีส์เรื่องนี้รวบรวมองค์ประกอบหลายอย่างที่ซีรีส์เกาหลีควรมี ทั้งความโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า แอคชั่น สืบสวน เรียกได้ว่าดูเรื่องเดียวแต่ได้ครบทุกอารมณ์

เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ม้ามืดที่ได้รับความนิยมอย่างแต่เนื่องตั้งแต่เริ่มออกอากาศ จนล่าสุดก็ประกาศเพิ่มตอนจาก 48 ตอนเป็น 52 ตอนแล้ว เรามองว่าการเพิ่มตอนเป็นเรื่องที่ดีที่คนดูจะได้เห็นรายละเอียดของการคลี่คลายปมปัญหาในเรื่องอย่างชัดเจน และก็มองว่าตอนที่เพิ่มมาไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกว่าการดำเนินเรื่องช้าเกินไปหรือทำให้น่าเบื่อเลย

“อย่าไว้ใจใครในวังหลวง เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นได้”

ถ้าคุณเคยดูซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุคของเกาหลี จำได้หรือไม่ว่าการล่มสลายของแต่ละราชวงศ์มีสาเหตุมาจากอะไร แล้วถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน คิดว่าสิ่งใดที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น

หลายครั้งที่ดูซีรีส์เกาหลีย้อนยุคไม่ว่าจะเป็นสมัยโครยอ ชิลลา หรือโชซอน พวกเราก็คงเคยชินกับเรื่องราวอันแสนปวดหัวหลายรูปแบบที่เกิดในวังหลวงใช่ไหมคะ แล้วถ้าเกิดว่าความวุ่นวายในวังหลวงแบบนั้นมาเกิดในยุคปัจจุบัน เรื่องราวในซีรีส์จะเป็นยังไงกันนะ

The Last Empress ได้จำลองเหตุการณ์สมมติหากเกาหลีใต้ยังคงปกครองในระบอบกษัตริย์ โดยเล่าเรื่องราวของ องค์จักรพรรดิ์อีฮยอก (รับบทโดย ชินซองรก) ผู้เป็นที่รักของประชาชน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ประกอบกับความรู้ความสามารถรอบด้าน เขาจึงเป็นกษัตริย์ที่ประชาชนทุกคนมอบความรักให้อย่างไม่มีเงื่อนไข รวมถึงสาวน้อยนักแสดงละครเวที โอซันนี่ (รับบทโดย จางนารา) หญิงสาวที่ติดตามผลงานจนเรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวยงของฝ่าบาทอีฮยอกเลยก็ว่าได้ เมื่อโชคชะตาทำให้โอซันนี่ได้ใช้ชีวิตที่เธอไม่เคยกล้าใฝ่ฝัน คือการได้เคียงข้างอีฮยอกในฐานะองค์จักรพรรดินี โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่าบาทที่เธอรักอย่างหมดหัวใจ

เพราะต้องการปกปิดความผิดที่ตนทำพลาดไป พระพันปีผู้เป็นแม่ที่คอยอยู่เบื้องหลังราชบัลลังค์จึงจัดการให้ลูกชายสวมบทฝ่าบาทผู้แสนดีที่เลือกแต่งงานกับหญิงสามัญชน แม้ว่าอีฮยอกจะมี มินยูรา (รับบทโดย อีเอลียา) ผู้ช่วยส่วนพระองค์ที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งเคียงข้างอยู่แล้ว แต่เพราะต้องรักษาบัลลังก์เอาไว้เขาจึงต้องยอมเล่นละครตามคำสั่งไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านมินยูราหญิงสาวผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจฝ่าบาท รวมถึงช่วยปกปิดความผิดที่ฝ่าบาทฆ่าแม่เลี้ยงของเธอตาย และแม่เลี้ยงของมินยูราก็เป็นแม่แท้ๆ ของ นาวังชิก (รับบทโดย ชเวจินฮยอก) พี่ชายคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เมื่อแม่ของตนต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรม นาวังชิกจึงออกตามหาตัวฆาตกรและพบว่าคนๆ นั้นอยู่ในวังหลวง

โอซันนี่ที่กำลังเผชิญอันตรายรอบตัวในวังหลวงอย่างโดดเดี่ยวจึงได้พบกับนาวังชิกที่เปลี่ยนแปลงตัวเองและใช้ชีวิตในชื่อ ชอนอูบิน เขาหนีจากการตามล่าและเข้าวังมาเพื่อแก้แค้นให้แม่ของเขา ยิ่งโอซันนี่ถูกคนในวังหลวงรังแกมากเท่าไหร่ ภาพความเลวร้ายของผู้คนในวังก็เด่นชัดขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแต่ฝ่าบาท มินยูรา หรือพระพันปี แต่ยังมีคนอีกมากที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่มาขัดขวางอำนาจและผลประโยชน์ที่ตนควรจะได้ สุดท้ายแล้วตอนจบของราชวงศ์อันแสนวุ่นวายนี้จะเป็นอย่างไร ความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมๆ กัน

ถ้าให้เล่าเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้แบบสั้นที่สุด คงต้องเล่าว่าเป็นเรื่องของแม่ผัว-ลูกสะใภ้ เมียน้อย-เมียหลวง จะจัดซีรีส์เรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดซีรีส์ “น้ำเน่า” ก็คงไม่ผิด แต่สิ่งที่ทำให้ The Last Empress ต่างออกไปจากซีรีส์แนวเดียวกัน คือการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็พลาดไม่ได้สักตอน เพราะยิ่งเรื่องดำเนินไปมากเท่าไหร่ ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หักมุมมากพอๆ กับซีรีส์สืบสวนสอบสวนเลยก็ว่าได้ แม้ปมปัญหาจะไม่ใช่เรื่องที่เดายากหรือซับซ้อนจนปวดหัว แต่คนเขียนบทก็สร้างความประหลาดใจให้เราได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ แม้จะเดาได้ว่าต่อไปเรื่องจะเป็นยังไง แต่ก็มีหลายครั้งที่เดาผิดจนต้องอุทานขึ้นมาว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ”

นอกจากเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหนแล้ว อีกเรื่องที่ซีรีส์เรื่องนี้นำเสนอออกมาได้ดีมากคือ “ความรัก” ที่เห็นชัดเลยก็คือความรักที่โอซันนี่มีต่อฝ่าบาท เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าการที่เธอจะได้แต่งงานกับฝ่าบาทเป็นเรื่องจริงใช่ไหม เธอจะคู่ควรกับฝ่าบาทหรือไม่ มันเป็นความรักที่ฝ่ายหนึ่งคอยเฝ้ามองคนที่รักมานาน จนกลายเป็นความผูกพันธ์ หลายคนอาจมองว่าโอซันนี่ไม่น่าไปหลงเชื่อฝ่าบาทตั้งแต่แรก เพราะทั้งสองคนแตกต่างกันเกินไป แต่เรามองว่าการตัดสินใจของเธอเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะเธอได้รักใครคนหนึ่งจนหมดหัวใจ แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวดก็ตาม แสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู เราบอกใบ้ให้นิดนึงว่าตอนหลังๆ มีการตั้ง #ทีมฝ่าบาท และ #ทีมองครักษ์ชอน เกิดขึ้นจ้า เท่านั้นไม่พอยังมีเลิฟไลน์อีกหลายๆคู่เป็นกำไรให้คนดูได้ฟินกันด้วย จะมีคู่ไหนบ้าง ต้องไปติดตามกันเอาเอง

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *