Luxury Home

แนวทางออกแบบบ้านให้ดูแพง แต่งบ้านให้ดูดี

บ้านที่แสนอบอุ่น ที่เราอาศัยกันอยู่ทุกวัน เพื่อนๆ ก็อาจจะเบื่อบ้างเหมือนกันใช่ไหมกับสไตล์เดิมๆ ในพื้นที่เดิม ๆ มีไอเดียง่าย ๆ ที่สร้างปรับให้บ้านของเรามีความหรูหราขึ้นมาได้ในราคาแสนประหยัด! มาสร้างความหรูหราให้แก่บ้านของเรากันเลยดีกว่า รับรองว่าง่ายแสนง่าย จะเป็นอย่างไรนั้นตามมาเลย

Luxury Home ตกแต่งบ้านให้หรูดูดี ด้วยวิธีการออกแบบ

การออกแบบ มีอิทธิพลต่อความรู้สึก การออกแบบที่ดีสามารถกำหนดความรู้สึกให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงเจตนารมณ์ที่ผู้ออกแบบต้องการนำเสนอ บางท่านเลือกที่จะออกแบบบ้านให้ดูอบอุ่น บางท่านชอบความเรียบง่าย วิถีพอเพียง แต่สำหรับเนื้อหาชุดนี้ ว่ากันด้วยแนวทางออกแบบบ้านให้ดูแพง แต่งบ้านให้ดูดี คำว่าแพงในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการซื้อของแพง ๆ มาตกแต่งนะครับ แต่เป็นการนำศาสตร์ด้านการออกแบบมาประยุกต์ใช้เพื่อให้วัสดุเดิม ๆ ดูแพงเกินราคาที่จ่ายไป

หลายๆครั้งเรามักจะได้ยินคำว่า Luxry Design , Luxury Home, รวมทั้ง Luxury Living ในบทความต่างๆหรือในงานออกแบบที่เหล่าดีไซน์เนอร์มักจะใช้กันให้ได้คุ้นชินกัน ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มเข้าใจได้ว่า คำอธิบายศัพท์พวกนี้ จะสื่อความหมายถึงความหรูหราในงานออกแบบหรือความหรูหราในแง่ของการใช้ชีวิต เรื่องของนิยามคำว่า Luxury Design กันแบบลึกซึ้งในแง่ของนักออกแบบ

นิยามคำว่า Luxury นั้นสื่อความหมายค่อนข้างจะกว้าง เป็นการเล่าถึงทุกกระบวนการในการใช้ชีวิตที่ผ่านการคิดแบบละเอียด งานออกแบบที่ผ่านการผลิตที่ปราณีตแล้วก็ความลัซชูรี่ก็คือไลฟ์สไตล์ของคนที่ชอบใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตที่มันเป็นมากกว่างานออกแบบเป็นประสบการณ์ที่ได้สัมผัส หรือการอยู่อาศัย

Envision as a Whole High End Interior Design นั้นเป็นมากกว่าการเลือกแชนเดอเลียอันหรูหรา หรือการออกแบบผนังหน้าต่างดัวยบัวหรือวาฟเฟิลที่ใช้ความปราณีตสำหรับในการก่อสร้าง แต่ว่าหน้าที่ของนักออกแบบนั้นจึงควรนำความสร้างสรรค์ บวกกับแรงดลใจ ต่อยอดเป็น solution ที่นักออกแบบตกแต่ง จึงควรเอามารวมกับบริบทของผู้ใช้งาน ซึ่งการออกอย่างงั้นผ่านการคิด วิเคราะห์มาหลายขั้นตอนก่อนจะมาสู่ Luxury Design Solution รายละเอียดงานต่างๆจำเป็นจะต้องสะท้อนถึงความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก

Envision as a Whole High End Interior Design นั้นเป็นมากกว่าการเลือกแชนเดอเลียอันหรูหรา หรือการออกแบบผนังหน้าต่างดัวยบัวหรือวาฟเฟิลที่ใช้ความปราณีตในการก่อสร้าง แต่หน้าที่ของนักออกแบบนั้นจะต้องนำความคิดสร้างสรรค์ บวกกับแรงบันดาลใจ ต่อยอดเป็น solution ที่นักออกแบบตกแต่งภายใน จะต้องนำมาผนวกกับบริบทของผู้ใช้งาน ซึ่งการออกแบบนั้นผ่านการคิด วิเคราะห์มาหลายขั้นตอนก่อนที่จะมาสู่ Luxury Design Solution  รายละเอียดงานต่างๆจะต้องสะท้อนถึงความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดของงานออกแบบ Luxury Design นั้นไปไกลตามจินตนาการของผู้บริโภค นั่นเป็นที่มาของงาน “Customised design” ที่เข้ามาตอบโจทย์ ทั้งงานของที่อยู่อาศัยและงานเชิงการค้าที่จะมาตอบสนองของความต้องการและรสนิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน งาน customized design คือการออกแบบและผลิตขึ้นเพียงชิ้นเดียวซึ่งจะรวมไปถึงงานเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ งานพื้น งานผนัง รวมไปถึงงานตกแต่งภายในอย่างจาน ชาม พรมและงานผ้าต่างๆเป็นต้น  นักออกแบบจะนำความต้องการของลูกค้าไปออกแบบและผลิตขึ้นตามแบบหรือคอนเซ็ปต์นั้นๆ ให้ออกมาได้อย่างสวยงามและปราณีต 

Comfort is The Key ความพิเศษของคำว่า Luxury นั่นหมายถึงความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพในบรรยากาศที่เพรียบพร้อมไปด้วยระบบต่างๆ ที่เข้ามาตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค ระบบความปลอดภัยที่ใช้งานง่าย ซึ่งในสมัยนี้ เรามีเทคโนโลยีมากมายที่จะเข้ามาทำงานควบคู่ไปกับนักออกแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่แบบ Luxury Living การเป็นอยู่ที่ให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น เป็นกันเองของเจ้าของบ้านและสะท้อนบุคลิกของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน  คุณภาพของการเป็นอยู่แบบ Luxury Living นั้นนอกจากเราจะเลือกสิ่งของต่างๆให้สะท้อนกับรสนิยมที่แตกต่างแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงพลังงานที่ดี ความเป็นธรรมชาติและความน่าสบายที่ลงตัวให้กับผู้อาศัย

It’s All About Experience ลองนึกภาพถึงนักสะสม นักบิน เชฟ และดีไซน์เนอร์มารวมกันในห้องเดียวและถามว่า อะไรคือบ้านในฝันของเขา เราเชื่อว่า คำตอบของแต่ละคนที่มีความแตกต่างออกไปตามความต้องการหรือจินตนาการที่มีให้กับบ้านในฝันหลังนี้ คำตอบตายตัวของคำว่า บ้านในฝันนั้นไม่มีถูกหรือผิด หรือแม้แต่วิธีการสร้างก็แตกต่างกันออกไปตามบริบท  โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหราและงาน Customized Design เราจะเห็นได้ว่า ผู้บริโภคในกลุ่มนี้จะมีความต้องการในการตกแต่งภายในที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก  ผู้บริโภคอาจจะต้องการงานตกแต่งภายในจากวัสดุหนังทั้งหมดในส่วนของห้องนั่งเล่น ส่วนอีกคนหนึ่งมีความต้องการจะเนรมิตห้องน้ำตนเองเป็นเหมือนสปาในโรงแรมที่เขาชอบ และผู้บริโภคบางคนได้ออกแบบห้องทานอาหารของครอบครัวเหมือนการดำอยู่ใต้น้ำเพื่อให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่ครอบครัวชอบ แม้ว่าความต้องการของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกัน แต่ในงาน Luxury Design จะมีหนึ่งปัจจัยหลักที่เหมือนกันคือ ประสบการณ์ที่แตกต่าง และเนื่องจากงานออกแบบ Luxury จะเป็นความลงตัวของรูปทรง สี ผิวสัมผัส และพื้นที่ๆถูกออกแบบมาอย่างปราณีตเพื่อให้ได้ประสบการณ์และรายละเอียดตามที่นักออกแบบได้คิดไว้

Complementary to Every Style งานออกแบบภายในแบบ luxury สามารถนำไปต่อยอดกับงานได้หลากหลายสไตล์มากๆ ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมแบบ Timeless Classical, Modern, Minimal, Loft, และงาน Scandivian เป็นต้น เพราะการออกแบบในเชิงความหรูหราในสไตล์เหล่านี้มักจะเน้นเรื่องของวัสดุในพื้น ผนัง เพดาน จนไปถึงงานผ้า งานเซเรอมิคเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับงานออกแบบได้อย่างดี

Less is Beautiful ในยุคปัจจุบัน นักออกแบบมักจะใส่ใจกับรายละเอียดที่สำคัญมากกว่าการเน้นที่ปริมาณ การออกแบบที่เรียกว่า น้อยแต่มาก หรือ Less is Beautiful ในงาน Luxury ที่เราหมายถึงนั้นคือการหาความลงตัวที่มากกว่า ราคาของเฟอร์นิเจอร์หรือเงินที่มีในการตกแต่ง ความลงตัวที่สำคัญคือ การวางองค์ประกอบที่ไม่มากจนเกินไป รวมไปถึงการเลือกวัสดุที่มีความธรรมชาติอย่างแท้จริงเช่น พวกหินอ่อนหรือเหล็กเป็นต้น ในส่วนของการเลือกเฟอร์นิเจอร์ ในงานของ Luxury Design เรามุ่งเน้นไปที่การออกแบบที่ลงตัวกับขนาดของสถานที่ วัสดุที่ดีที่สุดและเหมาะสมต่อการใช้งาน การผลิตที่ใส่ใจด้านรายละเอียด ทำให้ได้งานหรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีความปราณีตและความมั่นคง

Natural Materials and Sustainability หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญของงาน Luxury interior design คือการเลือกสี พื้นผิว และวัสดุที่มีคุณภาพและคงความเป็นธรรมชาติมากที่สุด มากไปกว่านั้นคือการใช้วัสดุที่มีความต่อเนื่องในทุกห้องและมีความลงตัว
ในปัจจุบันนี้ การเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมากต่อนักออกแบบที่จะนำมาพัฒนาต่อให้กับลูกค้า เพราะทุกวันนี้ มีวัสดุมากมายในตลาดที่ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าแบบ high end ที่ต้องการสร้างสิ่งดีๆให้กับโลก อย่างเช่น หิน เหล็ก งานผ้าแบบออร์แกนิค และงานไม้เป็นต้น

ซึ่งในปัจจุบันนี้ การออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็น design thinking process ในงาน luxury design เป็นที่เรียบร้อย

รายละเอียดของงานออกแบบ Luxury Design นั้นไปไกลตามจินตนาการของผู้บริโภค นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดงาน “Customised design” ที่เข้ามาตอบโจทย์ อีกทั้งงานของที่อยู่อาศัยและก็งานเชิงการค้าที่จะมาตอบสนองของความต้องการแล้วก็รสนิยมของคนซื้อในขณะนี้ งาน customized design เป็นการออกแบบแล้วก็ทำขึ้นเพียงแต่ชิ้นเดียวซึ่งจะรวมถึงงานเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ งานพื้น งานผนัง รวมถึงงานตกแต่งภายในอย่างจาน ชาม พรมแล้วก็งานผ้าต่างๆฯลฯ นักออกแบบจะนำความต้องการของลูกค้าไปออกแบบแล้วก็ผลิตขึ้นตามแบบหรือคอนเซ็ปต์นั้นๆให้ออกมาได้อย่างงดงาม

วิธีออกแบบบ้าน แนวทางออกแบบบ้าน
วิธีออกแบบบ้าน แนวทางออกแบบบ้าน

เริ่มกันด้วย กรอบช่องแสงขนาดใหญ่
โดยเริ่มจากแนวทางแรกในการออกแบบบ้านให้ดูแพง คือ การเล่นกับขนาดสัดส่วนของพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความกว้างใหญ่ โปร่งสบายตา และหนึ่งในพื้นที่ที่มีอิทธิพลกับงานออกแบบบ้านมาก คือ ผนัง นั่นอาจเป็นเพราะผนังเปรียบเสมือน Background ขนาดใหญ่ หาก Background ดูกว้างใหญ่สบายตา ก็จะทำให้บ้านหลังดังกล่าวดูมีมูลค่ามากขึ้นได้

เทคนิคการออกแบบผนังให้โปร่งกว้าง คือการเลือกวัสดุกระจกมาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งบ้าน ยิ่งกระจกกว้างมากเท่าไหร่จะยิ่งหลอกสายตาให้บ้านของเราดูกว้างขึ้นได้ การนำกระจกมาใช้งานสามารถทำได้ทั้งส่วนผนังที่เป็นช่องแสงแบบปิด และช่องแสงแบบเปิดหรือประตูหน้าต่างบานกระจกนั่นเอง

เปิดพื้นที่ให้โอ่อ่าด้วย Double Space

จากข้อแรกเน้นมิติทางสายตา ช่วยหลอกตาให้บ้านดูกว้างใหญ่ขึ้นได้ ในหัวข้อนี้ยังคงสัมพันธ์กับพื้นที่ แต่เป็นการออกแบบนอกเหนือกฎเกณฑ์มาตรฐานที่บ้านส่วนใหญ่นิยมทำกัน โดยปกติบ้านทั่วไปจะมีความสูงของฝ้าเพดานประมาณ​ 2.2-3 เมตร  ออกแบบบ้าน แต่หากลองเปลี่ยนบางห้องให้มีสัดส่วนของฝ้าที่สูงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือที่นิยามเรียกกันว่า Double Space จะช่วยให้บ้านของเราดูโอ่อ่า ดูหรูมากยิ่งขึ้น

โดยเริ่มจากห้องที่เหมาะกับการใช้งาน Double Space อาทิ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร แนวทางดังกล่าวนี้ ไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านสูงขึ้นมาก แต่กลับได้ความโปร่งสบาย ช่วยให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนได้อย่างสะดวก

ของแพงชิ้นเดียวก็เกินพอ

การแต่งบ้านเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ที่ต้องดูองค์ประกอบของภาพรวมให้ดูดีมีความสมดุล สำหรับเทคนิคการเลือกของตกแต่งบ้านที่ทำให้มุมดังกล่าวดูแพงขึ้นได้  คือ การเลือกของตกแต่งชิ้นใด ชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่าสูง (แพงจริง) โดยจัดวางให้ชิ้นดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่น นำสายตา ส่วนของตกแต่งชิ้นอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบเสริม สามารถเลือกซื้อมาวางร่วมได้ แต่ต้องอยู่ในโทนสีและสไตล์เดียวกัน หลักการดังกล่าวนี้จะทำให้ทุก ๆ ชิ้นที่เป็นองค์ประกอบเสริมดูแพงตามชิ้นใหญ่ครับ ในทางกลับกัน หากเลือกของตกแต่งที่ดูแพงหลาย ๆ ชิ้น จะทำให้เกิดการแย่งจุดสนใจจนรู้สึกถึงความเยอะเกินไป และจะลดมูลค่าของตกแต่งดังกล่าวลงไปมาก

ลองเพิ่ม Lighting ไปดูซิ

มีอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้บ้านดูตื่นตา ตื่นใจ คือการหยอดแสงไฟให้กับมุมต่าง ๆ ของบ้าน วิธีการนี้สามารถเรียกความสนใจให้ส่วนดังกล่าวดูโด่ดเด่น สง่างามยิ่งขึ้น อาทิ การหยอดแสงไฟให้กับของตกแต่งบ้าน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ของตกแต่งชิ้นดังกล่าวดูแพงขึ้นทันที

หากเป็นพื้นที่นอกบ้าน ทั้งมุมสวน รั้วบ้าน ทางเดิน เพียงติดตั้งไฟส่องดวงเล็ก ๆ ตามพุ่มไม้และพื้นทางเดิน หรือแม้แต่การเพิ่มแสงให้กับน้ำพุในตัวอย่างภาพดังกล่าวนี้ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้นได้ ส่วนโทนแสงที่นิยมนำใช้ตกแต่งมากที่สุดเป็นแสงวอร์มไวท์เท่านั้นนะครับ เพราะหากเป็นแสงสีขาวจะให้ความสว่างมากเกินไป

เติม Texture ให้ผนังมีมิติ

ผนังบ้านที่เราพบเห็นทั่วไปเป็นผนังฉาบทาสีเรียบ ๆ ซึ่งยังขาดความเป็นมิติของผนัง การเติม Texture ให้กับผนังบางส่วน เพื่อให้ผิวสัมผัสเกิดมิติที่น่าสนใจ จะช่วยยกระดับให้บ้านดูหรูหราน่ามอง ในทางฮวงจุ้ยยังให้ความหมายสื่อไปถึงการเสริมบารมี ดูมั่นคง ดูภูมิฐานอีกด้วยครับ โดยลวดลายที่ช่วยกระตุ้นให้บ้านดูแพง นิยมเลือกลายหินธรรมชาติ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *