4 P หลบไป การตลาดยุคใหม่ต้อง “P2C”

ธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคสตาร์ทอัพคือทำธุรกิจผ่านเทคโนโลยีมักออกมาในรูปแบบของการแก้ปัญหาน่าปวดหัวของลูกค้า เช่นอูเบอร์แท็กซี่ แกร็บแท็กซี่ การจองโรงแรมจองตั๋วเครื่องบิน แนะนำร้านอาหารจองคิวร้านอาหาร การสมัครการเคลมประกันภัย ฯลฯ เป็นโอกาสให้เกิดธุรกิจหรือบริการที่ตรงใจตรงตามความต้องการของลูกค้าอีกมากมาย

ส่วนประสมการตลาดแบบดั้งเดิมที่รู้จักกันมานานก็คือ 4P ประกอบด้วย Product (สินค้า), Price(ราคา), Place(สถานที่), Promotion(ส่งเสริมการตลาด) แนวคิดการตลาดยุคใหม่เปลี่ยนจาก 4P เป็น 4C หรือที่เรียกว่า P2C Marketing Breakthrough

Product è Customer’s Needs & Solutions

การตลาดที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าหรือบริการให้โดดเด่นแตกต่างทั้งในเรื่องคุณลักษณะ(Product Features) และคุณประโยชน์ (Product Benefits) เปลี่ยนเป็นการตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาให้กับลูกค้าทั้งในรูปแบบสินค้าและบริการ เเบบ ธุรกิจสตาร์ทอัพ

การตลาดยุคใหม่ต้องมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมเปลี่ยนแปลงให้สอดรับการความต้องการความปรารถนาของลูกค้ายุคใหม่ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ พฤติกรรมของลูกค้ายุคใหม่ความภักดีในสินค้าหรือตราสินค้าลดลงหรือเปลี่ยนใจง่าย จึงเป็นเรื่องปกติที่สินค้าหรือบริการแบรนดืใหม่ๆอาจประสบความสำเร็จถ้านำเสนอสินค้าหรือบริการได้ตอบโจทย์ตรงความต้องการหรือแก้ปัญหาความกังวลใจของลูกค้า

Price è Cost to Customer

การกำหนดราคา(Pricing)แต่ไหนแต่ไรมักจะหลักการ ต้นทุนสินค้าบวกด้วยค่าดำเนินการบวกด้วยค่าการตลาดบวกด้วยภาษีบวกด้วยกำไร แต่แนวการตลาดยุคใหม่ราคาคือค่าใช้จ่าย(Cost) ของลูกค้า การตั้งราคาจึงขี้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายเงินของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

สินค้าไฮเอ็นหรือแฟล็กชิพ (Hi-End/Flagship Product) ซึ่งเป็นสินค้าแบรนด์ดังคุณภาพดีคุณภาพท้อปก็มักตั้งราคาไว้สูงกว่าสินค้าทั่วไปโดยพิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายเอหรือกลุ่มลูกค้าตลาดบนยอมรับได้และมีความสามารถในจ่ายการซื้อหาสินค้า สินค้าพรีเมียม (Premium Product) คุณภาพดีก็มักจะตั้งราคาสูงลดหลั่นลงไปแบบคุ้มค่าคุ้มราคา(Value for Money) สำหรับกลุ่มเป้าหมายบีหรือกลุ่มลูกค้าตลาดกลาง สินค้ามาตรฐาน (Standard Product) คุณภาพมาตรฐานก็มักจะตั้งราคามาตรฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายซี-ดีหรือกลุ่มลูกค้าตลาดล่างที่มีความสามารถในการจ่ายหรือกำลังซื้อต่ำเป็นต้น

ความสามารถในการจ่ายของลูกค้าหมายถึงค่าใช้จ่ายรวมในการเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการ (Total Cost of Ownership) นั้นด้วย ลูกค้าไม่ได้รับเพียงรับผิดชอบเพียงราคาแต่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการใช้การครอบครองเป็นเจ้าของด้วยเช่นค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ค่าซ่อมค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา ฯลฯ

Place è Channel

การตลาดยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับช่องทางการขายการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ธุรกิจจำนวนไม่น้อยไม่มีหน้าร้านก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ประสบความสำเร็จ ธุรกิจดั้งเดิมที่อาศัยการขายการจำหน่ายผ่านหน้าร้านก็ยังคงหน้าร้านซึ่งเป็นช่องทางออฟไลน์ไว้แล้วเพิ่มช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถเข้าได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

ธุรกิจที่เป็นช่องทางออนไลน์ล้วนๆก็เริ่มเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าได้เห็นได้สัมผัสสินค้าจริงด้วยการทำร้านแสดงสินค้า (Physical Store) ขึ้นมา ธุรกิจบางอย่างเช่นสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นที่ลูกค้าอย่างลองสวมใส่จริงก่อนตัดสินใจก็เริ่มมีบริการให้ลูกค้าสั่งออนไลน์ไปลองสวมใส่ดูพอใจก็ซื้อ ไม่พอใจก็คืนได้ การดำเนินเช่นนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปิดหน้าร้านซึ่งมีค่าใช้จ่ายในด้านสถานที่ ค่าดำเนินการ ค่าพนักงานและอื่นๆได้จำนวนมาก

ช่องทางออนไลน์ก็ต้องใช้เทคนิคการดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าเข้าถึง ด้วยการออกแบบแคตาล้อค การแต่งหน้าร้านออนไลน์ การทำสื่อดิจิตอลทั้งแบบให้ลูกค้าค้นหาและแบบเข้าไปเสนอถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การมีข้อมูลใหญ่ (Big Data) ทำให้ประโยชน์ในการนำเสนอตรงตามความต้องการหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Promotion è Communication

การตลาดแบบดั้งเดิมจะเน้นการส่งเสริมการตลาดใน 4 รูปแบบจากซอฟท์เซลล์ไปสู่ฮาร์ดเซลล์คือ

การประชาสัมพันธ์ (Public Relations – PR)

การโฆษณา (Advertising)

การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion)

การขายโดยตัวบุคคล (Personal Selling)

การตลาดยุคใหม่ใช้การสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communication) ในรูปแบบเนื้อหา(Content) การโฆษณา (Advertising) การรีวิว (Review) ฯลฯ ผ่านสื่อดั้งเดิมหรือสื่อยุคดิจิตอลให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สื่อดิจิตอล สื่อสังคมกลายเป็นสื่อที่ใช้ประโยชน์ด้านการสื่อสารการตลาดที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสื่อดั้งเดิม บางธุรกิจไม่มีพนักงานขายหรือการขายโดยตัวบุคคลเลย การจัดรายการส่งเสริมการขายในรูปแบบ ลด แลก แจก แถม ก็น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ไปเลยการสื่อสารที่น่าสนใจดึงดูดใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งได้ผลดีกว่า

แนวคิดการตลาดยุคใหม่แบบ P2C Marketing Breakthrough จึงเป็นการเปลี่ยนมุมมองทางการตลาดไปให้ความสำคัญและขับเคลื่อนโดยลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย สามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายลงไปมากเมื่อเทียบกับการตลาดที่ใช้ส่วนประสมการตลาด 4P ดั้งเดิม

การตลาดออนไลน์

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *