แปลนคอนโด 3 แบบ ควรเลือกแบบไหน และ บริการรับตรวจบ้าน

แบบแปลนคอนโด เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อคอนโดควรจะรู้ เนื่องจากแปลนคอนโดมีหลายแบบ และแต่ละแบบก็เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ลองมาดูว่าแปลนคอนโดทั่วไปมีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนบ้างที่น่าจะเหมาะกับคุณ

 

แปลนคอนโด มีกี่แบบ
โดยทั่วไปแล้ว แปลนคอนโดที่นิยมกันจะแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ แปลนหน้ากว้าง แปลนหน้าจัตุรัส และแปลนแนวยาวตอนลึก ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้

1. แปลนคอนโดแบบหน้ากว้าง
โดยทั่วไปแล้ว แปลนคอนโดแบบหน้ากว้างจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หรือเป็นแปลนคอนโดขนาด 2 ห้องนอน ผสมผสานลักษณะแปลนคอนโดแบบหน้าจัตุรัสไว้ด้วยแต่กว้างกว่า ทำให้แบ่งพื้นที่หรือโซนห้องได้เป็นสัดส่วนและหลากหลาย แถมยังมีพื้นที่ใช้สอยเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ด้วย

อย่างที่บอกไปว่าแปลนคอนโดแบบหน้ากว้างจะมีพื้นที่ห้องมากกว่าแปลนคอนโดประเภทอื่น จึงเหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวใหญ่ เพราะตอบโจทย์ในการจัดสรรพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ และมีเนื้อที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด ควรเลือกแต่งห้องแบบ multi-function ที่เอื้อต่อการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งสร้างฉากกั้นแบ่งโซนห้องเป็นสัดส่วน

2. แปลนคอนโดแบบหน้าจัตุรัส
แปลนคอนโดแบบหน้าจัตุรัสเป็นรูป แบบแปลนคอนโด ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะโครงการหลายแห่งมักเลือกออกแบบแปลนคอนโดเป็นแบบหน้าจัตุรัส ด้วยลักษณะแปลนเป็นมาตรฐาน ไม่ดูซับซ้อน ทำให้วางแผนจัดสรรพื้นที่ใช้งานได้ง่าย

โดยคุณจะเห็นว่าสัดส่วนของห้องแต่ละห้องจะแบ่งไว้อย่างชัดเจน ทำให้มีพื้นที่ทำกิจกรรมอืน ๆ ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญยังใช้พื้นที่เดียวเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย

ส่วนใหญ่แล้ว แบบแปลนคอนโดลักษณะนี้จะเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่นิยมใช้เวลาพักผ่อน หรือชวนเพื่อนมาอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมในพื้นที่เดียวได้อย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไว้ใช้งานได้ตามใจชอบ

แต่ท้งนี้ แปลนห้องแบบหน้าจตุรัสก็ต้องใส่ใจเรื่องการตกแต่งห้องพอสมควร โดยควรเลือกจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ดี รวมทั้งจัดห้องให้เป็นแบบเปิดโล่งจะเหมาะกับการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในห้องได้ดีกว่า

3. แปลนคอนโดแบบแนวยาวตอนลึก
แปลนคอนโดแบบหน้ายาวตอนลึกนับเป็นอีกหนึ่งแปลนคอนโดแบบมาตรฐาน ฟังก์ชันของแปลนลักษณะนี้คือมีเนื้อที่มาก เอื้อต่อการจัดสรรโซนห้องได้เป็นสัดส่วน รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมหรือเพิ่มห้องขึ้นมาได้อีก เพราะแปลนห้องทำให้แบ่งขนาดพื้นที่แต่ละโซนได้อย่างชัดเจน ยิ่งใครมีของรักของสะสมจำนวนมาก หรือต้องการพื้นที่ทำงาน และพื้นที่ส่วนตัวก็สามารถจัดสรรพื้นที่ได้ไม่ยาก

แบบแปลนนี้จะเหมาะกับเหล่าพนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ หรือผู้ใหญ่วัยทำงาน เพราะตอบโจทย์เรื่องสร้างความเป็นส่วนตัวได้ดี รวมทั้งกำหนดพื้นที่ใช้งานหรือโซนห้องต่าง ๆ แยกกันชัดเจน การตกแต่งห้องอาจจะต้องหาเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินมาช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ และไม่แออัดจนเกินไป

แปลนคอนโด ควรเลือกแบบปิดหรือเปิดโล่ง
นอกจากรูปแบบแปลนคอนโดแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนสงสัยเมื่อจะตัดสินใจซื้อคอนโด ก็คงเป็นเรื่องของแปลนห้องคอนโดแบบปิดและแบบเปิด โดยมักลังเลว่าทั้งสองแบบนี้แบบไหนดีกว่ากัน  รับออกแบบบ้าน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักก่อนว่าแปลนห้องทั้งสองแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร

1. แปลนห้องแบบเปิด
แปลงห้องแบบเปิด คือ ห้องที่มีการจัดสรรพื้นที่ของห้องแต่ละห้องหรือมุมต่าง ๆ ที่เปิดถึงกัน โดยไม่มีฉากหรือประตูกั้นแยกขาดชัดเจน เรียกได้ว่าพื้นที่เหล่านั้นสามารถดัดแปลงเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้หลากหลาย

ข้อดีของแปลนห้องแบบเปิดก็คือช่วยให้พื้นที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเปิดรับแสงธรรมชาติจากข้างนอกเข้ามาได้ง่าย ทำให้เกิดการถ่ายเทของอากาศได้เป็นอย่างดี บรรยากาศโดยรอบปลอดโปร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวาง ไว้ดัดแปลงไว้รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามสมควร

แต่ทั้งนี้ การเปิดรับและเชื่อมต่อพื้นที่ถึงกันอย่างนี้ก็มีข้อเสียว่าอาจทำให้เสียความเป็นสัดส่วนและความเป็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่เหมาะกับครอบครัวที่อยู่กันหลายคน ในขณะที่แปลนห้องลักษณะนี้เหมาะกับคนที่อยู๋คนเดียวหรือสองคน

2. แปลนห้องแบบปิด
แปลนห้องแบบปิด คือ ห้องที่มีการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องแยกขาดชัดเจน โดยจะแบ่งพื้นที่ห้องหรือโซนทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งไว้โดยเฉพาะ ช่วยทำให้ห้องมีระเบียบ เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ผู้ที่รักความเป็นส่วนตัว หรือผู้ที่ชอบออกแบบธีมแต่งห้องแต่ละห้องให้แตกต่างกัน

ข้อเสียของแปลนห้องแบบปิดมักเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้สร้างและต่อเติมพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนนั่นเอง นอกจากนี้ พื้นที่ห้องอาจได้รับแสงธรรมชาติไม่เท่ากัน ซึ่งต้องวางแผนออกแบบแปลนห้องโดยรวมให้ดีว่าจะวางห้องใดไว้ตำแหน่งใดบ้าง

สรุปข้อดี-ข้อเสียของแปลนห้องแบบเปิด-ปิด

ข้อดีของแปลนห้องแบบเปิด

ข้อดีของแปลนห้องแบบปิด

เชื่อมต่อถึงได้สะดวก มีความเป็นส่วนตัว
ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย ห้องดูเป็นสัดส่วน
แสงสว่างทั่วถึง แต่ละห้องออกแบบให้เป็นตัวเองได้มากกว่า

ทำไมถึงต้องตรวจบ้าน ?

ในโครงการบ้านจัดสรร กว่าร้อยละ 90 บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้เป็นเจ้าของโครงการ จะจ้างผู้รับเหมาหลายรายในการดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จทั้งโครงการ ซึ่งการคัดเลือกผู้รับเหมาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทั้งนี้จะมีพนักงานของบริษัทฯ (โฟร์แมน,วิศวกร) เข้ามาคอยควบคุม ตรวจสอบการทำงานของผู้รับเหมา ถ้าหากว่าผู้รับเหมามักง่ายใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลต่อคุณภาพของบ้าน ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างบ้านแต่ละหลัง และหลังจากที่คุณซื้อบ้านไปแล้ว การตรวจสอบด้วยตาเปล่า ไม่อาจที่จะเห็นถึงปัญหาจากโครงสร้างภายใน ที่ต้องได้รับการแก้ไข

การใช้บริการรับตรวจบ้านถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถือเป็นจุดตัดสินว่าบ้านหลังนี้จะอยู่กับคุณไปได้นานหรือไม่ หากเกิดสิ่งใดผิดปกติหรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ก็จะได้จัดเตรียมวิธีแก้ไขได้ทันที ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การใช้บริการรับตรวจบ้านเป็นสิ่งจำเป็น

ใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้านหรือซื้อบ้านมือหนึ่งหรือมือสองจึงควรพิจารณาเรื่องการรับตรวจบ้าน รวมทั้งมองหาผู้ให้บริการด้านนี้เตรียมเอาไว้ โดยบทความนี้จะมาตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการรับตรวจบ้าน รวมทั้งแชร์เทคนิคเลือกผู้ให้บริการรับตรวจบ้าน

 

บริการรับตรวจบ้านคืออะไร
โดยทั่วไปแล้ว การรับตรวจบ้าน (Home Inspection) คือ ขั้นตอนของการตรวจสอบงานก่อสร้างรับเหมาอาคารและที่อยู่อาศัย โดยสังเกต เก็บรายละเอียด และจดรายละเอียดของลักษณะบ้านว่าเป็นอย่างไร

โดยผู้ให้บริการตรวจรับบ้านจะต้องประเมินลักษณะของบ้าน ดังนี้

  • ระบบทำความร้อนและทำความเย็น
  • ระบบประปา
  • ระบบไฟฟ้า
  • ระบบจ่ายน้ำ
  • ระบบกำจัดสิ่งปฎิกูล
  • ระบบป้องกันอัคคีภัยและรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการรับตรวจบ้านอาจเก็บร่องรอยความเสียหายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยแทะจากสัตว์หรือแมลง น้ำรั่ว ท่อแตก ไฟไหม้ และอื่น ๆ ควบคู่ด้วย

บริการรับตรวจบ้านมีข้อดีอย่างไร
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่วางแผนซื้อบ้านอยู่แล้ว การใช้บริการรับตรวจบ้านจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์ในการเลือกบ้านที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ไม่ถูกย้อมแมวขาย ดังนี้

1. ช่วยแยกประเภทบ้าน
ผู้ให้บริการรับตรวจบ้านจะระบุได้ว่าบ้านที่จะซื้อนั้นเป็นบ้านสร้างใหม่หรือบ้านที่สร้างมาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินในการจ่ายค่าซ๋อมแซมที่ตามมาภายหลัง

หากคุณซื้อบ้านมาโดยไม่ได้ตรวจบ้านก่อน ก็เป็นไปได้สูงที่ผู้ขายอาจปกปิดตำหนิของบ้านไว้ ในขณะเดียวกัน หากผู้รับตรวจบ้านเข้ามาตรวจบ้านก่อน ก็จะระบุปัญหาของโครงสร้างหรือระบบต่าง ๆ ภายในบ้านได้ ทำให้ผู้ขายต้องปรับปรุงระบบและส่วนที่เสียหายต่อไปก่อนนำมาขาย

2. สร้างความปลอดภัย
ผู้รับตรวจบ้านจะระบุส่วนที่เกิดความเสียหายหรือมีปัญหาได้ โดยปัญหาบางอย่างก็อาจนำมาสู่สวัสดิภาพของผู้อยู่อาศัย หากพบเจอปัญหาก็จำเป็นต้องทดสอบระบบก่อนให้เข้าใช้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบต่าง ๆ ใช้งานได้ปลอดภัย

3. หายห่วงเรื่องก่อสร้างถูกกฎหมาย
หากบ้านหลังนั้นได้รับการอนุญาตก่อสร้างอย่างมิชอบหรือไม่ถูกต้องตามหลักการออกแบบและก่อสร้าง ก็จะได้รับการตรวจสอบและเปิดเผยอย่างชัดเจน เพราะการก่อสร้างหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายจะส่งผลต่อการทำประกันบ้าน และสวัสดิภาพของชีวิตผู้อยู่อาศัยโดยตรง

4. ช่วยต่อรองได้
ผู้ให้บริการรับตรวจบ้านอาจให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับระบบหรือการก่อสร้างส่วนต่าง ๆ ของบ้านที่สามารถนำไปเจรจาต่อรอง เพื่อขอให้ทางคนขายช่วยเปลี่ยนอุปกรณ์หรือระบบบ้านให้ใหม่ รวมทั้งขอต่อรองลดราคาบ้านได้อย่างมีชั้นเชิง

5. คำนวณค่าซ่อมแซม
ผู้ให้บริการรับตรวจบ้านจะประเมินระยะเวลาการใช้งานของระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมทั้งคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับบำรุงรักษาหรือซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งมีส่วนช่วยในการวางแผนงบประมาณของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ในอนาคต

รับตรวจบ้าน เลือกใช้บริการอย่างไร
หากมองในมุมของผู้ซื้อบ้าน ควรเลือกใช้บริการรับตรวจบ้านโดยตรง วิธีเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือและได้มาตรฐานอาจเริ่มจากการสอบถามคนใกล้ตัวที่เคยมีประสบการณ์ใช้บริการนี้มาก่อน หรือหากค้นหาจากช่องทางออนไลน์ โดยดูรีวิวจากผู้ที่เคยใช้งานมาแล้ว

นอกจากนี้ อาจพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ให้บริการว่าความชำนาญและผ่านงานดังกล่าวมามากน้อยแค่ไหน หรือจะพูดคุยสอบถามกับตัวผู้ให้บริการโดยตรง โดยสอบถามประสบการณ์การทำงาน ประวัติเข้ารับการอบรมด้านที่เกี่ยวข้อง หรือความชำนาญเฉพาะทางเกี่ยวกับการรับตรวจบ้าน เช่น หากคุณวางแผนซื้อบ้านมือสอง ก็อาจเลือกผู้ให้บริการรับตรวจบ้านที่มีประสบการณ์ตรวจบ้านลักษณะนี้มามากหรือมีความรู้เกี่ยวกับบ้านเก่ามาพอสมควร

การตรวจบ้านที่ดีมีลักษณะอย่างไร

  1. มีความละเอียดรอบคอบในการตรวจทุกขั้นตอน
  2. หลังจากที่ตรวจบ้านเรียบร้อยแล้ว บริษัทตรวจบ้าน ต้องมี “สรุปหลังตรวจ” ว่าควรแก้ไขในส่วนไหนบ้าง พร้อมกับแนบรูปภาพประกอบแต่ละจุด เพื่อให้เจ้าของบ้านส่งต่อให้เจ้าของโครงการแก้ไขต่อไป

การประมาณการรายจ่าย ในการใช้บริการบริษัทรับตรวจบ้าน

เนื่องจากค่าบริการของบริษัทรับตรวจบ้านแต่ละที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นผู้ซื้อบ้านควรเปรียบเทียบราคาของแต่ละบริษัทให้ดี และเลือกบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพ และมีใบประกอบวิชาชชีพโดยตรง ซึ่งเราก็มีตัวอย่างราคาค่าบริการบริษัทที่รับตรวจบ้านมาให้ดูกัน

กว่าจะเจอบ้านที่ตรงใจและใช่สำหรับคุณจริง ๆ สักหลัง ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นก่อนจะตกลงปลงใจเลือกบ้านอย่าลืมให้ความสำคัญกับการตรวจบ้านให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการรับตรวจบ้าน หรือตรวจเองก็ตาม เพื่อให้คุณได้บ้านที่ตรงใจ และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย

ก่อนการเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ ควรมีการจ้างบริษัทรับตรวจบ้าน มาตรวจความเรียบร้อยเสียก่อน เพราะหลังจากที่คุณได้เซ็นโอนกรรมสิทธิ์เป็นของคุณไปแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านจากความมักง่ายในการก่อสร้างของผู้รับเหมาจะตกเป็นของคุณ
หวังว่าความรู้ที่เรานำมาฝากนี้ จะเป็นประโยชน์กับคุณได้

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *