อินซูลิน อินซูลิน ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้

อินซูลิน (Insulin)

อินซูลิน (Insulinคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นจากตับอ่อน ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในให้เหมาะสม ทั้งนี้อินซูลินที่ใช้ในทางการแพทย์นั้นสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อรักษา โรคเบาหวาน ทั้งในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ร่วมกับการใช้ยาชนิดอื่น ๆ หรือเมื่อการใช้ยาชนิดอื่น ๆ ไม่ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ โดยอินซูลินแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

 

ชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Ultra Rapid-Acting) เป็นชนิดที่ใช้เวลาการเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 12-30 นาที และออกฤทธิ์สูงสุดในช่วงเวลา 30 นาที-3 ชั่วโมง และออกฤทธิ์ยาวนานต่อเนื่อง 3-5 ชั่วโมง

ชนิดออกฤทธิ์ปกติ (Regular หรือ Short-Acting) คืออินซูลินที่จะเริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดเข้าร่างกายประมาณ 30 นาที ตัวยาออกฤทธิ์สูงสุดระหว่าง 2.5-5 ชั่วโมง และออกฤทธิ์ต่อเนื่อง 4-8 ชั่วโมง

ชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (Intermediate Acting) คืออินซูลินที่จะเข้าสู่กระแสเลือด 1-2 ชั่วโมง และออกฤทธิ์สูงสุดระหว่างเวลา 4-12 ชั่วโมง และออกฤทธิ์ต่อเนื่อง 14-24 ชั่วโมง

ชนิดออกฤทธิ์นาน (Long Acting) อินซูลินชนิดนี้จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 6-14 ชั่วโมงหลังฉีด และค่อย ๆ ออกฤทธิ์ใน 10-16 ชั่วโมง โดยไม่มีช่วงเวลาออกฤทธิ์สูงสุด อินซูลีนชนิดนี้จะอยู่ในกระแสเลือดได้ถึง 20-24 ชั่วโมง

ในการใช้อินซูลินแพทย์จะเป็นผู้สั่งและ เป็นผู้กำหนดปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น เนื่องจากการใช้ในปริมาณที่น้อยเกินไปจะทำให้การรักษาไม่ได้ผล หรือหากใช้มากไปอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตรายได้

เกี่ยวกับอินซูลิน

กลุ่มยา ยาฮอร์โมนอินซูลิน
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาฉีด


คำเตือนการใช้อินซูลิน

  • ผู้ที่ประวัติแพ้อินซูลิน ควรหลีกเลี่ยงการใช้อินซูลินทุกชนิด
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ห้ามใช้อินซูลิน
  • ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาดังกล่าว
  • ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบหากผู้ป่วยมีการใช้ยารักษาโรคเบาหวานชนิดอื่น ๆ เพื่อป้องกันการใช้ยาซ้ำซ้อน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจได้
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรควรแจ้งต่อแพทย์ก่อนใช้ยานี้เพื่อความปลอดภัย

ปริมาณการใช้อินซูลิน

ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

  • รักษาภาวะเลือดเป็นกรดจากโรคเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis) เบื้องต้นให้ 20 ยูนิต และให้ 6 ยูนิตต่อชั่วโมงจนกว่าระดับน้ำตาลลดลงถึง 10 มิลลิโมลต่อลิตรหรือ 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แล้วจึงเปลี่ยนมาให้ยาทุก 2 ชั่วโมง

ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

รักษาภาวะเลือดเป็นกรดจากโรคเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis)

  • ผู้ใหญ่ สำหรับสารละลายอินซูลินความเข้มข้น 1 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ผ่านทางเครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือด เริ่มต้นที่ 6 ยูนิตต่อชั่วโมง และสามารถให้เพิ่มเป็นเท่าตัว หรือ 4 เท่าได้ หากระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่ลดลงอย่างน้อย 5 มิลลิโมลต่อลิตรหรือ 90 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรต่อชั่วโมง หากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงถึง 10 มิลลิโมลต่อลิตรต่อชั่วโมง หรือ 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สามารถลดปริมาณอินซูลินลงเหลือ 3 ยูนิตต่อชั่วโมงได้ และควรให้สารละลายกลูโคสความเข้มข้น 5%ไปพร้อมกันด้วย เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จนกว่าผู้ป่วยจะสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และไม่ควรหยุดใช้อินซูลินทางหลอดเลือดดำจนกว่าจะกลับมาให้ทางการฉีดใต้ผิวหนัง และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าให้สารน้ำแก่ผู้ป่วยในปริมาณที่เพียงพอ อีกทั้งให้โพแทสเซียมแก่ผู้ป่วยเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะโพสแทสเซียมต่ำเนื่องจากได้รับอินซูลิน
  • เด็ก สำหรับสารละลายอินซูลิน ให้ในปริมาณ 1 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ผ่านเครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือด เริ่มต้นที่ 0.1 ยูนิตต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และสามารถให้เพิ่มเป็นเท่าตัว หรือ 4 เท่าได้ หากระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่ลดลงอย่างน้อย 5 มิลลิโมลต่อลิตรต่อชั่วโมง หรือ 90 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างน้อย 10 มิลลิโมลต่อลิตรต่อชั่วโมง หรือ 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร สามารถลดปริมาณอินซูลินลงเหลือ 0.05 ยูนิต ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง ได้ และควร ให้ สารละลาย กลูโคส ความเข้มข้น 5%ไป พร้อม กัน ด้วย เพื่อ ป้องกัน ภาวะน้ำตาล ใน เลือดต่ำ จน กว่า ผู้ป่วย จะ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และไม่ ควร หยุดใช้ อินซูลินทางหลอดเลือดดำจนกว่าจะกลับมาให้ทางการฉีดใต้ผิวหนัง และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าให้สารน้ำแก่ผู้ป่วยในปริมาณที่เพียงพอ อีกทั้งให้โพแทสเซียมที่เพียงพอแก่ผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะโพสแทสเซียมต่ำเนื่องจากได้รับอินซูลิน

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *