ห้องครัว

ออกแบบครัวให้ใช้สะดวกสบาย ด้วยระยะใช้งาน

ห้องครัว กับการออกแบบให้ถูกต้อง ตาม สรีรศาสตร์ ห้องครัวที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย หรือ Ergonomic ซึ่งหมายถึง การศึกษาสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อความเหมาะสมกับการทำงานหรือการใช้งาน หากต้องออกแบบห้องสักห้องหนึ่ง อย่างห้องครัว ที่ทุกคนในบ้านต่างต้องใช้งานร่วมกัน เพื่อให้ได้ระยะต่างๆ อย่างเหมาะสม Ergonomic ถือเป็นจุดเริ่มต้นการออกแบบที่สำคัญในการออกแบบส่วนต่างๆ ให้สัมพันธ์กับการใช้งาน ทั้งระยะการหยิบจับสิ่งของได้สะดวก และปลอดภัยต่อผู้ใช้งานเอง

ห้องครัว เป็นอีกหนึ่งห้องสำคัญของบ้าน นอกจากจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหารในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นพื้นที่สานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวให้ได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน ดังนั้นการออกแบบ ตกแต่ง และจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ในครัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ออกแบบบ้าน

โดยเฉพาะคนที่รักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจย่อมต้องมีครัวในฝันกันทั้งนั้น แต่ครัวในชีวิตจริงของหลายๆ บ้าน กลับตรงกันข้ามกับครัวในฝันโดยสิ้นเชิง ซึ่งสาเหตุก็อาจจะมาจากรูปแบบการอยู่อาศัยและพื้นที่ในบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย

ห้องครัว พร้อมใช้ ออกแบบห้องครัวให้สวยครบครันด้วยมือเรา
ห้องครัว พร้อมใช้ ออกแบบห้องครัว ให้สวยครบครันด้วยมือเรา

อิเกีย ห้างเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านชั้นนำจากประเทศสวีเดน จึงนำเสนอแนวทางการออกแบบ “ครัวที่ใช่” แนะวิธีเลือกห้องครัวที่ตอบโจทย์ ทั้งลักษณะพื้นที่ใช้สอย ความต้องการ และไลฟ์สไตล์การทำอาหารของแต่ละบ้าน พร้อมคำแนะนำสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อย ว่าจะออกแบบห้องครัวอย่างไรให้ปลอดภัยกับเด็กๆ สร้างความคุ้นเคยกับห้องครัวและการทำอาหาร เพื่อแบ่งปันความสุขร่วมกันในครอบครัว

ก่อนที่จะเริ่มออกแบบห้องครัว อยากให้ทุกบ้านถามตัวเองก่อนว่า เราคือใคร? อยู่อย่างไร? ใช้ชีวิตอย่างไร? และเราทำอะไรในห้องครัวบ้าง? การทำความเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน มีผลต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในบ้าน รวมถึงรูปแบบและขนาดของห้องครัวด้วย

โซนการทำครัว

ก่อนอื่น จะต้องรู้ก่อนว่า ภายในห้องครัวที่มีการแบ่งพื้นที่ สำหรับการใช้งานอย่างไร โดยพื้นที่ในการทำครัวหลัก ๆ จะมี 3 ส่วน ดังนี้

พื้นที่A สำหรับเก็บของ ทั้งของสดและของแห้ง ในส่วนนี้จะมีตู้เย็น ตู้ และชั้นวางของ การออกแบบที่ดีควรแยกชนิดวัตถุดิบต่างๆ อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้หาของต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

พื้นที่B สำหรับล้างและทำความสะอาด ประกอด้วยซิงค์ล้างจาน และที่พักจาน โซนนี้ควรวางใกล้ตู้เย็น เพราะจะใช้พื้นที่ร่วมกับการเตรียมวัตถุดิบ เช่น สามารถนำผัก ผลไม้ มาล้างได้อย่างสะดวก เป็นต้น

พื้นที่C สำหรับเตรียมของและปรุงอาหาร เป็นส่วนของท็อปครัวโล่งๆ พื้นที่เตาประกอบอาหาร เครื่องดูดควัน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่ต้องนำอาหารสดมาผ่านกรรมวิธีการปรุงในแบบต่างๆ อย่างเครื่องปั่น หรือไมโครเวฟ เพื่อความปลอดภัยจากการถือของร้อนเดินไปมาระหว่างการปรุงและการจำกัดความสกปรกเลอะเทอะไม่ให้ขยายวงกว้าง จึงควรวางเครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้กัน ในระยะที่เดินได้ไม่เกิน 1-2 เมตร และไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง

ผังครัว ขั้นแรกการออกแบบ จากการใช้พื้นที่ทั้ง 3 โซน A, B และ C
ห้องครัวแบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆ ได้ตามการคำนวณขนาดของพื้นที่ ว่าครัวของเราควรเป็นครัวรูปทรงใด มาเริ่มกันที่พื้นที่เล็กไปหาใหญ่กันเลยว่า จะออกแบบครัวเป็นรูปทรงใดได้บ้าง

1. พื้นที่3-5 ตร.ม. ควรจัดวางห้องครัว ให้เป็นรูปตัว i (i-Shaped Kitchen) เป็นห้องครัวที่มี เคาน์เตอร์ ครัวติดผนัง ด้านใด และด้านหนึ่ง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า One wall Kitchen เหมาะกับพื้นที่ ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียม หรือทาวน์เฮ้าส์ ครัวลักษณะนี้มัก จะมีพื้นที่ทั้ง 3 โซน อยู่ในแถวอันเดียวกัน

Tip : การออกแบบพื้นที่ครัวรูปทรงนี้ ควรออกแบบเรียงลำดับพื้นที่ใช้งาน A, B และ C จากซ้ายไปขวา

2. พื้นที่ 6 ตร.ม. ขึ้นไป ควรจัด วางครัว เป็นรูปตัว L (L-Shaped Kitchen) โดยการดีไซน์ แบบนี้จะ สามารถนำโต๊ะ ทานข้าวเล็ก ๆ มาวางตรง อีกมุมตรงข้าม เคาน์เตอร์ได้ หากมีพื้นที่เหลือพอ

Tip : การจัดครัวลักษณะนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ส่วนใหญ่พื้นที่ใช้งาน A และ B จะอยู่เคาน์เตอร์ด้านที่ยาวกว่าและมักวางใกล้กัน แต่หากเคาน์เตอร์ด้านยาวนั้นมีหน้าต่างที่ระบายอากาศได้ดีกว่า ก็ควรนำโซนปรุงอาหารมาตั้งบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ดังนั้นจะจัดวางตำแหน่งใดก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นเป็นหลัก

3. พื้นที่ 9 ตร.ม. ขึ้นไป ควรจัดวางครัวเป็นรูปตัว U (U-Shaped Kitchen) หรือจะจัดเป็นครัวแบบเส้นขนาน (Gallery Kitchen) ก็ได้ ซึ่งทั้งสองรูปแบบจะต่างกันแค่มีการเชื่อมเคาน์เตอร์ครัวกันหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่หรือผนังด้านที่เชื่อมกันเป็นช่องแสงขนาดใหญ่แค่ไหน ถ้าช่องแสง ความยาวจากพื้นถึงฝ้าเต็มผนัง ก็ไม่ควรมีแต่เคาน์เตอร์มาบัง หน้าต่าง เพื่อให้แสงเข้า มาในครัวมากที่สุด

Tip : การจัดวางครัวลักษณะนี้ หากเป็นรูปตัว U ควรวางพื้นที่ใช้งาน A และ C ตรงข้ามกัน ครัวแบบเส้นขนานมักจะวางพื้นที่ใช้งาน B และ C อยู่ในฝั่งเดียวกัน ตรงกลางจะมีพื้นที่ความกว้าง 80-120 ซม. ที่สามารถหมุนตัวเองทั้งด้านหน้าและหลังได้สบายๆ ตลอดเวลาการทำครัว

4. พื้นที่ 12 ตร.ม. ขึ้นไป สามารถ จัดครัว แบบเกาะกลาง (Island Kitchen) ที่มี ทั้งขนาดเล็ก และใหญ่ เพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่ได้ ซึ่งเข้าคู่ได้กับครัวทุกรูปแบบ ทั้งครัวรูปตัว I ตัว U หรือ ตัว L แต่ครัวแบบนี้จะใช้ กับบ้าน ที่มีแปลน แบบ Open Space ข้อดีคือสมาชิกในบ้านช่วยกันเตรียมอาหารได้ทุกด้าน แต่จะต้องมีพื้นที่โดยรอบมากพอ หรือกว้างอย่างน้อย 60 ซม.
หลายคนอาจคิดว่า เกาะกลางนี้จะต้องเป็นแบบถาวร แต่ในความเป็นจริงเกาะกลางนี้สามารถใส่ล้อแล้วเคลื่อนย้ายได้ ส่วนรูปแบบของเกาะกลางนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งานเกาะกลางนั้นอย่างไร บางบ้านไม่มีความจำเป็นมากก็อาจจะทำเป็นเพียงเคาน์เตอร์เท่านั้น แต่บางทีอาจใช้เป็นอ่างล้างจาน เตาปรุงอาหาร ที่วางของ หรือโต๊ะรับประทานอาหารก็ได้

Tip : สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงสำหรับการทำเกาะกลางคือเรื่องงานระบบน้ำ-ไฟ เพื่อให้การติดตั้งไม่ยุ่งยากและเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรมีการวางแผนก่อนว่าเกาะกลางที่เราต้องการนั้นจะใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นหลัก

ระยะต่างๆของเคานเตอร์สำหรับการใช้งาน
เมื่อได้รูปแบบครัวที่เหมาะสมกับพื้นที่แล้ว ก็มาถึงระยะความสูงและความกว้างของ เคาน์เตอร์ครัว นอกจากจะต้องเช็คระบบท่อต่างๆ ตามผนังให้สัมพันธ์กันดีแล้ว การบิวท์อินครัวก็ต้องอยู่ในระยะที่ได้มาตรฐานด้วย ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัวสำหรับพื้นที่ที่ใช้งานได้ดีควรลึก 60 ซม. และ สูงจาก พื้นถึง ท็อป 90-105 ซม. ส่วนบิวท์อินตู้ลอย จากชั้นล่างสุดสูงขึ้นมาจากท็อปครัว ประมาณ 40-70 ซม. ลึก 20-40 ซม. เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากการที่ศีรษะของผู้ใช้งานไปชนหรือกระแทก ถ้าภาพรวมตู้ลอยสูงกว่า 2.10 เมตร ต้องใช้บันไดเล็กในการหยิบของที่ชั้นสูงสุด

ส่วนเครื่องดูดควันควรห่างจากเตาไฟ 50-70 ซม. รวมทั้งเกาะกลางที่ควรสูงจากพื้นให้เท่ากับท็อปเคาน์เตอร์โดยรอบ และไม่ควรกว้างเกิน 1 ม. เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานเอื้อมมือไปอีกฝั่งได้ยาก ส่วนความยาวจะขึ้นอยู่กับพื้นที่รอบๆ โดยจะต้องเดินได้รอบ ความกว้างไม่น้อยกว่า 60 ซม.

ข้อควรคำนึงถึง
ตามหลักแล้ว ตู้เย็นและที่เก็บอาหารแห้งควรที่จะอยู่ใกล้กับจุดทางเข้าห้องครัวที่สุด เว้นพื้นที่เคาน์เตอร์ด้านขวา ประมาณ 40-60 ซม. ช่วยให้มี พื้นที่ว่าง สำหรับวางสิ่ง ของที่คุณหยิบ ออกมาจากตู้เย็น หรือ ตู้เก็บอาหารต่าง ๆ ได้ บริเวณนี้ยังควรมีชั้นลอยเล็กๆ สำหรับวางทั้งเครื่องปรุงต่างๆ ในการเตรียมอาหาร กระดาษทิชชู ลิ้นชักเก็บถุงพลาสติก กระดาษฟอยด์ หรือทัพเพอร์แวร์ ในขณะที่ตู้ลอยวางของด้านบนก็อาจวางชามใหญ่ๆ อย่างชามตีแป้ง ชามสลัด หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับเตรียมอาหาร รวมถึงถังขยะที่ควรอยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน แต่หากว่าห้องครัวคุณมีพื้นที่มาก พื้นที่เตรียมอาหารก็ยิ่งมีได้มากขึ้น ช่วยให้การเตรียมอาหารสะดวกสบายขึ้น

อีกหนึ่งระยะที่ควรคำนึงถึงนั้นคือ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จะมีจุดระยะที่สะดวกต่อสรีระการใช้งานกับเราเช่นกัน อย่างเตาอบที่จะต้องสูงในระดับเดียวกับเคาน์เตอร์ครัวสำหรับเตรียมอาหาร เพราะเมื่อเราเตรียมอาหารเสร็จ ก็เปิดใช้งานได้ทันที ถ้าติดตั้งต่ำกว่าหรือสูงกว่าอาจจะใช้งานไม่สะดวก เพราะต้องก้มตัวลงต่ำหรือเขย่งตัวใช้งาน ความสูงที่แนะนำ คือ จากพื้นถึงฐานเตาอบควรอยู่ที่ 45-70 ซม. ส่วนไมโครเวฟนั้นก็เช่นกัน ควรวางให้อยู่ในระดับสายตา สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็สามารถเก็บตามตู้ให้เป็นระเบียบได้

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *