สร้างบ้านอย่างไร ให้ประหยัดพลังงาน

สร้างบ้านอย่างไร ให้ประหยัดพลังงาน

เมื่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น ทั้งค่าบัตรเครดิต ค่าน้ำมัน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าภาษี และอีกหลายๆอย่างที่เราต้องรับผิดชอบ ยิ่งบ้านเราเป็นเมืองร้อนเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นสองเท่าของฤดูหนาว เนื่องจากต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อให้อุณภูมิภายในบ้านเย็นขึ้น เพราะฉะนั้นเราจึง ควรออกแบบบ้านให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของภูมิประเทศบ้านเรา ไอเดียบ้านประหยัดพลังงานนั้น ออกแบบบ้านให้สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นภายในบ้านได้นานขึ้น เมื่อบ้านเกิดความเย็นเองโดยธรรมชาติแบบที่ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายภายในบ้านลดดลง มีเคล็ดลับดีๆมานำเสนอว่า “สร้างบ้านอย่างไรให้ประหยัดพลังงาน” เพื่อที่คุณจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

ปลูกต้นไม้ทรงสูงเพื่อบังแสงอาทิตย์โดยที่จะต้องให้มีกระแสลมเย็นพัด ผ่านใต้พุ่มใบในความเร็วที่พอเหมาะ เพื่อลดอุณภูมิภายนอกใกล้บริเวณบ้านและ ป้องกันลมพัดผ่านเข้าตัวบ้านมากเกินไป โดยควรปลูกต้นไม้ในทิศตะวันออกและ ทิศตะวันตก
ควรเลือกชนิดต้นไม้ที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นร่มเงาที่มีอยู่ตามท้องถิ่นเช่น ต้นปีบ ต้นอินทนิล ต้นสัตบัน ต้นสุพรรณิกา เป็นต้น เพื่อลดการใช้ปุ๋ย ยาฆ่า แมลงการดูแลรักษา เนื่องจากต้นไม้เหล่านี้มีความเคยชินกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศในประเทศไทยอยู่แล้ว

นำหลักภูมิสถาปัตย์มาใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมรอบๆ สถาปนิก บริเวณบ้านให้ เย็นสบาย โดยการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกหญ้า จัดแต่งสวน จัดทำน้ำตกจำลอง เป็นต้น
ถมดินบริเวณรอบบ้านให้สูง เพื่อให้พื้นและผนังบางส่วนต่ำกว่าดินทำให้สามารถนำความเย็นจากดินมาใช้

ทำรางน้ำและท่อระบายน้ำจากหลังคา หรือส่วนต่างๆ ภายในบ้านให้ เหมาะสม เพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าไปในบ้าน หรืออาจจะทำท่อระบายน้ำที่ได้จาก การซักล้างไปใช้รดน้ำต้นไม้

บุฉนวนกันความร้อนที่หลังคาและผนังโดยความหนาของฉนวนที่ใช้ต้อง ขึ้นอยู่กับภาระทำความเย็น แต่ส่วนใหญ่ใช้ฉนวนที่มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้ว (50-75 มม.) ฉนวนสำหรับหลังคาและผนังมีหลายชนิด ได้แก่ ฉนวนใย แก้ว ฉนวนเยื่อกระดาษ ฉนวนเซรามิก

ทาสีผนังด้านนอกของบ้านเป็นสีอ่อนใช้วัสดุที่มีผิวมันและกันความชื้น
ใช้กระเบื้องหลังคาสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อนได้ดี
สำหรับผนังด้านที่มีระเบียงยื่น ควรเลือกใช้ประตูหรือหน้าต่างชนิดบานพลิกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณลมได้ดีกว่าการใช้ประตูหรือหน้าต่างชนิดบานเลื่อน
ติดตั้งหน้าต่างกระจกเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น โดยให้เพียงพอในการรับแสงสว่างจากธรรมชาติ และควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งด้านทิศตะวันออกและตะวันตก
ทำกันสาดให้กับหน้าต่างกระจก โดยกันสาดแนวราบเหมาะสมกับหน้าต่าง ที่อยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ เพราะสามารถบังแสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงและช่วง บ่าย ส่วนกันสาดแนวดิ่งเหมาะสมกับหน้าต่างที่อยู่ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

ติดตั้งผ้าม่านหรือมู่ลี่บริเวณหน้าต่างกระจก เพื่อป้องกันความร้อนจากแสง อาทิตย์เข้าภายในตัวบ้าน
ติดตั้งพัดลมระบายอากาศบนหลังคา เพื่อดูดอากาศร้อนใต้หลังคาออกไป ภายนอก

ทำระเบียงยื่นพร้อมติดกันสาดในทิศตะวันออกและทิศตะวันตก สำหรับใช้ เป็นที่นั่งทานอาหารว่างหรือใช้ทำครัวนอกบ้านแล้วยังช่วยลดความร้อนเข้ามา ในบ้านอีกด้วย
จัดวางตู้และชั้นวางของให้เหมาะสม ไม่บังลม  สร้างบ้าน ไม่กีดขวางการระบาย อากาศ และไม่บังแสง
จัดวางโต๊ะเขียนหนังสือให้หันหน้าไปในผนังด้านที่รับแสงธรรมชาติได้
หมั่นดูแลรักษาทำความสะอาด สร้างบ้าน พรม ผ้าม่าน โซฟา ไม่ให้เปียกชื้น เพื่อลดภาระทำความเย็นเนื่องจากความร้อนแฝง
จัดแบ่งห้องใช้สอยโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงานโดยจัดห้องที่ใช้ ตอนเช้าอยู่ในทิศตะวันออก ส่วนห้องที่ใช้สอยเกือบทั้งวันให้อยู่ทิศเหนือ เพราะจะเย็นสบายที่สุด เช่น ห้องนั่งเล่นอยู่ในทิศเหนือ เป็นต้น
ควรติดตั้งคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศในที่ร่ม หรือใต้ต้นไม้ และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางลมเข้าและออกจากคอนเดนเซอร์
ควรติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) ภายในห้องปรับอากาศ ให้เหมาะสม คือ ไม่ควรโดนแสงอาทิตย์โดยตรง เพราะจะทำให้เทอร์โมสตัท อ่านค่าผิดพลาด และควรติดตั้งในบริเวณที่สามารถอ่านค่าอุณหภูมิได้ง่ายและ และสะดวกต่อการปรับตั้งค่าอุณหภูมิตามต้องการ
ควรติดตั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ในบริเวณที่ไม่ปรับอากาศและเปิดโล่ง เช่น ที่จอดรถ ระเบียงนอกบ้านเพื่อระบายความร้อนและลดความชื้นที่ปลด ปล่อยมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้
พิจารณาทำห้องครัวให้อยู่นอกตัวบ้าน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ห้องครัวที่อยู่ ภายในตัวบ้านควรมีการระบายความร้อนที่ดี
ติดตั้งเครื่องดูดกลิ่นหรือดูดควันใบริเวณที่ทำการหุงต้มและอากาศที่ใช้กับเครื่องดูดกลิ่นหรือดูดควันนี้ ควรมาจากภายนอกบ้าน ไม่ควรใช้อากาศ เย็นจากเครื่องปรับอากาศโดยตรง
เลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง นอกจากจะประหยัด พลังงานจากตัวมันเองแล้ว ยังลดความร้อนที่ถูกปล่อยออกมาในเวลาใช้งาน อีกด้วย เช่น ใช้ตู้เย็นประสิทธิภาพสูง ใช้หลอดไฟประสิทธิภาพสูง เป็นต้น

“บ้าน” เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ในปัจจุบัน “บ้าน” ยังถูกออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ ไว้สำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงการประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และใช้งานได้อย่างไม่จำกัด

“แบบบ้านประหยัดพลังงาน” จึงเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยอีกอย่างหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่คนเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลองมาดูวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบบ้านให้บ้านกลายเป็นบ้านประหยัดพลังงงาน

ลักษณะของแบบบ้านประหยัดพลังงาน
แบบบ้านประหยัดพลังงาน หากอธิบายให้เข้าใจง่าย คือ แบบบ้านที่ถูกออกแบบมาให้สามารถลดการใช้พลังงานในบ้านให้ได้มากที่สุด อาทิ ออกแบบบ้านให้มีความโปร่ง โล่ง สบาย หรือเรียบง่าย แต่มีสไตล์ ตอบโจทย์ได้ตามความต้องการของผู้คนในแต่ละเจนเนอร์เรชั่น ซึ่งแบบบ้านประหยัดพลังงานที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ คือ

1. แบบบ้านประหยัดพลังงานที่มีผสมผสานเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้คนได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติมากขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ธรรมชาติบำบัด เพราะนอกจะความเขียวขจีจากต้นไม้ แสงแดด และลมเย็น ๆ ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานแล้วยังทำให้ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในบ้านได้ดีอีกด้วย

การใช้แสงสว่างจากช่องแสงธรรมชาติ รวมถึงการเปิดประตูและหน้ารับลมเย็นตามทิศทางลม ทำให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้สะดวก ลดอัตราการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องทำความเย็น ถือเป็นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

2. แบบบ้านประหยัดพลังงานอัจฉริยะ
ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเครื่องมือสื่อสารและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นแบบบ้านสไตล์นี้จึงได้รับความสนใจจากผู้คนอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจะสามารถควบคุมและสั่งการได้ผ่านระบบ Internet of Things หรือระบบ IoT ที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งรวมเข้าไว้ในจุดเดียวบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และสั่งการผ่านระบบบนมือถือหรือแท็บเล็ต

ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องวงจรปิด รวมไปถึงระบบการสั่งการระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน ซึ่งนอกจากเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมากแล้ว ยังป้องกันการหลงลืมการเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่ได้ใช้ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง

นอกจากนั้นยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทำงานแบบ Work from home อีกด้วย

7 สุดยอดนวัตกรรมความปลอดภัยในบ้านและคอนโดยุคใหม่

3. แบบบ้านประหยัดพลังงานสำหรับผู้สูงอายุ
ส่วนใหญ่แบบบ้านสไตล์นี้จะเป็นบ้านชั้นเดียวที่มีการจัดการพื้นที่การใช้งานที่เรียบง่ายและเป็นระเบียบ รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังคงความเป็นบ้านมีความผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวและพื้นที่ที่สามารถประยุกต์ให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุและสมาชิกเจนเนอร์เรชั่นอื่น ๆ ภายในครอบครัว

4. แบบบ้านประหยัดพลังงาน ECO Friendly
เป็นแบบบ้านรักษ์โลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในด้าน “การลดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยไม่ส่งผลประทบหรือผลเสียต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

โดยการออกแบบบ้านสไตล์นี้จะผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันกับรูปแบบและวิธีทางธรรมชาติ เช่น การออกแบบบ้านให้มีรูปทรงและเหมาะกับทิศทางลมของแต่ละพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกบ้าน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ และอื่น ๆ ที่ช่วยประหยัดและลดอัตราการพลังงานสิ้นเปลือง รวมถึงการประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาร่วมด้วย

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *