สถาปนิก ทำงานอะไร หน้าที่และขั้นตอนการทำงานเป็นยังไง?

หลายๆ คนที่กำลังมองหาสถาปนิกเพื่อมาช่วย ออกแบบบ้าน ให้ ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าเราจะต้องคุยกันแบบไหน เพื่อให้สถาปนิกที่ทำงานด้วยเข้าใจสิ่งที่เราต้องการ ทั้งด้านการ ออกแบบบ้าน ให้เป็นไปตามที่เราฝันไว้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และที่สำคัญคืออยู่ในงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ด้วย วันนี้เรามี 5 วิธีง่ายๆ ในการเตรียมตัวที่จะทำให้เพื่อนๆ คุยกับสถาปนิกรู้เรื่องกันครับ

เมื่อเราซื้อบ้านหรือคอนโดหรืออสังหาฯ เป็นของตัวเองแล้ว ก็ต้องการที่จะตกแต่งให้สวยงามตามที่เราต้องการใช่มั๊ยครับ ทีนี้เราก็ต้องจ้างสถาปนิก เพื่อให้เขาออกแบบให้เรา เราก็จะเห็นภาพรวมของบ้านเราทั้งหมด แต่กว่าจะหาสถาปนิกได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมระยะเวลาในการตกแต่งบ้านก็กินเวลาไปหลายเดือน ดังนั้นถ้าเราจะเลือกสถาปนิกที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของเรา คุยง่าย สามารถปรับเปลี่ยนหรือครีเอทบ้านของเราได้ดี ก็จะทำให้เราแฮปปี้ตั้งแต่เริ่มงาน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแก้ปัญหาต่างๆ ให้เสียเวลา โดยวันนี้เราแบ่งอออกเป็น 5 วิธีในการเตรียมตัวก่อนจะจ้างสถาปนิกให้ออกแบบบ้าน จะมีอะไรบ้างไปดูกันค้าบบบ

1. เลือกสถาปนิกผู้ออกแบบ

ขั้นแรกต้องเริ่มจากหาผู้ออกแบบที่ตรงใจเราก่อน อาจจจะสอบถามจากคนรู้จัก หรือหาทางออนไลน์ โดยดูผลงานที่สถาปนิกเคยออกแบบว่าเป็นแนวที่เราชอบมั้ย มีการรีวิวของลูกค้าที่พอใจกับผลงานรึเปล่า

Tips : ให้ลองหาสถาปนิกหรือทีมผู้ออกแบบหลายๆ เจ้า แล้วลองทักไปคุย สอบถามแนวทางการทำงานและการออกแบบของสถาปนิกเบื้องต้นว่าเป็นไปในแนวทางที่เราคิดไว้หรือไม่ เพราะสถาปนิกแต่ละคนจะมีแนวการออกแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งรสนิยมและสไตล์ความชอบที่แตกต่างกันของสถาปนิกผู้ออกแบบนั้นเองที่จะทำให้เราเลือกสถาปนิกที่ตรงใจและคุยกันรู้เรื่องมากที่สุด

2. เตรียมบรีฟให้ผู้ออกแบบ

บอกความต้องการให้กับสถาปนิกทราบ ไม่ว่าจะเป็นสีหรือสไตล์ที่ชอบ ถ้าไม่แน่ใจให้ลองปรึกษากับทางสถาปนิกผู้ออกแบบดู ว่ามีแนวทางการออกแบบให้อย่างไรบ้าง ซึ่งสถาปนิกส่วนใหญ่จะใช้วิธีดูจากช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยเป็นหลักหรือที่สถาปนิกเรียกว่า “User” นั่นเอง วิธีนี้อาจจะช่วยให้ได้ไอเดียการออกแบบที่ดีกว่าที่คิดไว้ก็ได้ครับ

Tips : บอกความชอบสไตล์เท่าที่พอจะนึกได้ เช่น ชอบแบบ minimal, classic, contemporary เป็นต้น หรือต้องการในการใช้วัสดุแบบไหน เช่น ไม้, ปูนเปลือย, เหล็ก เป็นต้น หรืออาจจะหาภาพตัวอย่างที่ชอบเพื่อเป็นแนวทางการออกแบบ อีกจุดสำคัญคือแนะนำว่าอย่าบอกว่าให้สถาปนิก Copy งานตามรูป เพราะจะทำให้บ้านของคุณไม่แตกต่างจากคนอื่นอีกทั้งยังทำให้ลดความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกผู้ออกแบบอีกด้วย

3. เตรียมงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ

ด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้เราต้องใช้จ่ายอย่างระวัดระวัง มีการจำกัดงบประมาณค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งเงื่อนไขคลาสสิกของผู้ว่าจ้างหรือ “User” ก็คือ อยากได้การออกแบบที่สวย ได้วัสดุที่ดี ในราคาถูก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันให้เข้าใจทั้งกับผู้ออกแบบและผู้รับเหมาตั้งแต่เริ่มแรก ให้ลองตีงบคร่าวๆ ไว้ในใจก่อน และถ้าไม่แน่ใจว่าจะประมาณงบเท่าไรดี ให้สอบถามทางสถาปนิกถึงราคาค่าก่อสร้างดูครับ โดยปกติจะคิดเป็นราคาต่อ ตร.ม. ซึ่งส่วนมากการประมาณราคาจะบวกลบประมาณ 5-10%

Tips : แนะนำให้เตรียมรูปแบบหรือวัสดุคร่าวๆ ที่อยากจะใช้เพื่อที่ทางสถาปนิกจะช่วยหา Option ของวัสดุที่เหมือนหรือใกล้เคียงในราคาที่ถูกลง ช่วยให้การคำนวนราคากลางของวัสดุง่ายและแม่นยำขึ้นอีกด้วย

4. ตกลงเรื่องระยะเวลาการทำงาน

สอบถามทางสถาปนิกผู้ออกแบบให้กำหนดกรอบเวลาการทำงาน ทั้งการออกแบบและการก่อสร้างว่าจะใช้เวลาเท่าไร เนื่องจากสถาปนิกมีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการวางแผนและออกแบบงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างหรือ User บางทีการวางแผนและออกแบบที่กินเวลามากกว่าปกติสักหน่อย แต่แบบที่ออกมาชัดเจน คำนวนวัสดุไม่ขาดไม่เกิน ปัญหาหน้างานน้อย ก็จะช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้าง ทำให้งบประมาณการก่อสร้าง งบการจ้างคนงานลดลงตามไปด้วย

Tips : ในขั้นตอนการออกแบบสามารถคุยระยะเวลาว่าสามารถแก้แบบว่าได้จำนวนกี่ครั้ง แก้กี่ครั้งคิดเงินเพิ่มเท่าไหร่ และควรมีสัญญาการก่อสร้าง ว่าแต่ละงวดงานเป็นอย่างไรบ้าง ต้องจ่ายแต่ละงวดเท่าไหร่ แล้วถ้าเสร็จไม่ตามเวลาก็ต้องมีค่าปรับ เป็นต้น

5. สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะกับตัวผู้ว่าจ้างหรือ User สถาปนิกผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาเอง สถาปนิก ควรสร้างความเชื่อมั่นให้กันและกัน เนื่องจากการทำงานต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย สถาปนิกจะเป็นศูนย์กลางการทำงานเพื่อให้งานเป็นไปอย่างราบรื่นและเข้าใจแบบต่างๆ ตรงกัน

Tips : เข้าใจการทำงานของสถาปนิก ให้เวลา ให้เกียรติงานออกแบบที่สถาปนิกแนะนำ (แต่สามารถปรับได้แบบมีเหตุผล) จงเป็นเพื่อนกับสถาปนิกเนื่องจากการทำงานจะกินเวลาค่อนข้างนาน ทั้งงานออกแบบไปจนถึงก่อสร้างเสร็จ และการเป็นเพื่อนกับสถาปนิกจะช่วยให้คุยกันง่ายมากขึ้น เพราะสถาปนิกคือคนกลางที่จะช่วยให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น และอีกเรื่องที่สำคัญ คือการชำระการเงินตามงวดงานให้ตรงเวลา เพราะถ้าไม่จ่ายตามสัญญา ผู้รับเหมาก็จะไม่สามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้นั่นเองครับ

นี่เป็น 5 วิธีง่ายๆ ในการเตรียมตัวก่อนที่เราจะจ้างสถาปนิกให้มาออกแบบบ้าน เพื่อนๆ จะได้มองเห็นภาพรวมว่าควรจะเริ่มยังไง หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง เวลาเราหาสถาปนิกจะได้คุยและทำความรู้จักถูกครับ ถ้าเกิดว่าความเข้าใจตรงกัน รสนิยมเข้ากัน หรือไลฟ์สไตล์การออกแบบไปด้วยกันได้ ก็อย่าลืมคำนวณงบประมานของเราไว้ด้วยนะ ที่สำคัญเลยคืออย่าลืมดูรีวิวของสถาปนิกที่เราจะจ้างเยอะๆ ว่างานออกแบบของเขา ตรงกับสไตล์ที่เราต้องการรึป่าวด้วยนะ

ขั้นตอนการให้บริการวิชาชีพของสถาปนิก
สถาปนิกจะทำการบริการวิชาชีพตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ออกแบบเบื้องต้น (Schematic Design)
2. ออกแบบรายละเอียด (Design Development หรือ DD)
3. ทำแบบก่อสร้าง (Construction Document)
4. การประมูลและเจรจาต่อรอง (Bidding and Negotiation)
5. บริหารงานก่อสร้าง (Construction Administration)

ในบางโครงการ อาจจะมีการเข้าไปรับงานเป็นทีม โดยเจ้าของทำสัญญากับทีมก่อสร้างเพียงสัญญาเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก และที่ปรึกษาอื่นๆ รวมตัวกันเป็นหนึ่ง โดยการทำสัญญาโดยตรงนี้ จะเรียกว่า เป็นการบริการแบบ ดีไซน์บิลด์ (Design Build)

ขอบเขตงานของสถาปนิก

ในปัจจุบันได้มีการขยายขอบเขตการประกอบวิชาชีพไปในหลายๆ ด้านที่เป็นแนวทางเฉพาะ เช่น
1. งานด้านออกแบบ (Design)
2. งานด้านการบริหารโครงการ (Construction Management)
3. งานด้านการบริหารการใช้พลังงานในอาคาร (Building Energy Management)
4. งานด้านการออกแบบการให้แสง (Lighting Design)
5. งานด้านบริหารจัดการอาคาร (Facility Management)
6. งานด้านอนุรักษ์ (Preservation)
7. งานตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร (Building Inspection)

หาสถาปนิกออกแบบบ้าน ที่ไหนดี
“จ้างสถาปนิกออกแบบบ้านอาจดูเหมือนแพง แต่จงรู้ไว้ว่า บ้านที่ไม่ได้ออกแบบโดยสถาปนิกจ่ายแพงกว่านั้นเสมอ” ประโยคนี้เป็นข้อความที่ถูกแชร์ต่อกันมาบนเฟซบุ๊ก พร้อมกับมีผู้คนจำนวนมากร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่ ผู้ที่เคยสร้างบ้านต่างเห็นด้วยว่าบ้านที่ดีต้องมีสถาปนิก มีวิศวกรออกแบบบ้าน เพื่อป้องกันการก่อสร้างผิดวิธี ป้องกันงานโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน ป้องกันผู้รับเหมาโกงวัสดุหรือทิ้งงาน เพราะหากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้แล้วย่อมต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งมูลค่าความเสียหายมักสูงกว่าค่าแบบบ้านหลายเท่าตัว และที่สำคัญ การมีสถาปนิกออกแบบบ้านให้ เจ้าของบ้านจะได้บ้านตามโจทย์งาน ตามฟังก์ชันที่เจ้าของบ้านต้องการอยู่อาศัยจริง จึงนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เนื้อหานี้ “บ้านไอเดีย” นำเคล็ดลับที่ใช้เฟ้นหาสถาปนิกและนักออกแบบมืออาชีพในไทยมาฝากกันครับ

ผู้เขียนยอมรับว่าในอดีตก่อนที่จะได้มาร่วมงานกับสถาปนิก ผู้เขียนรู้สึกมาโดยตลอดว่า อาชีพสถาปนิกนั้นเข้าถึงยากมาก ๆ และมีค่าใช้จ่ายที่แพง เชื่อว่ามุมมองลักษณะนี้ก็คงไม่ต่างกับเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ ที่มักไม่ได้ว่าจ้างสถาปนิกออกแบบบ้าน แต่เมื่อได้ทำความเข้าใจ ได้เห็นกระบวนการทำงานและได้เห็นผลลัพธ์ของการมีแบบบ้านที่ดี จากมุมมองความคิดที่ว่า ค่าออกแบบบ้านมีราคาแพง กลับกลายเป็นมองว่าการว่าจ้างสถาปนิกออกแบบนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับอย่างมาก

ในอดีตการเข้าถึงสถาปนิกเป็นเรื่องยากเป็นจริงครับ บ้านที่จ้างสถาปนิกออกแบบบ้านล้วนเป็นบ้านหลังใหญ่ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวไกลไปมาก สถาปนิกออกแบบบ้านเองได้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ เป็นช่องทางโชว์ผลงาน ช่องทางที่จะได้รู้จักกับเจ้าของบ้าน และการรับงานก็ไม่ได้จำกัดแค่เพียงบ้านหลังใหญ่ แต่บ้านทั่วไปหรือบ้านหลังเล็ก ๆ ก็สามารถเข้าถึงสถาปนิกได้ บ้านไอเดียขอแบ่งแยกเป็นสองส่วนหลัก แบบออฟไลน์และแบบออนไลน์

หาสถาปนิกออกแบบบ้านผ่านช่องทางออฟไลน์

งานนิทรรศการแสดงผลงาน
หากใครเคยไปเดินงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้าต่าง ๆ ในแวดวงการก่อสร้าง โดยเฉพาะงานสถาปนิกที่ปกติจัดเป็นประจำทุกปี ภายในงานนอกจากจะมีสินค้า นวัตกรรมต่าง ๆ ในงานก่อสร้างแล้ว ยังมีผลงานการออกแบบจากสถาปนิกทั่วประเทศมาจัดแสดงด้วยครับ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เจ้าของบ้านจะได้รู้จักกับสถาปนิกออกแบบบ้านและได้เห็นผลงานบางส่วนก่อน และหากไปตรงกับสถาปนิกออกบูธพอดี อาจจะได้คุยงานกับสถาปนิกได้โดยตรงภายในงาน

ข้อดีของงานลักษณะนี้ จะทำให้เจ้าของบ้านสามารถคัดเลือกสถาปนิกออกแบบบ้านหลาย ๆ บริษัทไปพร้อม ๆ กัน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ สถาปนิกที่ได้รับคัดเลือกออกงานหรือออกบูธ มักเป็นบริษัทรายใหญ่หรือมีชื่อเสียงระดับหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าผลงานการันตีได้ถึงคุณภาพ แต่ค่าตัวก็ย่อมสูงตามชั่วโมงบิน อีกทั้งงานลักษณะนี้มักจัดแค่ใน กทม. เจ้าของบ้านต่างจังหวัดก็อาจจะไม่สะดวกต่อการเดินทาง แต่หากใครต้องการสถาปนิกชั้นนำดูแลโครงการใหญ่ ๆ มาที่นี่อาจได้สถาปนิกออกแบบบ้านที่ถูกใจไปอย่างแน่นอนครับ

หนังสือรวมผลงานสถาปนิกออกแบบบ้าน
ผู้เขียนเป็นแฟนตัวยงของสำนักพิมพ์ลายเส้น ทุก ๆ ปี ทางสำนักพิมพ์จะรวบรวมผลงานสถาปนิกไทยที่มีผลงานโดดเด่นมาไว้ในหนังสือ Small Medium Houses ล่าสุดปีนี้เป็นเล่มที่ 7 แล้วครับ โดยในหนังสือจะไม่ได้จำกัดเฉพาะสถาปนิกออกแบบบ้านในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่มีทั่วประเทศไทย และผลงานทุก ๆ หลังล้วนสร้างเสร็จแล้ว เจ้าของบ้านเข้าอยู่อาศัยจริง จึงการันตีได้ถึงคุณภาพงานของสถาปนิกครับ

ข้อดีของการหาสถาปนิกจากหนังสือรวมผลงาน คือการมีเวลาคัดเลือก นั่งชมไปอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งภายในหนังสือจะมีมุมต่าง ๆ ของบ้านให้ได้ชม นอกจากจะได้คัดสรรสถาปนิกออกแบบบ้านแล้วยังได้ไอเดีย แนวทางในการออกแบบบ้านด้วยครับ ส่วนข้อเสียจะคล้าย ๆ กับสถาปนิกที่ออกบูธในงานนิทรรศการ เนื่องด้วยผลงานการันตีคุณภาพ คิวงานสถาปนิกเหล่านี้จึงแน่นและค่าตัวย่อมสูงตาม เจ้าของบ้านอาจต้องติดต่อไปเนิ่น ๆ และโดยสถาปนิกออกแบบบ้านที่มีชื่อเสียงจะมีเอกลักษณ์งานเฉพาะตัว อาจจะไม่ได้รับทุกงานเสมอไปแต่จะรับเฉพาะเจ้าของบ้านที่มีคอนเซปต์งานเหมาะสมกับผู้ออกแบบครับ

เฟ้นหาสถาปนิกออกแบบบ้านจากช่องทางออนไลน์
สถาปนิกออกแบบบ้านจากโซเชียลมีเดีย
อย่างที่เกริ่นนำไว้ครับ ในอดีตการจ้างสถาปนิกเป็นเรื่องที่ไกลตัว สถาปนิกเองก็ไม่ค่อยมีช่องทางหรือเครื่องมือใดในการติดต่อกับเจ้าของบ้าน แต่ปัจจุบันเรามีสื่อออนไลน์โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ทั้ง facebook, IG ที่สถาปนิกส่วนใหญ่นิยมสร้างไว้เพื่อลงผลงานออกแบบบ้านและเป็นช่องทางที่ใช้ติดต่อกับเจ้าของบ้าน ข้อดีของการมีช่องทางเหล่านี้ เราจะมีโอกาสได้รู้จักกับสถาปนิกอีกนับไม่ถ้วน ทั้งสถาปนิกชื่อดังและสถาปนิกออกแบบบ้านที่อาจจะไม่ดังแต่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้

แต่ด้วยความที่เพจเหล่านี้เปิดง่ายมากจึงกลายเป็นช่องทางของมิจฉาชีพไปในตัว การเฟ้นหาสถาปนิกออกแบบบ้านจากโซเชียลมีเดียจำเป็นต้องตรวจสอบ คัดกรองอย่างรอบคอบ วิธีการคัดกรองขั้นต้น ให้เช็คจากจำนวนผู้ติดตาม จำนวนผู้แนะนำบนเพจ อย่างในเฟซบุ๊กปกติมีคะแนนเต็ม 5 คะแนน หากเพจสถาปนิกออกแบบบ้านที่ผู้อ่านสนใจมีคะแนนสูงกว่า 4 คะแนนขึ้นไปและมีผู้ให้คะแนนจำนวนมาก ก็นับว่าไว้ใจได้ระดับหนึ่งเลยครับ เพราะคะแนนเหล่านี้เป็นตัวเลขการันตีของผู้ที่เคยใช้บริการมาก่อน และหากทางเพจดังกล่าวให้ข้อมูลติดต่อ มีชื่อบริษัทอย่างชัดเจน มีผลงานจากลูกค้าจริงอัปเดตสม่ำเสมอ มีการให้สาระความรู้ต่าง ๆ พร้อมที่จะบอกเล่าเปิดเผยการทำงาน ย่อมเป็นเพจที่เชื่อถือได้ครับ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *