ศูนย์ระบบทางเดินหายใจในเด็ก

โรคภูมิแพ้อากาศ จะเป็นลักษณะคล้ายเป็นหวัด เป็นๆ หายๆ ซึ่งจริงๆ แล้วแตกต่างจากอาการหวัด โดย โรคภูมิแพ้อากาศ จะมีน้ำมูกไหลเรื้อรังและเป็นน้ำมูกใส มักจะไหลช่วงเช้า ช่วงอากาศเปลี่ยน เข้าห้องแอร์ เจออากาศเย็น หรือเป็นในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังจะมีอาการคันจมูก คันตา คัดจมูกตอนกลางคืน บางคนก็จะมาลักษณะของนอนกรน กระแอมบ่อยๆ มีเสียงอู้อี้ในจมูก พวกนี้ก็จะเป็นอาการเรื้อรัง เป็นแล้วไม่หาย ไม่เหมือนหวัดที่เป็นแล้วหาย
– โรคภูมิแพ้ขึ้นตา จะมีอาการคันตา แพ้แสง น้ำตาไหลบ่อย หรือบางคนอาจจะเป็นลักษณะของผื่นแพ้ขึ้นรอบดวงตาได้
– โรคภูมิแพ้อาหาร นับเป็นโรคยอดฮิตในปัจจุบัน มีอาการแสดงหลายระบบมาก ถ้าเป็นอาการแสดงทางผิวหนังก็มีได้ตั้งแต่อาการแพ้เฉียบพลัน เช่น ผื่นลมพิษ ตาบวม ปากบวม หรืออาการแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ผื่นแห้งคัน ตามข้อพับแขนขา ซึ่งเราจะสามารถพบได้ตั้งแต่วัยทารกจนถึงเด็กโตเลย ส่วนอาการในระบบทางเดินหายใจของคนที่แพ้อาหารก็จะคล้ายๆกับพวกภูมิแพ้อากาศ อาการแสดงในระบบทางเดินอาหารก็มี เช่น ปวดท้อง กินแล้วมีอาการระคายคอ อาจจะมีท้องเสียเรื้อรัง หรือท้องเสียเป็นๆ หายๆ ถ่ายเป็นมูกปนเลือดได้ ส่วนระบบหลอดเลือดของอาการภูมิแพ้อาหารจะเป็นระบบที่ค่อนข้างรุนแรงอาจจะมาด้วยลักษณะอาการช็อคได้
– โรคภูมิแพ้อื่นๆ เช่น แพ้แมลง ผึ้ง ต่อ แตน มด เป็นต้น
– โรคหอบหืด เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง จะมีลักษณะอาการ เหนื่อยง่าย หายใจเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด หรือจะเป็นลักษณะของอาการไอเรื้อรัง ไอติดต่อกันบ่อยๆ ไอตอนกลางคืน นอนกรน แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก หรืออาจจะเหนื่อยง่ายหลังการออกกำลังกาย หรือการทำกิจวัตประจำวันอื่นๆ ซึ่งอาการพวกนี้มักจะสัมพันธ์กับอากาศที่เปลี่ยนแปลง การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ หรือว่าโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ติดเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กโดยเฉพาะวัยอนุบาล จะทำให้เกิดหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบตามมา มีอาการ ไข้ ไอ หอบ หายใจเร็วกว่าปกติ หายใจแรง หน้าอกกระเพื่อมเยอะ หรือใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง บางคนที่มีอาการค่อนข้างหนักอาจจะพบมีลักษณะปากเขียวคล้ำหรือแม้กระทั่งมีปีกจมูกบาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะไอมาก โดยเฉพาะอาการในตอยกลางคืนจะค่อนข้างแย่กว่าตอนกลางวัน อ่านเพิ่มเติม

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *