วิธีจัดบ้านให้สะอาด

วิธีจัดบ้านให้สะอาด สบาย และปลอดโปร่ง อยู่แล้วดี

วิธีจัดบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง และน่าอยู่ อีกทั้งยังส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรง จิตใจเบิกบาน อยากรู้ว่ามีวิธีจัดบ้านอย่างไร ตามไปชมพร้อม ๆ กันเลย

นิยามคำว่าสบายของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งในวันนี้กระปุกดอมคอมก็ขอนำอีกหนึ่งเคล็ดลับของบ้านนี้อยู่แล้วสบาย บ้านที่มีความสุข และการเป็นอยู่ที่ดี จากคอลัมน์ “ดีไซน์ไอเดีย” นิตยสารบ้านและสวน เกี่ยวกับข้อควรคำนึงถึง ในการสร้างบ้านหรือจัดบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง และน่าอยู่มาฝากกัน นอกจากนี้วิธีจัดบ้าน ยังช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี ที่จะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงและมีจิตใจเบิกบานอีกด้วย

สภาวะสบายของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนเลือกพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา บ้างขอเพียงมุมระเบียงเล็ก ๆ ที่มองเห็นท้องฟ้ากว้างเท่านั้น เพราะฉะนั้นสภาวะสบายจึงมีความหมายเท่ากับความสุข ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ที่บ้านของตัวเอง “ดีไซน์ไอเดีย” ฉบับนี้มีข้อควรคำนึงถึงในการสร้างบ้านหรือจัดบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง และน่าอยู่มาฝากกัน เพราะสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี เมื่อร่างกายแข็งแรงก็พลอยทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใสไปด้วย อย่างนี้แล้วความสุขจะไปไหนเสีย

ฝุ่นละออง ดองไว้ไม่ดี

ฝุ่นก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และสุขภาพที่เสื่อมถอย แต่เราก็หลีกเลี่ยงได้ยากเต็มที เพราะรอบตัวเรานั้นมีทั้งฝุ่นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผิวหนังชั้นนอกที่ผลัดเซลล์ผิว เส้นผม ขนสัตว์เลี้ยง และฝุ่นในอากาศที่เป็นมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ขอแนะนำให้หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ หากกำลังจะสร้างบ้าน ควรเริ่มจัดวางแปลนบ้านโดยลดพื้นที่ซอกหลืบที่ทำความสะอาดยากหรือพื้นที่ที่เข้าไม่ถึงให้น้อยที่สุด ออกแบบภายใน ทำบานปิดให้ตู้หรือชั้นวางแบบเปิดโล่งที่ใช้จัดเก็บหนังสือหรือของโชว์ รวมถึงเรื่องเล็ก ๆ ที่อาจไม่เล็กอย่างระยะของโรงจอดรถกับประตูบ้าน หากมีพื้นที่เพียงพออาจเว้นระยะห่างสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ต้องจอดรถตรงกับหน้าประตูพอดี เพราะอาจเป็นการนำพาฝุ่นและควันเข้าบ้านได้ หรืออาจปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองบริเวณหน้าบ้าน ก็ทำให้บ้านสดชื่นและช่วยลดฝุ่นละอองไปด้วยในตัว

กลิ่นที่พึงใจ

บ้านหอม ๆ สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เปิดประตูรั้ว กลิ่นภายในบ้านมีได้ตั้งแต่กลิ่นท่อระบายน้ำ กลิ่นขยะ ฯลฯ ควรหมั่นดูแลบ่อพักขยะอย่าให้เกิดการอุดตัน ควรทิ้งขยะในภาชนะที่ปิดมิดชิด หรือทิ้งตามเวลาที่รถเก็บขยะมารับไปเพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า ส่วนภายในบ้านควรหมั่นตรวจสอบกลิ่นจากท่อน้ำทิ้งต่าง ๆ เช่น ท่อระบายน้ำทิ้ง จากซิงค์ในครัว ซึ่งไม่ควรมีเศษอาหารมาอุดตันหรือกลิ่นจากห้องน้ำที่เกิดจากชักโครก ควรตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ หมั่นทำความสะอาดและติดตั้งพัดลมดูดอากาศก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง เมื่อบ้านสะอาดแล้ว ลองหาเครื่องหอมในบ้านที่กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไปมาใช้แทนของตกแต่งบ้านก็ได้ และยังทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย

แสงส่อง

แสงสว่างที่เพียงพอช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำให้บ้านไม่อับชื้น ทิศทางการเปิดรับแสงภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ เช่น มุมหลักที่ใช้งานพร้อมหน้าทั้งครอบครัวอย่างห้องนั่งเล่น หากใช้เวลาในช่วงเช้ามากกว่าช่วงเวลาอื่น การหันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็ทำให้ได้รับแสงยามเช้า นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้ภายในบ้านก็ไม่ควรมองข้าม ในมุมที่ต้องการให้มีแสงส่องผ่าน เช่น ครัวหรือห้องน้ำ ควรเลือกกรุกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์กลาสแบบใสหรือทำผนังกระจก ก็ช่วยให้แสงส่องผ่านได้ดี

วอนลมพัดพา

ลมช่วยระบายอากาศและสร้างสภาวะน่าอยู่ได้เป็นอย่างดี การออกแบบช่องลมในบ้าน จึงมีความสำคัญมาก  วิธีจัดบ้านให้สะอาด กับทิศทางลมที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวบ้านต้องมีทางให้เข้า-ออก ดังนั้นช่องลมควรอยู่ตรงกันหรือเยื้องกัน นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงทิศทางลมประจำฤดูด้วย เช่น ฤดูร้อนลมพัดมาจากทางทิศใต้ ฤดูหนาวลมพัดมาจากทางทิศเหนือลงใต้ และฤดูฝนลมพัดเข้ามาทุกทิศทาง มีหลายวิธีที่ช่วยให้ลมเข้าบ้าน เช่น เลือกติดหน้าต่างบานเกล็ดหรือใช้อิฐบล็อกช่องลมที่ช่วยพรางสายตาและสร้างความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง

วิธีจัดระเบียบบ้าน ให้โปร่งสบาย
วิธีจัดระเบียบบ้าน ให้โปร่งสบาย

ไม่มีเสียงรบกวน

มลพิษทางเสียงนับเป็นปัญหาใหญ่ที่เข้ามาขัดจังหวะความสงบภายในบ้าน วัสดุกรุที่ดีจะช่วยดูดซับเสียงทำให้บ้านเงียบและกันความร้อนไปในตัว หากใช้กระจกนิรภัยซึ่งเป็นกระจกสองแผ่นคั่นกลางด้วยพีวีบี (Polyvinyl Butyral) ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทานจะช่วยลดอันตรายจากรังสียูวีและคลื่นเสียงความถี่สูงได้ หรือใช้กระจกฉนวนกันความร้อนหรือกระจก Low-E ที่ทำจากกระจกสองแผ่นประกบกัน โดยมีอะลูมิเนียมซึ่งบรรจุสารดูดซึมความชื้นหรือก๊าซเฉื่อยคั่นกลาง ด้านนอกนิยมใช้กระจกเทมเปอร์เพื่อช่วยสะท้อนแสงได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงใช้วัสดุสร้างบ้านแบบเดิมแต่คูณสองเข้าไปก็ช่วยเก็บเสียงได้อีกทาง เช่น ผนังยิปซั่มหรือแผ่นอะคูสติกบอร์ด หรือก่อผนังสองชั้น โดยเว้นช่องตรงกลาง บวกกับใช้วัสดุซับเสียงช่วยอีกชั้น รับรองว่าเงียบสบายสมใจ

สัตว์เลี้ยงและไม่อยากเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงสุดรักอาจนำพาสุขภาพไม่ดีมาสู่เราได้หากดูแลพวกเขาได้ไม่ดีพอ ควรกำหนดขอบเขตให้พวกเขาตั้งแต่เริ่มเลี้ยง ฝึกให้ทำกิจกรรมเป็นบริเวณ ๆ ไป เพื่อช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้ได้สะดวก รวมถึงสัตว์ที่เราไม่ได้อยากเลี้ยงแต่มาเองอย่างยุง หนู หรือแมลงต่าง ๆ ก็ควรออกแบบพื้นที่ให้มิดชิด ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ตู้ควรมีหน้าบานปิดมิดชิด และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง

ปลูกต้นไม้ในห้อง

การปลูกต้นไม้ไว้ในบ้านถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มกลิ่นหอมที่จากธรรมชาติให้กับบ้าน นอกจากนี้ ยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้บริสุทธิ์อีกด้วย ซึ่งต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกกันในบ้าน ได้แก่ พลูด่าง ลิ้นมังกร เดหลี เขียวหมื่นปี มอนสเตร่า ไทรใบสัก ยางอินเดีย เงินไหลมา เฟิร์นบอสตัน ว่านหางจระเข้ และตีนตุ๊กแกฝรั่ง เป็นต้น และถ้าเพื่อนๆ เลือกกระถางสวยๆ มาใส่ต้นไม้ด้วย บอกเลยบ้านจะน่าอยู่และสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น

ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรหอมนาน

บางครั้งกลิ่นเหม็นอับภายในห้องก็มาจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของเรา โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนตากเท่าไหร่ก็ยังมีกลิ่นอับ หนึ่งในวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ คือ การน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มใหม่ที่มีกลิ่นหอมนาน เพื่อช่วยลดกลิ่นอับชื้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายยี่ห้องพัฒนาสูตรในส่วนของการตากผ้าในที่ร่มออกมาจำหน่ายแล้ว ชอบกลิ่นไหนลองเลือกกันดู รับลองผ้าชมสดชื่นแน่นอนแม้ว่าจะตากไม่โดนแดดก็ตาม

ใช้เครื่องฟอกอากาศ

การใช้เครื่องฟอกอากาศ เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องสะอาดมากขึ้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศ มีตัวกรองช่วยกำจัดพวกเชื้อโรค และแบคทีเรีย รวมไปถึงฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบอยู่ในช่วงนี้ จึงทำให้หลายครอบครัวเลือกที่จะซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ภายในบ้าน แต่ถึงแม้ว่าจะมีข้อดี สิ่งที่ตามมาหลังจากใช้เครื่องฟอกอากาศ คือ “อากาศแห้ง”

ใช้น้ำหอมปรับอากาศ

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำไม่ยากเลย เพราะปัจจุบันน้ำหอมปรับอากาศมีจำหน่ายในท้องตลาดหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สเปรย์ปรับอากาศในห้อง เจลปรับอากาศ หรือเจลดับกลิ่น ที่มีทั้งแบบก้อนใหญ่และก้อนกลมเล็กๆ น้ำมันหอมระเหย ที่นิยมใช้ในเตาอโรมาหรือเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ และน้ำหอมแบบก้านไม้ หรือ น้ำหอม Diffuser เป็นน้ำหอมที่มาแรงและนิยมมากที่สุดในตอนนี้

จุดเทียนหอม

อยากดูดีมีระดับก็ต้องใช้เทียนหอมจ้า สิ่งนี้สาวๆ กำลังให้ความสนใจและจับจองเป็นเจ้าของกันเยอะมาก ซึ่งเสน่ห์ของเจ้าเทียนหอมนั้น คือ กลิ่นที่สร้างความผ่อนคลาย และเติมความสบายใจเวลาได้สัมผัสกลิ่นที่ชอบเข้าไป ยิ่งได้จุดตอนก่อนนอนจะฟินมาก

แจกันดอกไม้สด

มองหาดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอมแบบที่เราชอบจัดใส่แจกันวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ในบ้านดูไหม หรือใครที่ไม่ชอบดอกไม้สามารถเปลี่ยนเป็นต้นไม้ฟอกอากาศแทนได้นะ ข้อดีคือเราได้รับกลิ่นหอมจากธรรมชาติ อีกทั้งยังสบายตาเป็นของแต่งบ้านสวยๆ ได้ด้วย แต่ข้อเสียคือราคาอาจสูงเพราะต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

น้ำหอมปรับอากาศ

จะใช้แบบสเปรย์หรือเครื่องพ่นอัตโนมัติก็เลือกได้ตามสะดวก! หอมเร็วหอมไว ราคาก็หลากหลายและมีกลิ่นให้เลือกเยอะมาก เหมาะกับเวลากินชาบูแล้วกลิ่นคละคลุ้งจนทั่วบ้าน ฉีดสิ่งนี้ไปสักสองสามที ก็หอมฉุย!

ก้านไม้หอม

อีกหนึ่งตัวช่วยทำให้บ้านหอมยาวนาน เพียงแค่เสียบทิ้งไว้ กลิ่นที่เราชอบก็ลอยละล่องไปทั่วห้อง ข้อสำคัญคือต้องเช็กให้ดีว่าขนาดของก้านไม้หอมและห้องสัมพันธ์กันหรือไม่ ถ้าห้องใหญ่แต่ใช้ขวดเล็ก กลิ่นก็จะกระจายได้ไม่มาก

สร้างกลิ่นหอมในบ้านด้วยน้ำหอม DIY

กลิ่นหอมจากผลไม้และเครื่องเทศ

เพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติให้กับบ้านของคุณด้วยผลไม้และเครื่องเทศนานาชนิด อย่างส้ม มะนาว เลมอน แอปเปิ้ลเขียว สะระแหน่ อบเชย หรือขิง โดยนำส่วนผสมที่ชอบไปต้มรวมกันให้กลิ่นหอมกระจายออกมา ทั่วทั้งบ้านจะหอมอบอวลทันที

จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนนำส่วนผสมที่ได้เทใส่โหลแก้ว ปิดฝา แล้วนำไปแช่ตู้เย็นไว้ เมื่อต้องการใช้งานก็นำออกมา เปิดฝาและวางไว้ในจุดที่ต้องการ เท่านี้ก็สร้างกลิ่นหอมในบ้านแบบเร็วทันใจได้ถึงสองต่อ

เมล็ดกาแฟช่วยได้

สำหรับใครที่หลงใหลกลิ่นกาแฟ ให้นำเทียนรูปทรงกระบอกขนาดเล็ก (votive candles) ไปวางบนชามหรือแก้วปากกว้างที่บรรจุเมล็ดกาแฟคั่วไว้เกือบเต็ม จากนั้นจุดเทียน ไม่นานจะได้กลิ่นกาแฟหอมๆ พร้อมคุณสมบัติในการดับกลิ่นเหม็นอับในบ้าน

ผลิตน้ำหอมปรับอากาศในบ้านสูตรเฉพาะของคุณ

การซื้อสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดมาใช้ทำให้สิ้นเปลืองและไม่จำเป็น และบางครั้งอาจได้สารเคมีที่เป็นอันตรายแถมมาด้วย

การทำใช้เองไม่ใช่เรื่องยาก เพราะส่วนผสมมีแค่ 3 อย่าง คือ น้ำสะอาด แอลกอฮอล์ผสมน้ำหอม (ควรเลือกแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้เพื่อความสะดวกและปลอดภัย) และน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติกลิ่นที่ชอบ อาจใช้หลายกลิ่นผสมกันเพื่อสร้างสรรค์กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้บ้านของคุณ

ส่วนวิธีทำก็ง่ายๆ เพียงใช้น้ำมันหอมระเหย 10-20 หยด ผสมกับแอลกอฮอล์ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปผสมกับน้ำประมาณ ¾ ถ้วยตวง เสร็จแล้วเทใส่ในขวดสเปรย์ เท่านี้คุณก็จะได้กลิ่นหอมเฉพาะกิจติดบ้านไว้และพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

หอมนอก หอมใน

วิธีทำให้บ้านหอมอีกวิธีที่หลายคนชื่นชอบ (ถ้าไม่แพ้เกสรดอกไม้) คือ การจัดแจกันดอกไม้หอมๆ ไว้ในห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือบนโต๊ะกินข้าว นอกจากจะให้ความหอมสดชื่น เจริญตาเจริญใจแล้ว ยังเป็นงานอดิเรกที่ช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย

แต่จะดีแค่ไหนถ้าเรามีต้นไม้ฟอกอากาศและไม้ดอกหอมปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ตอนเช้าๆ พอเปิดประตูหน้าต่างรับลมจากภายนอก กลิ่นหอมของมวลดอกไม้ก็จะกระจายเข้ามาในบ้านด้วย ได้ทั้งความร่มรื่นคลายร้อนและกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

ตัวอย่างต้นไม้ฟอกอากาศที่เลี้ยงง่ายและปลูกในบ้านได้ ได้แก่ ยางอินเดีย กวักมรกต ไทรใบสัก ลิ้นมังกร เดหลี ว่านงาช้าง หมากเหลือง เศรษฐีเรือนใน พลูด่าง เป็นต้น ส่วนไม้ดอกหอมที่นิยมปลูกในสวนหรือบริเวณบ้าน ได้แก่ โมก มะลิ พุดซ้อน กระดังงาไทย ปีบ แก้วเจ้าจอม กรรณิการ์ บุหงาส่าหรี โรสแมรี่ เป็นต้น (วิธีปลูกต้นไม้ในบ้านแบบไม่ซับซ้อน)

เห็นแล้วใช่ไหมว่าการสร้างกลิ่นหอมในบ้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แต่ถ้าต้องการความสะดวกยิ่งขึ้นก็อาจลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำเร็จรูปมาใช้ก็ไม่ผิดกติกา ปัจจุบันก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม หรือเตาน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนอกจากจะให้ความหอมแล้ว ยังช่วยสร้างความสุนทรีย์และบรรยากาศผ่อนคลายในบ้านอีกด้วย สำคัญคือต้องแน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ ไม่ปล่อยสารเคมีอันตรายออกมาให้เราสูดดม

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *