สี, รูปทรง กับ ธาตุทั้ง 5

รูปทรง ทิศทาง และขนาดบ้าน ต้องรู้ ความสุขของคนในบ้าน

รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการดึงดูดให้ผู้คนจับจองเป็นเจ้าของ แม้ในการออกแบบสร้างบ้านด้วยตัวเอง ผู้เป็นเจ้าของก็มักไม่ละเลยถึงความสวยและความล้ำสมัยของรูปทรงบ้านเช่นกัน ซึ่งในทางฮวงจุ้ย รูปทรงของบ้าน ที่ดิน หรือขนาดของบ้าน ล้วนมีผลไม่น้อยต่อสมาชิกภายในบ้านทั้งด้านดีและร้าย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้เลย!

รูปทรงบ้านสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า
บ้านที่มีแปลนบ้านรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถือว่าถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เนื่องจากมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ทั่วทุกทิศส่งผลดีในทางโชภลาภ สุขภาพ ชื่อเสียง เงินทอง  ส่วนบ้านหรือที่ดินที่มีรูปทรงตัวแอล ทรงมีดอีโต้ หรือมีส่วนที่เว้าแหว่ง ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย อาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียแก่สมาชิกในบ้านได้

หน้าบ้านแคบ หลังบ้านกว้าง ดีต่อเงินทอง
บ้านที่มีบริเวณหน้าบ้านแคบ หลังบ้านกว้าง ถือเป็นพื้นที่ที่ดี เพราะมีลักษณะคล้ายถุง ทำให้เก็บทรัพย์สินเงินทองได้มาก แต่บ้านที่มีหน้าบ้านกว้าง หลังบ้านแคบ ถือว่าไม่ดี

บ้านที่มีความกว้างมากกว่าความลึก ถูกหลักฮวงจุ้ย
ถ้าบ้านที่มีหน้ากว้าง กว้างมากกว่าความลึกถือว่าดี แต่บ้านที่มีหน้าบ้านแคบและตัวบ้านลึก มองดูมีลักษณะเหมือนซอย เช่นนี้ถือว่าเป็นอัปมงคลต่อผู้อยู่อาศัย

รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย
รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย

ขนาดของบ้านกับคนในบ้าน
ขนาดของบ้านต้องสัมพันธ์กับคนในบ้าน ถ้าสมาชิกในบ้านมีจำนวนน้อย ควรอยู่ในบ้านหลังขนาดพอเหมาะ แต่ถ้าสมาชิกมีจำนวนมาก ควรอยู่ในบ้านที่มีขนาดใหญ่ หากมีคนน้อยแล้วเลือกอยู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดี ลองคิดเล่น ๆ ว่าเพียงแค่การทำความสะอาดก็ลำบากแล้ว

ข้อควรระวังอื่น ๆ

    • ข้างบ้านมีตึกสูงขนาบข้าง เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี
    • ถนนหรือสะพานที่พุ่งเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นความอัปมงคลอย่างยิ่ง ยิ่งถนนสายยาว พลังปะทะยิ่งรุนแรง คนในบ้านอาจเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะหรือมีปัญหาต่างๆ ตามมา
    • ทางสามแพร่งและทางโค้ง พึงหลีกเลี่ยง แต่โบราณ ทั้งทางสามแพร่งและทางโค้ง ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรจะไปปลูกสิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย เพราะเชื่อกันว่าบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่อยู่ของวิญญาณ
    • ฝั่งตรงข้ามบ้านมีช่องลมพิฆาต (ซึ่งหมายถึงช่องแคบ ๆ ที่อยู่ระหว่างตึกสูงสองตึก) ส่องปะทะ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในบ้านนั้นอย่างร้ายแรง
    • บริเวณหน้าบ้าน ห้ามมีเสาไฟ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือศาลเจ้า แต่การปลูกต้นไม้ไว้ริมรั้วบ้านถือเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง
    • ภายในบ้าน อย่าเล่นระดับสูงต่ำ ถือว่าไม่ดี บางคนอาจคิดว่าสร้างสรรค์แปลกใหม่ แต่แท้จริงจะส่งผลเสียต่อคนในบ้าน

มีรูปแบบบ้านในฝันที่อยากได้เป็นเจ้าของสักครั้งในชีวิต การจะสร้างบ้านสักหลังเราจำเป็นต้องคำนึงปัจจัยหลาย ๆ อย่าง โดยสิ่งที่จำเป็นต้องนึกถึงคือรูปทรงของบ้านอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เนื่องจาก ”ฮวงจุ้ย” เป็นศาสตร์ของการบริหารและจัดการพลังงานจากกระแสอากาศมากเป็นพิเศษ ดังนั้นบ้านหรือที่พักอาศัยของเราที่มีรูปทรงลักษณะเป็นกล่องจะสามารถกักเก็บกระแสอาศภายในบ้านได้เป็นสัดส่วนของตัวเอง ซึ่งสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยในขั้นสูงในระบบวิชาดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star) ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับการยอมรับจากซินแสที่มีชื่อเสียงทั่วโลก จะมีสูตรการคำนวณพลังงานกระแสอากาศที่ไหลเวียนภายในที่พักอาศัยหรือบ้านของเรา เพื่อให้รู้ว่าบ้านของเรานั้นสามารถรับกระแสพลังที่ถูกยุค ถูกสมัย เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองทั้งในเรื่อง โชคลาภ, สุขภาพ และ ความสัมพันธ์หรือไม่ โดยการคำนวณดังกล่าวจะมีผลสูงสุดเมื่อมีชัยภูมิที่สอดคล้องมาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งท่านควรได้รับคำปรึกษาจากซินแสที่มีความสามารถ

อย่างไรก็ตามท่านสามารถพิจารณารูปทรงบ้านด้วยตนเองเพื่อให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยในเบื้องต้นได้จากหลักการคือการไหลเวียนของกระแสอากาศตามหลักฮวงจุ้ยจะแบ่งออกเป็น 8 ทิศทางหลัก ได้แก่ เหนือ, ใต้, ออก, ตก, ออกเฉียงเหนือ, ออกเฉียงใต้, ตกเฉียงเหนือ, ตกเฉียงใต้ ดังนั้นในเบื้องต้นเราจะต้องเลือกรูปทรงของบ้านที่สามารถทำให้กระแสอากาศไหลเวียนในบ้านได้อย่างทั่วถึงในทุก ๆ ทิศทางทั้ง 8 ทิศ หากที่พักอาศัยหรือบ้านของท่านมีพื้นที่ให้กระแสอาศไหลเวียนได้ครบทั้ง 8 ทิศ จึงถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีเหมาะกับหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ย โดยผมจะยกตัวอย่างของรูปทรงบ้านต่าง ๆ ดังนี้

1. รูปทรงบ้านแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือใกล้เคียง ถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีที่สุด เนื่องจากเมื่อแบ่งบ้านออกเป็น 8 ทิศหลักแล้ว สามารถมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ทั่วทุกทิศและยังมีพื้นที่ใกล้เคียงกันทุก ๆ ทิศ

2. บ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือใกล้เคียง ถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีรองลงมาจากรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เนื่องจากเมื่อแบ่งบ้านออกเป็น 8 ทิศทางหลักแล้ว สามารถมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ครบเช่นเดียวกับรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส อย่างไรก็ตามปริมาณพื้นที่ในแต่ละทิศอาจแตกต่างกันบ้าง

3. บ้านรูปทรงตัวแอลและตัวซี ถือว่าเป็นรูปทรงที่มีแนวโน้มในทางไม่ดี เพราะเมื่อเราแบ่งบ้านออกเป็น 8 ส่วนตาม 8 ทิศทางหลัก หากรูปทรงบ้านมีความยาวยิ่งมากเท่าไร จะยิ่งทำให้โอกาสที่ทิศใดทิศหนึ่งของบ้านเว้าแหว่งหรือขาดหายไปมีมากขึ้น และการที่มีทิศใดทิศหนึ่งหายไปจะส่งผลในเรื่องไม่ดีกับฮวงจุ้ยของบ้านได้ทันที

แนวทางความคิดทางศาสตร์วิชา 風水 (ฮวงจุ้ย) ไม่ว่าจะเป็นระดับพื้นฐานหรือระดับสูงเพียงใด ล้วนคำนึงถึงเรื่องหลักความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงสัณฐานกับระบบเบญจธาตุเป็นลำดับสำคัญ เหตุเพราะรูปทรงลักษณะต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดสื่อความหมายได้ต่างกันตามรูปทรงนั้น ๆ อาทิ เช่น รูปลักษณะทรงกลมจะสื่อแทนความหมายถึงท้องฟ้า ส่วนรูปลักษณะทรงสี่เหลี่ยมจะสื่อแทน ความหมายถึงพื้นดิน แสดงถึงความรู้สึกที่นิ่ง สงบสุข ไม่ต้องการความเคลื่อนไหวที่วุ่นวาย ซึ่งหากพิจารณาบ้านอยู่อาศัยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ตาม รูปทรง ลักษณะของอาคารส่วนใหญ่ ล้วนมีรูปทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีนัยแฝงความหมายถึงธาตุดินเกือบทั้งสิ้น

และด้วยเหตุผลใน หลักแห่งความสัมพันธ์ ระหว่างรูปทรงสัณฐานกับระบบเบญจธาตุต่าง ๆ เหล่านี้ การออกแบบรูปทรงลักษณะอาคาร จึงควรใช้รูปทรงแบบธาตุดินเป็นเกณฑ์ในการกำหนดแบบ เป็นหลักสำคัญ หรือแม้แต่ลักษณะรูปทรงของห้องนอนก็เช่นเดียวกัน รูปแบบลักษณะที่ดีควรเป็น รูปทรงสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ได้ ที่แสดงถึงความสงบนิ่ง มั่นคง อีกทั้งงานออกแบบชิ้นงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง เตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ควรมีรูปทรงเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถใช้แบบรูปทรงลักษณะ อื่น ๆ ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม ฯลฯ เพื่อเป็นเพียงส่วนประกอบร่วมผสมผสาน เข้าด้วยกันก็ย่อมจะกระทำได้ เพียงแต่ให้ฐานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเท่านั้นก็พอ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบน พื้นฐานที่ว่า ต้องการให้อาคารสถานที่ออกมาในลักษณะใด หรือเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นต้น อาทิ เช่น หากเป็นแหล่งสถานบันเทิงเริงรมย์ ที่ต้องการบรรยากาศเพื่อให้ความรู้สึกที่คึกคัก เคลื่อนไหว รูปทรงที่ออกแบบไม่จำเป็นต้องใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่จะใช้ลักษณะรูป ทรงที่เป็นลูกคลื่น ธาตุน้ำ หรือทรงกลม ธาตุทองก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของรูปแบบที่จะ นำไปใช้

สี, รูปทรง กับ ธาตุทั้ง 5
สี, รูปทรง กับ ธาตุทั้ง 5

การจัดรูปทรงของบ้านให้สอดคล้องกับธาตุประจำทิศทางนั้น ๆ มีดังนี้

แบบบ้านธาตุดินที่มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม เช่น ตึกแถว อาคารพาณิชย์ บ้านชั้น เดียว หรือบ้านสองชั้นทั่ว ๆ ไป รูปทรงแบบนี้เหมาะกับทิศทางที่มาส่งเสริมตัวบ้านที่เป็น ธาตุดิน ดังเช่น ทิศใต้ ซึ่งเป็นธาตุไฟ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นธาตุดิน ถือว่ารูปทรงแบบบ้านธาตุดินนี้ เหมาะกับทิศทางทั้ง 3 ทิศที่กล่าวมาข้างต้นนี้

แบบบ้านที่มีหลังคาเป็นลักษณะทรงกลม หรือหลังคาโค้ง มักไม่พบบ่อยนักที่จะใช้ในการ ออกแบบให้แก่หลังคาบ้านช่องทั่วไป บ่อยครั้งที่จะเห็นกับตัวอาคาร สถานที่หน่วยงานรัฐ หรือสถานประกอบการของเอกชนบางแห่ง โดยมีลักษณะเป็นโดมทรงกลม จัดเป็นรูปทรง ลักษณะแบบบ้านที่เป็นธาตุทอง รูปทรงแบบนี้จะเหมาะกับทิศทางที่มาส่งเสริมตัวบ้าน ที่เป็นธาตุทอง ดังเช่น ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นธาตุดิน ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่เป็นธาตุทอง ถือว่ารูปทรงแบบบ้านนี้ เหมาะ กับทิศทางทั้ง 4 ทิศที่กล่าวมาข้างต้นนี้

แบบบ้านที่มีหลังคาโค้งเป็นลูกคลื่นหลายๆโค้ง  ออกแบบบ้าน จัดเป็นลักษณะแบบบ้านที่เป็นธาตุน้ำ รูปทรงแบบนี้จะเหมาะกับทิศทางที่มาส่งเสริมตัวบ้านที่เป็นธาตุน้ำ ดังเช่น ทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นธาตุทอง และทิศเหนือ ที่เป็นธาตุน้ำ ถือว่ารูปทรงแบบบ้าน ธาตุน้ำนี้ เหมาะกับทิศทางทั้ง 3 ทิศที่กล่าวมาข้างต้นนี้

แบบบ้านทรงสูง เป็นอาคารตั้งแต่ 5 ชั้นขึ้นไป จัดเป็นลักษณะแบบบ้านที่เป็นธาตุไม้ รูปทรงแบบนี้จะเหมาะกับทิศทางที่มาส่งเสริมตัวบ้านที่เป็นธาตุไม้ ดังเช่น ทิศเหนือ ซึ่งเป็นธาตุน้ำ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นธาตุไม้ ถือว่ารูปทรงแบบ บ้านธาตุไม้นี้ เหมาะกับทิศทางทั้ง 3 ทิศที่กล่าวมาข้างต้นนี้

แบบบ้านที่มีหลังคาทรงแหลม หรือทรงสามเหลี่ยม เช่น หลังคาแบบบ้านทรงไทย จัดเป็น ลักษณะแบบบ้านที่เป็นธาตุไฟ รูปทรงแบบนี้จะเหมาะกับทิศทางที่มาส่งเสริมตัวบ้านที่ เป็นธาตุไฟ ดังเช่น ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นธาตุไม้ และทิศใต้ ที่เป็น ธาตุไฟ ถือว่ารูปทรงแบบบ้านธาตุไฟนี้ เหมาะกับทิศทางทั้ง 3 ทิศที่กล่าวมาข้างต้นนี้

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นแบบแผนในการนำธาตุประจำทิศทาง มาเสริมสร้างกระแสพลังให้เกิดแก่ ลักษณะรูปทรงบ้าน และอาคาร เพื่อเป็นหลักการในการออกแบบลักษณะรูปทรงให้สอดคล้องกับ ทิศทางด้านหลังของตัวบ้านและตัวอาคาร

สุดท้ายนี้ การสร้างบ้านอย่าลืมคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและสายลมด้วย เพราะบ้านเมืองเราเป็นเมืองร้อน การหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ทำให้ได้รับลมเย็นสบายนาน 6-8 เดือน แต่หากปลูกเรือนขวางตะวันหรือหันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันตก ย่อมเป็นการเปิดรับพลังงานจากแสงแดดอย่างเต็มที่ในตอนบ่าย และระอุอบอ้าวขึ้นอีกครั้งในยามค่ำคืน เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าบ้านจะสวยและราคาแพงเพียงใด คงอยู่ไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *