บ้านทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น รูปทรงเอกลักษณ์

รูปทรง ทิศทาง และขนาดบ้าน ต้องรู้เกี่ยวกับความสุขคนในบ้าน

รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการดึงดูดให้ผู้คนจับจองเป็นเจ้าของ แม้ในการออกแบบสร้างบ้านด้วยตัวเอง ผู้เป็นเจ้าของก็มักไม่ละเลยถึงความสวยและความล้ำสมัยของรูปทรงบ้านเช่นกัน ซึ่งในทางฮวงจุ้ย รูปทรงของบ้าน ที่ดิน หรือขนาดของบ้าน ล้วนมีผลไม่น้อยต่อสมาชิกภายในบ้านทั้งด้านดีและร้าย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้เลย!

สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ของรูปทรงบ้าน

เนื่องจากมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ทั่วทุกทิศส่งผลดีในทางโชภลาภ สุขภาพ ชื่อเสียง เงินทอง  ส่วนบ้านหรือที่ดินที่มีรูปทรงตัวแอล ทรงมีดอีโต้ การมีส่วนที่เว้าแหว่ง ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย อาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียแก่สมาชิกในบ้านได้ บ้านที่มีแปลนบ้านรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถือว่าถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

หลังบ้านกว้าง ดีต่อเงินทอง  หน้าบ้านแคบ ของ รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย

เพราะมีลักษณะคล้ายถุง ทำให้เก็บทรัพย์สินเงินทองได้มาก แต่บ้านที่มีหน้าบ้านกว้าง หลังบ้านแคบ ถือว่าไม่ดี บ้านที่มีบริเวณหน้าบ้านแคบ หลังบ้านกว้าง ถือเป็นพื้นที่ที่ดี

ถูกหลักฮวงจุ้ย บ้านที่มีความกว้างมากกว่าความลึก ของรูปทรงบ้าน

บ้านที่มีหน้าบ้านแคบและตัวบ้านลึก มองดูมีลักษณะเหมือนซอย เช่นนี้ถือว่าเป็นอัปมงคลต่อผู้อยู่อาศัย ถ้าบ้านที่มีหน้ากว้าง กว้างมากกว่าความลึกถือว่าดี

ขนาดของบ้านกับคนในบ้าน

ถ้าสมาชิกมีจำนวนมาก ควรอยู่ในบ้านที่มีขนาดใหญ่ หากมีคนน้อยแล้วเลือกอยู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดี ลองคิดเล่นๆ ว่าเพียงแค่การทำความสะอาดก็ลำบากแล้ว ขนาดของบ้านต้องสัมพันธ์กับคนในบ้าน ถ้าสมาชิกในบ้านมีจำนวนน้อย ควรอยู่ในบ้านหลังขนาดพอเหมาะ

ข้อควรระวังอื่นๆ

ข้างบ้านมีตึกสูงขนาบข้าง เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี

ถนนหรือสะพานที่พุ่งเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นความอัปมงคลอย่างยิ่ง ยิ่งถนนสายยาว พลังปะทะยิ่งรุนแรง คนในบ้านอาจเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะหรือมีปัญหาต่างๆ ตามมา

ทางสามแพร่งและทางโค้ง พึงหลีกเลี่ยง แต่โบราณ ทั้งทางสามแพร่งและทางโค้ง ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรจะไปปลูกสิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย เพราะเชื่อกันว่าบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่อยู่ของวิญญาณ

ฝั่งตรงข้ามบ้านมีช่องลมพิฆาต (ซึ่งหมายถึงช่องแคบๆ ที่อยู่ระหว่างตึกสูงสองตึก) ส่องปะทะ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในบ้านนั้นอย่างร้ายแรง

บริเวณหน้าบ้าน ห้ามมีเสาไฟ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือศาลเจ้า แต่การปลูกต้นไม้ไว้ริมรั้วบ้านถือเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง

ภายในบ้าน อย่าเล่นระดับสูงต่ำ ถือว่าไม่ดี บางคนอาจคิดว่าสร้างสรรค์แปลกใหม่ แต่แท้จริงจะส่งผลเสียต่อคนในบ้าน

ทุกๆท่านคงมีรูปแบบบ้านในฝันที่อยากได้เป็นเจ้าของสักครั้งในชีวิตนะครับการจะสร้างบ้านสักหลังเราจำเป็นต้องคำนึงปัจจัยหลายๆอย่าง โดยสิ่งที่จำเป็นต้องนึกถึงคือรูปทรงของบ้านอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เนื่องจาก ”ฮวงจุ้ย” เป็นศาสตร์ของการบริหารและจัดการพลังงานจากกระแสอากาศมากเป็นพิเศษ ดังนั้นบ้านหรือที่พักอาศัยของเราที่มีรูปทรงลักษณะเป็นกล่องจะสามารถกักเก็บกระแสอาศภายในบ้านได้เป็นสัดส่วนของตัวเอง ซึ่งสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยในขั้นสูงในระบบวิชาดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star) ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับการยอมรับจากซินแสที่มีชื่อเสียงทั่วโลก จะมีสูตรการคำนวณพลังงานกระแสอากาศที่ไหลเวียนภายในที่พักอาศัยหรือบ้านของเรา เพื่อให้รู้ว่าบ้านของเรานั้นสามารถรับกระแสพลังที่ถูกยุค ถูกสมัย เป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรืองทั้งในเรื่อง โชคลาภ, สุขภาพ และ ความสัมพันธ์หรือไม่ โดยการคำนวณดังกล่าวจะมีผลสูงสุดเมื่อมีชัยภูมิที่สอดคล้องมาเป็นตัวสนับสนุน ซึ่งท่านควรได้รับคำปรึกษาจากซินแสที่มีความสามารถ

อย่างไรก็ตามท่านสามารถพิจารณารูปทรงบ้านด้วยตนเองเพื่อให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยในเบื้องต้นได้จากหลักการคือการไหลเวียนของกระแสอากาศตามหลักฮวงจุ้ยจะแบ่งออกเป็น 8 ทิศทางหลัก ได้แก่ เหนือ, ใต้, ออก, ตก, ออกเฉียงเหนือ, ออกเฉียงใต้, ตกเฉียงเหนือ, ตกเฉียงใต้ ดังนั้นในเบื้องต้นเราจะต้องเลือกรูปทรงของบ้านที่สามารถทำให้กระแสอากาศไหลเวียนในบ้านได้อย่างทั่วถึงในทุกๆทิศทางทั้ง 8 ทิศ หากที่พักอาศัยหรือบ้านของท่านมีพื้นที่ให้กระแสอาศไหลเวียนได้ครบทั้ง 8 ทิศ จึงถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีเหมาะกับหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ย โดยผมจะยกตัวอย่างของรูปทรงบ้านต่างๆดังนี้

1. รูปทรงบ้านแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือใกล้เคียง ถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีที่สุด เนื่องจากเมื่อแบ่งบ้านออกเป็น 8 ทิศหลักแล้ว สามารถมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ทั่วทุกทิศและยังมีพื้นที่ใกล้เคียงกันทุกๆทิศ

2. บ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือใกล้เคียง ถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีรองลงมาจากรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เนื่องจากเมื่อแบ่งบ้านออกเป็น 8 ทิศทางหลักแล้ว สามารถมีพื้นที่ให้กระแสอากาศไหลเวียนได้ครบเช่นเดียวกับรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส อย่างไรก็ตามปริมาณพื้นที่ในแต่ละทิศอาจแตกต่างกันบ้าง

3. บ้านรูปทรงตัวแอลและตัวซี ถือว่าเป็นรูปทรงที่มีแนวโน้มในทางไม่ดี เพราะเมื่อเราแบ่งบ้านออกเป็น 8 ส่วนตาม 8 ทิศทางหลัก หากรูปทรงบ้านมีความยาวยิ่งมากเท่าไร จะยิ่งทำให้โอกาสที่ทิศใดทิศหนึ่งของบ้านเว้าแหว่งหรือขาดหายไปมีมากขึ้น และการที่มีทิศใดทิศหนึ่งหายไปจะส่งผลในเรื่องไม่ดีกับฮวงจุ้ยของบ้านได้ทันที

สุดท้ายนี้ การสร้างบ้านอย่าลืมคำนึงถึงทิศทางของแสงแดดและสายลมด้วย เพราะบ้านเมืองเราเป็นเมืองร้อน การหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ทำให้ได้รับลมเย็นสบายนาน 6-8 เดือน แต่หากปลูกเรือนขวางตะวันหรือหันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันตก ย่อมเป็นการเปิดรับพลังงานจากแสงแดดอย่างเต็มที่ในตอนบ่าย และระอุอบอ้าวขึ้นอีกครั้งในยามค่ำคืน เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าบ้านจะสวยและราคาแพงเพียงใด คงอยู่ไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน

บ้านทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น รูปทรงบ้านที่ดูทันสมัย
บ้านทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น รูปทรงเอกลักษณ์

แบบที่ไม่ค่อยดี มี 5 แบบ

โครงสร้างบ้านรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุข
ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุข หรือทางเข้าที่เล็ก ถือเป็นลางที่ร้าย ประสบแต่เรื่องปากเสียง หาความสุขมิได้เลย

โครงสร้างบ้านรูปทรงมีดโต้
ส่วนของคมมีด ถือเป็นส่วนที่อันตรายที่สุด ไม่เหมาะกับการใช้งาน

โครงสร้างบ้านรูปรองเท้า
โครงรูปบ้านรองเท้านั้น ผู้อยู่ในส่วน ของด้านพื้นรองเท้าไม่ดี ออกแบบบ้าน หาความเจริญมิได้ ไร้ซึ่งชื่อเสียง

โครงสร้างบ้านรูปทรงมีด 2 ด้ามประกบกัน
ด้านคมมีผลเช่นเดียวกับรูปทรงด้ามมีด ไม่ดี

โครงสร้างบ้านรูปทรงวงกลมติดกัน 2 อัน
โดยสามารถมอง เป็นเลข 8 อารบิคนั้น นำมาซึ่งความแตกร้าว งานการไม่สำเร็จ ไม่ลงเอยได้สักอย่าง

ทุกๆท่านคงมีรูปแบบบ้านในฝันที่อยากได้เป็นเจ้าของสักครั้งในชีวิตนะครับการจะสร้างบ้านสักหลังเราจำเป็นต้องคำนึงปัจจัยหลายๆอย่าง โดยสิ่งที่จำเป็นต้องนึกถึงคือรูปทรงของบ้านอย่างไรที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

ดังนั้นบ้านหรือที่พักอาศัยของเราที่มีรูปทรงลักษณะเป็นกล่องจะสามารถกักเก็บกระแสอาศภายในบ้านได้เป็นสัดส่วนของตัวเอง ซึ่งสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยในขั้นสูงในระบบวิชาดาวเหิน (Xuan Kong Flying Star) ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับการยอมรับจากซินแสที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

“การสร้างบ้าน หรือการเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรจะนึกถึงก็คงจะเป็นเรื่องของ “รูปทรงบ้าน” เพราะรูปทรงบ้านถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย ก็มีการพูดถึงเรื่องของรูปทรงบ้านเอาไว้เหมือนกันลองมาชมกันค่ะ”

การสร้างบ้าน หรือการเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรจะนึกถึงก็คงจะเป็นเรื่องของ “รูปทรงบ้าน” เพราะรูปทรงบ้านถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง โครงการต่างๆ ก็พยายามเน้นในเรื่องของรูปทรงบ้านที่สวยหรูหราดูทันสมัย เพื่อจูงใจลูกค้า
ตามหลักฮวงจุ้ย ก็มีการพูดถึงเรื่องของรูปทรงบ้านเอาไว้เหมือนกัน ผมเลยนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครกำลังมองหาบ้านจะได้มีข้อสังเกตในการเลือกบ้านที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
ตำราฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ชัดเจนในเรื่องของรูปทรงบ้าน โดยให้พิจารณาปัจจัย ดังต่อไปนี้

1. บ้านทรงสี่เหลี่ยม รูปทรงบ้านที่เป็นสี่เหลี่ยมถือว่าเป็นรูป

ทรงที่ถูกต้องที่สุดในทางฮวงจุ้ย เพราะบ้านจะไม่มีส่วนเว้าส่วนเกิน แต่ในปัจจุบันการจะหาบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมเต็มๆ คงจะหายาก สถาปนิกเองก็คงไม่แฮปปี้นักกับการออกแบบบ้านรูปทรงเหมือนกล่องแบบนี้ เพราะดูไม่มีดีไซน์ ไม่มีกึ๋นว่างั้นเถอะ นอกจากนี้ยังมองดูทื่อๆขาดความสวยงาม ซึ่งผมก็เห็นด้วยในเรื่องนี้
หลายคนยังเข้าใจผิดในเรื่องของบ้านเว้าแหว่ง บางคนกลัวบ้านจะผิดฮวงจุ้ย ให้สถาปนิกออกแบบบ้านทรงสี่เหลี่ยมเต็ม เหมือนกันตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์เลย ความจริงแล้วไม่ต้องไปซีเรียสขนาดนั้น
รูปทรงบ้านอาจจะมีส่วนเว้าหรือส่วนเกินบ้าง ก็คงไม่ผิดกติกาอะไร ถ้าส่วนเว้าส่วนเกินนั้น ไม่มากจนเกินไป เช่น เว้าหรือเกินจากตัวบ้านไม่เกิน 1 ใน 3 ของตัวบ้าน อย่างนี้ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเกิน 1 ใน 3 ขึ้นไป จะถือว่า บ้านมีส่วนเว้าเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องพิจารณากันให้ดีนะครับ

2. บ้านเสือขาว-มังกรเขียว บ้านอีกลักษณะหนึ่งที่ถือว่า

ส่วนที่เป็นประธาน จะอยู่ตรงกลาง และส่วนที่เป็นปีกทั้งสองข้าง (ซ้าย-ขวา) เป็นลักษณะของรูปทรงที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ก็คือ บ้านเสือขาว-มังกรเขียว ลักษณะของรูปทรงบ้าน จะมีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

บ้านรูปทรงแบบนี้จะได้องค์ประกอบของประธานและบริวาร ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่า เป็นบ้านที่มีกำลัง แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ส่วนที่เป็นประธานจะต้องสูงกว่าอาคารที่เป็นปีกทั้งสองข้าง และอาคารด้านซ้ายซึ่งเป็นตำแหน่งของมังกรเขียว ห้ามต่ำกว่าอาคารด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งเสือขาว ถ้าเท่ากันหรือสูงกว่าไม่เป็นไร
การพิจารณาอาคารว่า อยู่ซ้ายหรือขวา ให้เจ้าของบ้านไปยืนในบ้านแล้วมองออกมาหน้าบ้าน ซ้ายคือมังกรเขียว ขวาคือเสือขาว รูปทรงบ้านแบบนี้ ส่วนใหญ่บ้านจะต้องมีพื้นมากพอสมควร ถ้าพื้นที่น้อยก็ไม่เหมาะที่จะใช้รูปบ้านแบบนี้

3. บ้าน 5 ธาตุ ตามหลักฮวงจุ้ยจะพิจารณารูปทรงบ้านตาม

ลักษณะของทิศทาง บ้านอยู่ทิศใดก็ให้ใช้รูปทรงบ้านตามทิศนั้น ทิศจะให้ความหมายของธาตุและรูปทรง โดยแบ่งออกเป็น 5 ธาตุตามทิศ ดังนี้

4. บ้านรูปทรงเฉพาะอย่างกรณีบ้านทรงไทย ถือเป็นบ้าน

ที่มีรูปทรงที่แตกต่างจากบ้านทั่วๆไป และเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม (ธาตุไฟ) ในทาง ฮวงจุ้ยถือว่า เป็นรูปทรงที่แรง ผู้ที่อยู่บ้านลักษณะนี้ได้ จะต้องมีกำลังธาตุที่แข็งพอ ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ คนโบราณจึงมักจะกล่าวเอาไว้ว่า บ้านทรงไทยเหมาะกับคนที่มีบารมีสูง เป็นเจ้าขุนบุญนาย เป็นเจ้าเมือง คนธรรมทั่วไปที่ไม่มีบารมี อยู่แล้วจะไม่เจริญ พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านก็จะบอกว่า “บารมีไม่ถึง” นั่นเอง
ลองสังเกตกันดู รูปทรงไทยจะคล้ายกับวัด เพราะมีจั่วทรงสามเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระที่อยู่ในวัดเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รักษาศีล เป็นผู้ที่มีบารมีสูง จึงสามารถอยู่ในอาคารรูปทรงแบบนี้ได้ คนที่จะอยู่บ้านทรงไทย ก็เช่นเดียวกัน จึงต้องมีบารมีสูงถึงจะอยู่ได้

บ้านทรงโรมัน บ้านลักษณะนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมกันมากพอสมควร โดยจะมีเสาต้นใหญ่เป็นเอกลักษณ์ มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่หรูหรา อลังการ ใหญ่โตโอ่อ่า ซึ่งรูปทรงบ้านแบบนี้จะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ โดยด้านหน้าควรจะมีสนามโล่ง เพื่อเป็นลานรับพลัง (เหม่งตึ้ง) จึงจะถือว่าดี เพราะรูปทรงโรมัน จะมีเสาขนาดใหญ่อยู่หน้าบ้าน ถ้าหน้าบ้านไม่กว้าง เสาก็จะกลายเป็นสิ่งกีดขวางพลังที่จะไหลเข้าบ้านได้
แต่ปัจจุบันการนำรูปทรงโรมันมาใช้กับบ้านหลังเล็กๆ ที่มีพื้นที่น้อยมีให้เห็นกันมาก ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเสีย เพราะเสาต้นใหญ่ที่อยู่หน้าบ้าน จะกลายเป็นอุปสรรค ขวางทางชี่ที่จะไหลเข้าบ้าน เพราะพื้นที่บริเวณหน้าบ้านไม่มี หรือมีน้อย นั่นเอง เพราะฉะนั้นการนำรูปทรงโรมันมาใช้ จะต้องคำนึงถึงพื้นที่บ้านเป็นสำคัญ
ปัจจัยทั้ง 4 ข้อ เป็นเพียงข้อสังเกตคร่าวๆเท่านั้น ความจริงจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างจะซับซ้อนเกินไป เอาแค่นี้ก็น่าจะพอนะครับ อย่างน้อยถ้าเลือกได้ตามนี้ ก็ถือว่าเลือกรูปทรงบ้านได้ถูกหลักฮวงจุ้ยแล้ว?

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *