รีวิว ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์

ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นแฟนตาซี กับเรื่องราวก่อนมนุษย์ครองพิภพ ยุคที่สัตว์ในป่าหิมพานต์ต่างทำสงครามแย่งชิงอาณาจักรกัน เมืองอโยธาของ พญาวัชระครุฑ ถูกรากษสสัตว์เผ่าพันธุ์ดุร้ายเข้ามาตีประชิดเมือง ทำให้พญาวัชระครุฑต้องตีฝ่าวงล้อมข้ามมหานทีสีทันดร ไปขอความช่วยเหลือจากเหล่าสัตว์พิสดารน้อยใหญ่ในป่าหิมพานต์ อาทิ คชสีห์, นรสิงห์, วานร รวมไปถึง กินนร ที่เคยเป็นปรปักษ์กัน เพื่อมากอบกู้เมืองอโยธยา ทำให้มหาสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์บังเกิด

ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี โดย คณะดิจิทัลอาร์ต วิทยาลัยดนตรี และวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะว่าเป็นงานโชว์พลังและศักยภาพของสายการศึกษาก็ว่าได้ แม้เราเคยชมงานกราฟิกและเกมจากศิษย์ของสถาบันนี้มาบ้างแล้ว แต่กับงานแอนิเมชั่นขึ้นจอเงินความยาวกว่า 90 นาทีนี่ ถือเป็นก้าวที่ห้าวหาญมาก ๆ

โชคร้ายหน่อยที่ความตั้งใจว่าจะเป็น ภาพยนตร์แอนิเมชั่นอิงประวัติศาสตร์/ยิ่งใหญ่อลังการ/เรื่องแรกของไทย เมื่อ 4 ปีก่อน ถูกแอนิเมชั่นสายเลือดไทยที่ม้ามืดมาก ๆ อย่าง 9 ศาสตรา ทำตัดหน้าและชิงคำนิยามนี้ไปเรียบร้อยก่อนแล้ว ความว้าวต่อจาก ก้านกล้วย ซึ่งเรื่อง ครุฑ นี้ควรได้คะแนนจิตพิสัยบวก 10 เลยกลายเป็น 0 คะแนนไปเสีย

พูดกันตรง ๆ ถ้าเทียบกับงาน 9 ศาสตรา ก็ไม่มีแง่มุมไหนที่หนัง ครุฑ จะเหนือกว่าอย่างจะแจ้งเลย แต่ถ้าจะมองว่าเอางานระดับอาจารย์และนักศึกษา ไปสู้ทีมมือโปรที่ทำสายกราฟิกมาโชกโชนด้วยทุนสร้างอลังการและวิธีคิดแบบสากลมาก ๆ ก็ออกจะไม่ยุติธรรมกับครุฑมากไป ดังนั้นเรามามองแบบตัวหนังครุฑเพียว ๆ น่าจะดีที่สุด

ด้านเนื้อหาและตัวละคร หนังใช้องค์ประกอบความเป็นไทยอย่างสงครามกู้เอกราชสมัยอยุธยามาแปลงเป็นเรื่องราวแฟนตาซีโลกหิมพานต์ที่มีหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ต่างกับจักรวาลแฟนตาซียิ่งใหญ่ของ โทลคีน อย่าง The Lord of the Rings เลยทีเดียว หากแต่จุดด้อยที่ต่างชัดเจนคือ หนังไม่เอื้อให้คนที่ไม่รู้จักเรื่องราวมาก่อนผูกพันกับตัวละครนัก ในลอร์ดฯเขายังมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือฮอบบิทที่ใกล้เคียงมนุษย์ ให้ผู้ชมยึดโยงรู้สึกเป็นตัวแทนได้ แต่ในครุฑตัวละครเดินเรื่องคือครุฑ ที่เราไม่ค่อยจะรู้สึกเป็นตัวแทนเราในการผจญภัยได้ทันที ต้องอาศัยเวลาสร้างความผูกพันไปเรื่อย ๆ แต่หนังก็ดีไซน์มาแบบไม่ได้แก้จุดอ่อนนี้เท่าไหร่ เพราะดีไซน์ทหารครุฑตัวหลักทั้ง 9 ตัวแทบจะแยกกันไม่ออก โชคดีว่าพระเอกยังใส่ชุดสีแดงอยู่ตัวเดียวทำให้ยังพอจดจำได้บ้าง แล้วภาพจำยากไม่พอ ชื่อใช้ศัพท์โบราณเอาเท่แต่จำโคตรยากเข้าไปอีก คือสารภาพว่าจำได้จริง ๆ แค่ตัวสองตัวก็เก่งแล้วนะ


อนิเมชั่นไทยแท้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากดูตั้งแต่เห็นว่ามันจะเข้าโรงแล้ว พูดง่ายๆมันก็เป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่ 9 ศาสตราเข้าโรงเลยนั่นเอง เนื่องจากวงการภาพยนตร์ไทยนั้นไม่ได้สร้างอนิเมชั่นมานานนับหลายปี พอได้เห็นมันก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะเรื่องล่าสุดที่จำได้ว่าดูคือเรื่องคุณทองแดง ซึ่งก็ทำเอาหาวไปหลายตลบ มารอบนี้มีทั้ง 9 ศาสตรา มีทั้งครุฑ ก็เลยตั้งใจไว้ว่า มีกี่เรื่องมาจะดูให้หมด โดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากเลย ซึ่งเมื่อต้นปีหลังจากได้ดูอนิเมชั่นไทยราคา 200 ล้านไปแล้ว ก็ได้ความประทับใจในด้านงานภาพมาระดับนึง กลางปีเลยมาขอจัดอนิเมชั่นที่อาจจะทุนไม่เท่า แต่ได้ดาราไทยระดับต้นๆมาพากย์ ซึ่งประโยคนี้แหละ ที่จะทำให้คนดูผิดหวังมากที่สุด ซึ่งผมจะขอรีวิวไปเป็นส่วนๆ ขอให้ทุกคนเปิดใจ และยอมรับว่ามันไม่ได้ดี และมันก็ไม่ได้แย่นะครับ เอ้า เริ่มกันเลย! สามารถดูได้ ที่ ดูหนังออนไลน์

แน่นอนว่าการดูอนิเมชั่นสิ่งแรกที่ทุกคนอยากรู้กันแน่ๆคือ “งานภาพ” เรียกว่าแทบจะสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเมื่อเราอยากดูการ์ตูน อนิเมะ หรืออนิเมชั่น สิ่งที่แรกที่ตาเราได้ประสบก็คือตัวภาพนี่แหละ ภาพสวยมันก็ชวนอยาก ภาพแย่มันก็ชวนอี๋ จะบอกว่าอย่าตัดสินหน้าหนังสือก่อนจะได้อ่าน แต่ Packaging ที่ดีก็ช่วยส่งเสริมการค้านะครับ ฮ่าๆ ซึ่งเรื่องครุฑนี่โดยส่วนตัวค่อนไปทาง อี๋ นิดหน่อยครับ คือภาพมันก็ตามแบบตัวอย่างนั่นแหละ

คือมันไม่สมูธเอาซะเลย อนิเมชั่นมันกระตุกๆ แถมมุมกล้องเวลาฉากแอคชั่นก็ไม่ได้ทำดีขนาดนั้น ภาพเขาจะไม่เหมือน 9 ศาสตรา นะครับ ฝั่งนั้นเขาจะออกแนวการ์ตูนไปเลย แต่ทางนี้เหมือนเค้าจะเน้นความสมจริงในหลายๆด้าน แต่ก็นั่นแหละ มันออกจะเหมือนพวกอนิเมชั่นใน Cut Scene ก่อนจะเริ่มเกมในมือถือ หรือเกมจีนซะมากกว่า

งานมันดูหยาบ เอฟเฟคดูไม่แพง ไม่ค่อยระรื่นตาเท่าไหร่ แถมการเคลื่อนไหวยังแข็งอีก (ยิ่งโมเดลต้นไม้หิมพานต์ กับนาคนี่อือหือ อย่าให้พูดเชียว) ถึงผมจะว่าเขาแบบนี้ก็ใช่ว่าผมจะไม่ชอบนะครับ ผมค่อนข้างชอบเลยแหละ คือต่อให้งานภาพมันจะหยาบ ไม่สมูธ เล่นมุมกล้องไม่ดี แถมเอฟเฟคก็ดูราคาถูก ผมก็ยังชอบการออกแบบของโมเดลนะครับ คือโดยส่วนตัวชอบพวกนิยายไทยแฟนตาซีอยู่แล้ว เช่นพวกรามเกียรติ์ อะไรเทือกนี้

ก็เลยชอบที่ได้เห็นสัตว์ในวรรณคดีออกมาโลดแล่นในจอหนัง ซึ่งคชสีห์ นรสิงห์ กับพญานาคก็ออกแบบมาได้ไม่แย่นะครับ แต่ว่าการเคลื่อนไหวของมันก็แอบทำกุมขมับอยู่เหมือนกัน

ขอเสริมอีกส่วนนึงคือเรื่องเอฟเฟค และการฆ่าในเรื่อง ผมไม่ทราบว่าเด็กที่มาดูส่วนใหญ่เหมาะกับฉากฟันคอขาด ตัวขาด เลือดกระฉูดในหลายๆฉากรึเปล่าอะนะครับ แต่เป็นไปได้ผมคิดว่าการมีเลือดให้น้อยที่สุดน่าจะดีกับเด็กมากกว่า แต่เรื่องนี้เล่นมีฉากโหดๆเยอะม้ากกก จริงๆเด็กอาจจะไม่อะไรก็ได้ แต่ผมก็แอบๆกลัวมันไปส่งผลอะไรกับเด็กเหมือนกัน

ขอสรุปเลยว่าเรื่องนี้ที่ผมชอบส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องการได้เห็นตัวละครในวรรณคดี และฉากไทยๆต่างมาโลดแล่นบนจอหนัง แต่ในขณะเดียวกันมันก็สื่อถึงความไม่หลากหลาย และโดยรวมๆของหนังเรื่องนี้มันแอบสื่อถึงความมักง่ายอยู่ค่อนข้างเยอะ เน้นทำอะไรที่สะดวก คิดไม่ยากเอาไว้ก่อน แต่ก็อยากให้ไปดูกันครับ เผื่อจะได้เอามาวิจารณ์และสร้างแรงในการปรับปรุงของผู้สร้างเขา ในส่วนที่ดีเราก็ขอชม ส่วนที่ไม่ดีก็ต้องขอดุกันหน่อย สุดท้ายก็ดีใจที่ทำมันออกมา ถือว่าไม่เสียเวลา

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *