พ่อแม่รู้ไหม? ความวิตกกังกลของเด็ก…แบ่งเป็น “โรค” อะไรได้บ้าง

ความวิตกวังกลในเด็ก สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ลักษณะอาการที่ปรากฏอาจแสดงออกมา ในรูปแบบอารมณ์หงุดหงิด ปวดหัว ปวดท้อง ซึ่งบางครั้งเด็กเองก็ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องอะไร การรักษาอาจรักษาด้วยยา หรือปรับความคิดของเด็ก เช่น ให้เด็กรู้อารมณ์ตนเองที่เกิดขึ้นว่าคืออารมณ์อะไร ความรุนแรงของอารมณ์ที่เกิดขึ้นมีมากน้อยแค่ไหน เพื่อฝึกจัดการความคิดในเรื่องที่สามารถจัดการได้ ช่วยให้เด็กลดความกังวลลง

โรคกลัวการเข้าสังคม
เป็นความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสังคม กลัวการวิพากย์วิจารณ์ของคนอื่น หรือกลัวว่าจะมีการแสดงออกที่เป็นที่หน้าอายต่อคนอื่น ทำให้เด็กเกิดการเก็บตัว ไม่อยากออกไปพบผู้อื่น หรือไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้คน บางครั้งผู้ปกครองอาจมองว่าเด็กขี้เกียจหรือขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก

เทคนิคการรักษา : ผู้ปกครองควรฝึกให้เด็กรับรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่เป็นเพียงความวิตกกังวล ชี้นำให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียที่เกิดขึ้นจากความกังวล ทำให้เด็กเห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เด็กรู้สึกกลัว สอนให้เด็กจัดลำดับความกลัว และสอนวิธีการรับมือกับความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากน้อยสุดไปมากสุด หรืออาจมีการใช้ยารักษาร่วมด้วย

โรค selective mutism หรือการไม่ยอมพูดในบางสถานการณ์
เด็กจะไม่พูดในบางสถานการณ์หรือเวลาอยู่กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย แต่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ปกติ และสามารถพูดได้ปกติเมื่ออยู่กับบุคคลที่คุ้นเคย เช่น สมาชิกในครอบครัว

เทคนิคการรักษา : ผู้ปกครองควรสร้างแรงจูงใจให้เด็กเห็นถึงข้อดีและข้อเสียของการพูดคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย โดยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก อาจเริ่มจากการให้เด็กทำท่าทางแสดงออกตอบสนองเวลาสื่อสาร เช่น การพยักหน้า ส่ายหน้า แสดงออกทางสีหน้า และชมเชยเมื่อเด็กมีการตอบสนองที่ดี แต่หากเด็กมีอาการเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าหรือโรคอื่นๆ อาจต้องมีการใช้ยารักษาร่วมด้วย

โรคแพนิก (panic disorder)
ภาวะตื่นตระหนกของร่างกาย เช่น ภาวะใจสั่น เหงื่อแตก คลื่นไส้ มึนหัว เจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที จนทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างมากและเด็กเกิดความกลัว อ่านเพิ่มเติม

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *