นักสืบ วิทยาการตำรวจ

การใช้วิทยาการตำรวจ ควบคู่กับงานนักสืบ

นักสืบ ในปัจจุบันจำเป็นต้องนำ วิทยาการตำรวจ เข้ามาสนับสนุนโดยการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การใช้เครื่องมือ ทางวิทยาศาสตร์ทำการตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอ (DNA) อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนตรวจเปรียบเทียบลายมือในเอกสาร ลายพิมพ์นิ้วมือ เขม่าดินปืน การใช้เครื่อง

เอ็กซ์เรย์ เครื่องตรวจโลหะวัตถุระเบิด การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ การใช้เครื่องดักฟัง เป็นต้น (วุฒิ วิทิตานนท์, พล.ต.ท., ๒๕๔๙) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิทยาการสมัยใหม่ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะสนับสนุนงานด้านการสืบสวน และนำมาเป็นประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมให้มากยิ่งขึ้น ได้พัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีความรู้ความเข้าใจในวิทยาการสมัยใหม่อันได้แก่ งานพิสูจน์หลักฐานงานด้านทะเบียนประวัติอาชญากรรม งานนิติเวช ตลอดจนนำเอาเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาใช้ในการสืบสวนดังตัวอย่างต่อไปนี้

ร่องรอยต่าง ๆ ที่พบในที่เกิดเหตุ สามารถนำมาตรวจ พิสูจน์ได้ตัวอย่างเช่น

  • รอยพิมพ์ลายนิ้วมือ นิ้วเท้า สามารถตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบและยืนยันตัวบุคคลได้
  • รอยเจาะ งัด ตัดฟัน เป็นรอยที่เกิดจากการใช้เครื่องมือชนิดไหน
  • รอยฟันกัด เป็นรอยฟันของผู้ต้องสงสัยหรือไม่
  • รอยเครื่องหมายต่าง ๆ เป็นรอยเครื่องหมายของสิ่งใด หรือของผู้ใด

เอกสารและวัตถุปลอมแปลง สามารถนำมาตรวจพิสูจน์ ได้ตัวอย่างเช่น

  • เอกสารต่าง ๆ ใครเป็นผู้เขียนข้อความหรือเป็นผู้เซ็นต์ชื่อ และมีการปลอมแปลงเอกสารเกิดขึ้นหรือไม่ ตลอดจนพิสูจน์หาข้อความจากเอกสารลับต่าง ๆ
  • วัตถุปลอมแปลง เช่น เงินตรา เครื่องหมายการค้า แสตมป์ มีการปลอมแปลงหรือไม่ มีวิธีการปลอมแปลงอย่างไร

อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จะนำมาตรวจพิสูจน์ในประเด็น

  • หัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนนั้น ยิงมาจากอาวุธปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
  • รอยคราบดินปืนที่ปรากฏบนเครื่องแต่งกายของผู้เสียหายแสดงถึงระยะห่างของคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิง
  • การสลัดของปลอกกระสุนออโตเมติกแสดงระยะการยิงได้
  • ใครเป็นเจ้าของปืน

เลือด คราบอสุจิจะตรวจได้ว่าเป็นเลือดมนุษย์หรือสัตว์ และจัดอยู่ในหมู่ใด มีรูปลักษณะ DNA อย่างไร
เส้นผม เส้นขน จะตรวจได้ว่าเป็นชนิดไหน บางกรณีอาจจะตรวจได้ถึงว่าได้ถูกดึงหรือฉีกขาดจากส่วนใด วัตถุระเบิด จะตรวจได้ว่ามีกลไกการทำงานอย่างใด เป็นวัตถุระเบิดชนิดไหนพยานหลักฐานที่เป็นเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ ได้แก่

  • เศษแก้ว กระจก จะตรวจพิสูจน์ว่า เศษแก้วแตกออกโดยใช้แรงทุบหรือใช้กระสุนปืนยิงทางด้านใด และแตกมาจากวัสดุชิ้นใด
  • เศษผง เศษดิน จะพิสูจน์ได้ว่ามาจากแหล่งใด
  • เศษสี จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นสีชนิดใด เหมือนกับสีที่ติดกับวัตถุอื่นที่เป็นพยานหลักฐานหรือไม

จะเห็นได้ว่าบรรดาวัตถุพยานต่าง ๆ ให้คุณค่าในการสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก ถ้าหากพบวัตถุพยานอย่างหนึ่งอย่างใดในตัวผู้ต้องสงสัยหรือภายในบ้านพัก สามารถนำมาตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ สามารถนำไปใช้ยืนยันผู้กระทำผิดได้แน่นอนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ผู้บริสุทธิ์ปราศจากมลทินออกไปจากคดี หรือประเด็นต้องสงสัยได้

ความสัมพันธ์ระหว่าง นักสืบกับการสอบสวน

การสืบสวนกับการสอบสวนต่างมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่ความสำเร็จในการคลี่คลายอาชญากรรมที่จะบรรลุเป้าหมายโดยสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับนั้นจะต้องดำเนินการผสมผสานกันอย่างมีระบบ โดยยึดหลักความถูกต้องรวดเร็ว และความเป็นธรรมเป็นหัวใจสำคัญ กล่าวโดยสรุป เมื่อมีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้น ผู้รับผิดชอบในการสืบสวนจะต้องดำเนินการเพื่อตอบคำถามให้ได้ว่า

  • อาชญากรรมนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
  • ความผิดเกิดขึ้นที่ใด ณ จุดใด
  • เกิดขึ้นเมื่อใด
  • เหตุจูงใจหรือทำไมจึงเกิดการกระทำผิดขึ้น
  • ผู้กระทำผิดได้กระทำอย่างไรบ้าง

เพื่อตอบปัญหาดังกล่าว ผู้รับผิดชอบจะต้องอาศัยการสืบสวนตรวจสถานที่ เกิดเหตุขึ้นอย่างรีบด่วน เพื่อหาร่องรอยหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิด ตัวผู้กระทำผิด เส้นทางหลบหนี และที่ซึ่งคาดว่าผู้กระทำผิดหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ขณะเดียวกันก็ต้องรีบทำการสอบสวนผู้เสียหาย หรือผู้เคราะห์ร้ายตลอดจนพยานหลักฐาน โดยต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะยิ่งเน้นช้าไปเพียงใดเท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหลบหนีไกล หรือกลบเกลื่อนร่องรอยหลักฐานได้มากยิ่งขึ้นเพียงนั้น

ความสำคัญของงานนักสืบคดีอาชญากรรม
ความมุ่งหมายของการสืบสวนเป็นการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแห่งคดีอาชญากรรมต่าง ๆ เพื่อ ๑) รู้ตัวผู้กระทำผิดผู้กระทำผิด ไปอยู่ที่ใด และ ๓) เสาะหาพยานหลักฐานต่าง ๆ มาพิสูจน์การกระทำผิด ความสำเร็จดังกล่าวขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในการทำงานดังนี้

บุคลากรที่ใช้ในการสืบสวนควรคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความ
สามารถและถนัดในงานการสืบสวน และมีความคิดก้าวหน้าในวิทยาการสมัยใหม่ที่ต้องหมั่นปรับปรุงให้ทัดเทียมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้เท่าทันอาชญากรที่มีการพัฒนารูปแบบของการประกอบอาชญากรรม อย่างไม่หยุดยั้งไม่เป็นผู้ที่ทำลายร่องรอยพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเสียเอง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นคนช่างสังเกตและละเอียดรอบครอบในการคิดพิจารณา และการดำเนินงานทุกขั้นตอน

  • ข้อเท็จจริงหรือข่าวคราวที่ถูกต้อง ซึ่งเริ่มจากการสืบสวน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ การลำดับเหตุการณ์ย้อนหลังอย่างถูกต้องแม่นยำ จะนำไปสู่การสืบสวนหาข้อเท็จจริงหรือข่าวได้เที่ยงตรง ทั้งนี้โดยอาศัยศิลปะการซักถามปากคำอย่างชำนาญเข้าช่วยเพื่อสกัดข้อเท็จจริงจากคำบอกเล่าของพยานที่พยายามเบี่ยงเบนความจริง หรือเพราะอยากดัง รู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • เครื่องมือช่วยในการสืบสวนคดีอาชญากรรมต่าง ๆ นับเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของการสืบสวนและการสอบสวนคลี่คลายคด
นักสืบ วิทยาการตำรวจ
นักสืบ วิทยาการตำรวจ

ผู้รับผิดชอบสืบสวนอาชญากรรมยุคปัจจุบันไม่มุ่งเน้นเอาข้อเท็จจริงจากการสืบสวนมาประติดประต่อ โดยอาศัยพยานบุคคลเป็นหลักพิสูจน์การกระทำผิด เพราะอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้มาก พยานอาจกลับคำในชั้นสอบสวนและชั้นศาลได้ พึงมุ่งเน้นการสืบสวนพิสูจน์การกระทำผิดและตัวผู้กระทำ โดยอาศัยการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาการเป็นหลักในบางกรณี
แม้จะรู้ตัวผู้กระทำผิดโดยอาศัยการสืบสวนจากพยานบุคคลจนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าผู้นั้นกระทำผิดจริง แต่ก่อนจะมีการจับกุมดำเนินคดีอาชญากรรมนั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือโดยอาศัยเครื่องมือช่วยต่าง ๆ ทาง วิทยาการตำรวจ เช่น เครื่องมือตรวจพิสูจน์เกี่ยวกับอาวุธปืน การตรวจลายนิ้วมือแฝงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ การตรวจพิสูจน์เส้นผม เส้นขน น้ำอสุจิ หมู่เลือดรวมถึงการใช้สุนัขดมกลิ่น และเครื่องตรวจพิสูจน์เสียง (Voice Identification) เป็นต้น ต้องนำมาใช้อย่างชาญฉลาดเท่าที่ทางราชการตำรวจหรือหน่วยงานข้างเคียงจะพึงมีและพิสูจน์ได

การนำบทบาทของเหตุผลมาใช้อย่างสมเหตุสมผล หา นักสืบ  ข้อนี้นับว่าเป็นปัจจัยอีกประการหนึ่งที่ผู้รับผิดชอบในการสืบสวนพึงยึดถือเป็นหลักประจำใจในการปฏิบัติงานว่าข้อเท็จจริงก็ดี ร่องรอยพยานหลักฐานต่าง ๆ ในที่เกิดเหตุก็ดีร่องรอยที่ปรากฏผิดปกติจากตัวผู้เสียหายและตัวผู้ต้องสงสัยก็ดี จะต้องสมเหตุสมผล โดยต้องใช้วิจารณญาณที่ดี และใช้หลักสามัญสำนึกหรือ ตามหลักบทบาท
ของเหตุผล จะบังเกิดผลแห่งการกระทำตรงตามที่สืบสวนได้มาหรือปรากฏอยู่ตามสภาพที่เห็นหรือไม่ ถ้าใช้หลักดังกล่าวแล้วปรากฏมีข้อเท็จจริงหรือร่องรอยปรากฏสอดคล้องกันจึงรับฟังได้ พึงหลีกเลี่ยงความเชื่ออันเกิดจากอคติจะทำให้การสืบสวนผิดพลาดได้

การสืบสวนโดยพิจารณาจากแผนประทุษกรรมของคนร้ายนำไปสู่การระบุตัวผู้กระทำผิด มีบ่อยครั้งโดยเฉพาะคดีอาชญากรรม อันเกิดจากการกระทำของคนหลายอาชีพ ซึ่งย่อมมีแผนประทุษกรรมเป็นเอกลักษณ์ของตนอาจใช้ในการสืบสวนตรวจสอบจากแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ได้พิจารณากลั่นกรองทั้งจากสถานที่เกิดเหตุ พยานบุคคล และพยานเหตุผลแวดล้อมกรณี
แล้วสามารถสืบสวนได้ว่าคนร้ายนั้นเป็นใครหรือกลุ่มใด ที่เคยมีแผนประทุษกรรมเช่นนั้นมาก่อน โดยอาศัยข้อมูลจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือจากสถานีตำรวจแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจได้ภาพถ่ายผู้กระทำผิดพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือสามารถสเก็ตซ์ภาพคนร้ายเป็นทางสืบสวนจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้

ความสำคัญของงานการสอบสวนคดีอาชญากรรม

โดยที่ประเทศไทยเรายึดหลักกฎหมายในการพิสูจน์คดีตามระบบกล่าวหาที่เรียกว่า “Aaccusatorial System” การพิจารณาของศาลรับฟ้องข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยยึดหลักตัวบทกฎหมาย และแนวคิดพิพากษาของศาลสูงเป็นกรอบสำคัญ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ บัญญัติไว้เป็นหลักฐานในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลไทยว่า “ให้ศาลใช้ดุลยพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริง และจำเลย ได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย”

กล่าวโดยสรุปว่า การพิจารณาของศาลไทยเรายึดหลักการตามระบบกล่าวหาเป็นหน้าที่ของฝ่ายโจทย์จะต้องพิสูจน์จน (ศาล) สิ้นสงสัยว่าจำเลยนั้น ได้กระทำผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษได้ ซึ่งแตกต่างจากระบบไต่สวน (Inqusitorial System) ที่ศาลเป็นผู้ไต่สวน และมีลูกขุนเป็นผู้พิจารณาฟังข้อเท็จจริง และชี้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่ อย่างในหลายประเทศที่เจริญแล้วใช้อยู่ความยากลำบาก

จึงอยู่ที่การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานชั้นสอบสวน จะต้องกระทำอย่างละเอียดรอบคอบ โดยต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงอย่างเต็มรูปเสมอไม่ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากอัยการในการนำสืบพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์ทุกคดีด้วยการดำเนินการที่สำคัญในการสอบสวนดีอาญา ผู้รับผิดชอบควรยึดแนวทางหลักการในการดำเนินการ ดังนี้

ดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานทั้งปวง ตั้งแต่เบื้องต้น ที่มีการร้องทุกข์/กล่าวโทษควบคู่ไปกับการสืบสวนทุกระยะ กล่าวคือ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงหรือข้อมูลหลักฐานจากการสืบสวนเท่าที่ฟังได้ ผู้รับผิดชอบสอบสวนต้องเร่งสอบสวนรวบรวมเข้าไว้ในสำนวนการสอบสวนทุกระยะ จึงจะถือว่า มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเช่นนั้น ส่วนที่การสืบสวนได้มานอกเหนือจากนั้นยังรับฟังเป็นข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานในทางคดีหาได้ไม่ จนกว่าจะได้มีการสอบสวนพยานหลักฐานนั้นเข้าสู่สำนวนคดีความแล้ว

การสอบสวนในคดีสำคัญ หรือ คดีอุกฉกรรจ์ หรือคดีที่มีการใช้เครื่องมือพิเศษในการกระทำผิด ควรมีการถ่ายภาพ หรือถ่ายวีดีทัศน์ประกอบการสอบสวนด้วย เพื่อให้เป็นไปตามหลักการพิสูจน์คดีในชั้นศาลจนสิ้นสงสัย และกระทำโดยผู้รับผิดชอบชั้นผู้ใหญ่ร่วมสอบสวนด้วย จะช่วยให้ศาลหรือประชาชนทั่วไปสนิทใจว่า การสอบสวนนั้นกระทำโดยชอบธรรมและน่าเชื่อถือว่าผู้กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา

การสอบสวนคำสารภาพของผู้ต้องหา และการจัดให้ผู้ต้องหานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ แม้ว่านักนิติศาสตร์สากลจะเห็นและยึดมั่นในหลักการว่าการมุ่งเน้นค้นหาพยานหลักฐานจากผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่โดยที่การพิจารณาตามกระบานการยุติธรรมทางอาญาของไทย เป็นระบบกล่าวหาดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งฝ่ายกล่าวหามีหน้าที่ต้องพิสูจน์
จนสิ้นสงสัย ศาลจึงจะพิพากษาลงโทษได้ ดังนี้จึงมีคำพิพากษาของศาลฎีกาหลายเรื่อง พิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า คำสารภาพที่สอบสวนได้มาโดยชอบและผู้ต้องหานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพได้ถูกต้องนั้น รับฟังโทษผู้กระทำผิดได

หลักสำคัญในการสอบสวนคดีอาญาที่ผู้ต้องหารับสารภาพ คือ ผู้รับผิดชอบสอบสวนจะต้องสอบสวนผู้ต้องหา และพยานหลักฐานโดยละเอียดเต็มรูปแบบเสมือนหนึ่งไม่มีคำรับสารภาพ และสอบสวนพิสูจน์ให้เห็นว่ามีข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงตามคำรับสารภาพทุกขั้นตอน โดยจัดให้ผู้ต้องหารับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุด้วยความสมัครใจเพื่อประกอบคดีด้วย จะช่วยให้คำรับสารภาพมีน้ำหนักที่ศาลรับฟังได้มั่นคงยิ่งขึ้น

การใช้ดุลยพินิจกันผู้ต้องหาหรือผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดไว้ เป็นพยานในบางคดีที่ขาดพยานหลักฐานสำคัญไม่เพียงพอที่จะให้ศาลลงโทษได้อาจจำเป็นต้องพิจารณาสอบสวนกับผู้ต้องหาบางคน หรือผู้มีส่วนร่วมการกระทำผิดของอาชญากรที่เป็นตัวการสำคัญในชั้นศาล เรื่องนี้ผู้รับผิดชอบสอบสวนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเป็นดาบสองคม กล่าวคือ เมื่อบุคคลผู้ตกเป็นผู้ต้องหา
ถูกสอบสวนกันไว้เป็นพยาน แม้จะได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจสั่งการตามระเบียบโดยชอบแล้ว ไม่ตัดอำนาจของพนักงานอัยการที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหานั้นต่อศาลได้เพราะได้มีการสอบสวนแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว พนักงานอัยการมีอำนาจสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๓ สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ เป็นดุลยพินิจของพนักงานอัยการ ซึ่งอาจแตกต่างกับความเห็น

 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *