จ้างนักสืบ

งานนักสืบ อารักขาคนสำคัญ ตามทวงหนี้ถูกกฏหมาย

นักสืบ” รับหน้าที่เป็น ผู้สอดแนม พร้อมเก็บข้อมูลของเรื่องราวต่างๆ มีทั้งนักสืบเอกชนที่รับงานจากการว่าจ้างของลูกค้าโดยตรง หรือทำงานร่วมกับตำรวจ โดยอาชีพนี้มักเข้าไปมีบทบาทในนวนิยายต่างๆ อีกทั้งยังเป็นผู้ไขคดีฆาตกรรม รวมทั้งคดีอันน่าพิศวงต่างๆ มากมาย ซึ่งการสืบนั้นดำเนินการแบบประกบตัวของบุคคลต้องสงสัยเพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการ แต่ว่านักสืบไม่อาจทำอะไรนอกเหนือไปกว่านี้ได้ เช่น ไม่สามารถจับกุม , ขอตรวจค้นหา เป็นต้น นักสืบจะเป็นผู้คนหาความจริงของเรื่องราวต่างๆ ตามแต่ผู้ว่าจ้างต้องการ สำหรับในประเทศไทยนักสืบมักสืบมักถูกว่าจ้างให้ไปสืบเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้

  • สืบชู้สาว หนึ่งในปัญหายอดฮิตของสังคมไทย การจะคาดคั้นโดยไม่มีหลักฐานนั้น ก็คงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่ผู้กระทำผิดจะยอมรับด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นการจ้างนักสืบเพื่อให้ไปหาหลักฐาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อใช้ในการฟ้องหย่า หรือรับรู้ความจริง การสืบแบบนี้มักใช้ระยะเวลาไม่นานนัก รวมทั้งราคาค่าจ้างก็ไม่ค่อยสูงสักเท่าไหร่
  • สืบคดีความ บางครั้งเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเช่น ญาติ หรือคนรัก ก็ย่อมอยากจะทราบเรื่องราวรวมทั้งหาสาเหตุที่มาที่ไปอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องจ้างนักสืบ เพื่อให้ไปหารายละเอียดว่าแท้จริงแล้ว เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ โดยการสืบแบบนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
  • หาหลักฐานของคดีต่างๆ เช่น การที่คุณจะไปฟ้องร้องใคร ถ้าไม่มีหลักฐานมาแสดง ศาลก็จะไม่ดำเนินการหรือไม่รับฟ้อง หรือถ้าคุณมีหลักฐานแต่ว่ายังไม่เพียงพอ ไม่มีน้ำหนักมากพอ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเรื่องราวเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำให้ต้องจ้างนักสืบเพื่อหาหลักฐานมาให้เพิ่มเติม โดยการสืบแบบนี้ใช้ระยะเวลานาน อีกทั้งยังต้องอาศัยความอดทนของทั้งนักสืบและผู้ว่าจ้างเป็นหลัก

แน่นอนว่างานนักสืบเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงพอสมควร เพราะการจะไปสืบเรื่องราวของผู้อื่น จำเป็นต้องไม่ให้ผู้ต้องสงสัยเกิดไหวตัวทันและห้ามให้รู้ว่ากำลังมีคนจับตามองอยู่ เนื่องจากว่าถ้าผู้ที่ถูกติดตามเกิดรู้ตัว นักสืบก็อาจจะโดนทำร้ายได้ และงานนั้นก็จะล้มเหลวไม่เป็นท่า พาลเดือดร้อนไปถึงผู้ว่าจ้างด้วย แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีในซึ่งมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มีตัวช่วยต่างๆ ผลิตออกมามากมาย จึงทำให้ความเสี่ยงลดน้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย สุดท้ายแล้วนักสืบเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องยึดถือจรรยาบรรณอย่างยิ่งยวด นั่นคือ การรักษาความลับของลูกค้าให้ปิดสนิท และรายงานแต่เรื่องที่เป็นความจริงเท่านั้น

รายละเอียด ข้อตกลง เงื่อนไข ก่อนจ้างนักสืบเอกชน ที่ควรทราบ บริษัทนักสืบเอกชน
รายละเอียด ข้อตกลง เงื่อนไข ก่อนจ้างนักสืบเอกชน ที่ควรทราบ บริษัทนักสืบเอกชน

องค์กรสืบส่วนแต่ละคนก็มีกระบวนการสืบที่แตกต่างกันออกไป แต่ในระดับสากลแล้วมันก็ไม่ได้มีความแตกต่างมากเท่าไหร่นัก องค์กรเหล่านี้มักจะมีวิธีการที่คล้ายคลึงกันความสำเร็จขึ้นอยู่กับฝีมือ และจรรยาบรรณของแต่ในองค์กร พวกเขามักถูกจ้างให้สืบสวนความลับทุจริตของบริษัท, ผู้บริหาร, นักธุรกิจ รวมถึงรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาต่างๆ อย่างเช่นงานสืบคดีค้ายาว่านายคนนี้ได้ครอบครอง และนำไปขายให้ผู้อื่นหรือไม่ ต่อไปนี้คือ 2 วิธีหลักในการสืบขององค์กรทั่วไปที่ใช้ในระดับสากล

1.ตั้งทีมติดตาม

งานหลักขององค์กรสืบสวน ที่มักจะทำกันเพื่อตามสืบผู้ต้องหาโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน การติดตามเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเพื่อรวบรวมหลักฐาน เพราะถ้าให้นั่งอยู่เฉยๆ หลักฐานมันคงจะไม่ลอยมาเอง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่มีประวัติขาวสะอาดจนน่าสงสัย สิ่งที่พวกองค์กรจะทำเพิ่มความมั่นใจว่าเขาขาวสะอาดจริงคือติดตามผู้ต้องหาคนนี้ ถ้าเกิดว่าเขาทำอะไรที่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะบึนทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน อุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ส่วนใหญ่คือ กล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง สมุดบันทึก

งานติดตามเป็นอะไรที่อันตรายมากเพราะมีโอกาสที่จะถูกจับได้ ลองคิดดูว่าตามผู้ต้องหาค้ายาเสพติดแล้วโดนฝ่ายตรงข้ามจับได้คงจะจบไม่สวยแน่ ดังนั้นคนที่จะทำงานตามสืบได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะหลายด้าน โดยเฉพาะความไหวตัวทันก่อนที่จะถูกจับตัว ส่วนใหญ่แล้วงานอันตรายแบบนี้มักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตำรวจ สำหรับเอกชนมักจะได้งานตามสอบทุจริตและเรื่องชู้สาวมากกว่า

2.แทรกซึมเข้ากลุ่มของเป้าหมาย

ไม่มีใครรู้อะไรดีเท่ากับคนวงใน การเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของเป้าหมายช่วยให้เรามีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและหลักฐานมากที่สุด และยังเป็นวิธีที่อันตรายกว่าสุดอีกด้วย วิธีนี้เรามักจะเห็นใช้กันในสายตำรวจที่มีการส่งตำรวจไปอยู่ในกลุ่มค้ายาบ้า เมื่อถึงวันซื้อขายกันข้อมูลการนัดพบก็จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งกำลังมาจับกุมในที่สุด แผนแทรกซึมมีประสิทธิภาพสูงกว่าแผนอื่นๆช่วยให้เรารู้ความลับในอดีตและอนาคตของเป้าหมาย แต่เป็นแผนที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลานาน 1 เดือน จนถึง 1 ปี

โดยเฉพาะหน่วยงานสืบของเอกชนหรือนักสืบอิสระที่จะเข้าไปสืบความลับบริษัทหนึ่ง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้เข้าถึงตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงความลับที่ต้องการได้ งานพวกนี้มีความอันตรายมาก บางงานอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดไปสืบในเรื่องความลับทางการค้าให้กับบริษัทฝ่ายตรงข้าม ถ้าถูกจับได้อาจโดนดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วยในข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้า ถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกินพันบาท

อารักขาบุคคลสำคัญ

เข้าใจถึงความกังวลของบุคคลที่ต้องการบอดี้การ์ดคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็น นักการเมือง นักธุรกิจ ดารา นักแสดง และบุคคลสำคัญอื่นๆ ผู้คุ้มกันติดอาวุธและปราศจากอาวุธของเราได้รับการฝึกฝนอย่างสูง เพื่อให้ตระหนักถึงภัยคุกคาม และทำให้บุคคลสำคัญปลอดภัยตลอดเวลา ไม่ว่าลักษณะอาชีพของบุคคลสำคัญแต่ละท่านจะเป็นอย่างไร บริการป้องกัน อาวุธของเรา และเจ้าหน้าที่ของเราสามารถตอบสนองความต้องการด้านบริการรักษาความปลอดภัยอย่างมืออาชีพและมีไหวพริบ

เราสามารถที่จะจัดหาบอร์ดี้การ์ดได้ตามลักษณะงานที่ผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลสำคัญต้องการ จะเป็นคนเดียว สองคน หรือเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมขนาดเล็ก หรือทีมขนาดใหญ่ เราสามารถจัดได้ตามความเหมาะสม หรือตามลำดับความสำคัญและความเสี่ยงของท่าน หรืออาจจะต้องใช้รถนำขบวนหรือรถปิดท้ายขบวน ท่านสามารถที่จะกำหนดและทางเราก็สามารถที่จะจัดให้ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ เรายังสามารถที่จะติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ท่านในระดับสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพื้นที่ตรวจสอบในด้านความปลอดภัยล่วงหน้าก่อนที่ท่านจะเดินทางไปถึงที่หมาย

เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เรารับประกันความเป็นมืออาชีพในด้าน :

  • การคุ้มครองผู้บริหาร
  • ให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยของผู้บริหาร
  • การประเมินความเสี่ยง
  • ยามติดอาวุธ
  • การป้องกันวีไอพีและผู้มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักแสดง
  • ทีมรักษาความปลอดภัยติดอาวุธภารกิจพิเศษ
  • การตรวจจับและการวางแผนการเฝ้าระวัง

บอดี้การ์ด 1 คน

เดินนำหน้า หรือ ด้านหลัง วีไอพี แต่ต้องไม่บัง วีไอพี เมื่อเดินนำ และต้องไม่ถูก วีไอพี บังถ้าเดินด้านหลังวีไอพี โดยจะเดิน เยื้องด้านข้างของ วีไอพี ระยะประมาณ 1 ช่วงแขน  การเดินนำหน้าต่อเมื่อทราบจุดหมาย และเส้นทางแน่ชัดของวีไอพี  การเดินตามด้านหลัง ต่อเมื่อไม่ทราบ จุดหมาย และเส้นทางชัดเจน เช่น วีไอพี เดินช๊อปปิ้ง ในห้างสรรพสินค้า

บอดี้การ์ด 2 คน

เมื่อทราบเส้นทางชัดเจน บอดี้การ์ด 1 คน จะต้องเดินนำหน้า เยื้องด้านซ้าย หรือ ขวา ขึ้นอยู่กับฝูงชน หรือจุดห่วงใยอยู่ด้านซ้ายหรือขวา  และบอดี้การ์ด อีกคน (หัวหน้าชุด) จะเดินด้านหลัง วีไอพี โดยจะเดินฝั่งตรงข้าม กับบอดี้การ์ดด้านหน้า และสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ถ้าไม่ทราบเส้นทาง หรือจุดหมายของวีไอพี หรือเมื่อวีไอพี นักสืบ ชู้สาว  ต้องพบปะแขกของวีไอพี บอดี้การ์ด สองคนจะเดินด้านหลังของวีไอพี แต่จะเดินกันคนละฝั่ง เพื่อควบคุมพท. ทั้งซ้ายและขวา

นี่เป็นรูปแบบการทำงานของบอดี้การ์ด ในสถานการณ์ทั่วไป ไม่สุ่มเสี่ยงอันตราย โดยใช้บอดี้การ์ดเพียง 1-2 คน ในกรณีที่ วีไอพี จะต้องไปอยู่ในจุดสุ่มเสี่ยง หรือพบปะฝูงชน จำนวนมาก จะต้องใช้บอดี้การ์ด ตั้งแต่ 4  คนขึ้นไป ซึ่งก็จะมีรูปแบบการเดิน การทำงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะขอนำมาเขียน ในบทความต่อไป

ใครมีสิทธิทวงหนี้?

ผู้มีสิทธิทวงหนี้ คือ เจ้าหนี้โดยตรง อาจเป็นสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการสินเชื่อ/บัตรเครดิต/เช่าซื้อ ซึ่งครอบคลุมเจ้าหนี้นอกระบบ และเจ้าหนี้ในกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย (เช่น หนี้การพนัน) รวมถึงผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ตามกฎหมาย ผู้รับมอบอำนาจช่วง (ผู้ได้รับมอบอำนาจ จากผู้รับมอบอำนาจอีกทอดหนึ่ง) ผู้ประกอบธุรกิจทวงหนี้ และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย ซึ่งในกรณีผู้รับมอบอำนาจมาทุกกรณี หากลูกหนี้ทวงถามต่อหน้าต้องนำหลักฐานการมอบอำนาจมาแสดงด้วย

กฎหมายให้สิทธิเจ้าหนี้ทวงหนี้ได้ในขอบเขตไหน?

การทวงหนี้ต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของลูกหนี้ กฎหมายจึงกำหนดวิธีการทวงหนี้ไว้ ดังนี้

1. การติดต่อ: โดยบุคคล หรือไปรษณีย์

2. สถานที่ติดต่อ: สถานที่ที่ระบุไว้เพื่อการทวงหนี้ หากลูกหนี้ไม่ได้แจ้งให้ติดต่อตามภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทำงานของบุคคลดังกล่าว หรือตามที่คณะกรรมการทวงถามหนี้ประกาศกำหนด

3. เวลาที่ติดต่อ: สามารถทวงหนี้โดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่าง 8.00 น.- 20.00 น. วันหยุดราชการ 08.00 น.-18.00 น.

4. ความถี่: สามารถทวงได้ ไม่เกิน 1 ครั้ง/วัน (ถ้า “เพื่อนทวงเพื่อน” ทวงได้เกิน 1 ครั้ง/วัน)

เจ้าหนี้ “ห้ามทวงหนี้” แบบไหนบ้าง?

ลูกหนี้ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ดังนั้น เจ้าหนี้จะต้องทวงถามหนี้กับลูกหนี้อย่างสุภาพชน ให้เกียรติ ละเว้นการประจานดูหมิ่นให้ลูกหนี้เกิดความเสื่อมเสียและอับอาย เพื่อปกป้องสิทธิของลูกหนี้ กฎหมายจึงกำหนด ข้อห้ามต่าง ๆ ในเรื่องการทวงหนี้ไว้อย่างชัดเจน ได้แก่

    • ห้ามทวงถามหนี้กับคนอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้ เว้นแต่บุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้
    • ห้ามบอกความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่น เนื่องจากกฎหมายไม่ให้ประจานลูกหนี้ หรือทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง โดยบอกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้น (1) เป็นคนในครอบครัวลูกหนี้ เช่น สามี ภริยา บุพการี ผู้สืบสันดาน และกรณีที่บุคคลอื่นถามเจ้าหนี้ว่า “มาติดต่อเพราะสาเหตุอะไร”
    • ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจ บนซองจดหมาย หนังสือหรือสื่อใด ๆ ให้(บุคคลอื่น) เข้าใจว่า ติดต่อเพื่อทวงหนี้
    • ห้ามติดต่อ แสดงตนทำให้ผู้ติดต่อด้วยเข้าใจผิด เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อของลูกหนี้
    • ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น ถือว่ามีความผิด ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย
    • ห้ามใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น
    • ห้ามทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประกาศ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *