การวางองค์ประกอบ

การวางองค์ประกอบ และการออกแบบด้วยกริด ทำตามนี้รับรองภาพออกมาดูดีผ่านแน่นอน

ถ้าพูดถึงตอนเรียนคงคิดว่ากราฟิกต้องเน้นด้านการวาดรูป แต่งภาพ ตัดต่อภาพ แต่บางทีเราอาจจะคิดว่าเรามี กราฟิกที่ สวย สด งดงาม แต่มันจะดูแย่ลงทันทีถ้าหากเรา วางองค์ประกอบ พลาดไป มันทำให้งานที่คุณมั่นใจดูแย่ลงทันที

1. หาจุดที่เราจะโฟกัส

เรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะหาอ่านหรือศึกษาจากตำราหรือโรงเรียนก็มักจะบอกว่า คุณจะต้องหาจุดเด่น คุณจะต้องหาจุดโฟกัสให้กับงานนะ จุดโฟกัสจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนดูของเราให้เห็นสิ่งนี้เป็นอันดับแรก เพราะฉะนั้นอันดับแรกควรจะเลือกจุดโฟกัสให้กับงานของเราก่อนเลย ว่าจะให้ส่วนไหนคือองค์ประกอบหลักที่เราจะโฟกัส ลองคิดสิ่งที่คุณอยากจะสื่อสารออกไปให้ผู้ชม เลือกอารมณ์ที่ต้องการ คิดเรื่องราวให้กับงานเพราะจะทำให้งานออกแบบของเราดูแข็งแกร่งมีที่มา บางทีวิธีการสร้างจุดโฟกัสจะมีหลายวิธีให้เราได้เลือกใช้มากมาย ทั้งใช้เทคนิคของเส้น ขนาด รูปร่าง ความคมชัด หรือแม้แต่สีสันที่โดดเด่นขึ้นมาจากจุดอื่น

2. นำสายตาด้วยเส้น

เส้นตรงเมื่อพุ่งไปยังที่ต่างๆ ก็เหมือนคุณชี้นิ้วไปที่ตรงไหนสักที เส้นตรงนำสายตาได้ดีเสมอการวางเส้นตรงลงในงานจะช่วยควบคุมสายตาของผู้ชมได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ใช้เส้นตรงชี้ไปยังจุดที่คุณอยากจะโฟกัสที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเส้นเหล่านั้นให้มันจัดการกับผู้ชมเอง ลองนึกถึงแผนผังที่มีเส้นลากไปยังจุดต่าง ๆ ที่เราจะรับรู้ได้เองว่าสายตาเราควรจะมองไปตามเส้นเหล่านั้นซึ่งใช้งานได้อย่างดีกับงานพวก flowchart หรือ present ที่มีข้อมูลเยอะแยะมากมาย

แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับบางงานถ้าจะต้องใช้เส้นตรงมาใช้ในงานแต่บางทีรูปทรงก็นำมาใช้แทนเส้นเพื่อนำสายตาได้ด้วยเหมือนกันอย่างตัวอย่างด้านล่างที่ใช้รูปทรงวงกลมมาใช้นำสายตาแทนเส้นและใช้การจัดวางเข้าช่วย ตามธรรมชาติของมนุษย์สายตาของเราจะมองจากซ้ายไปขวา

3. ขนาดและลำดับความสำคัญ

ขนาดและลำดับความสำคัญคือปัจจัยพื้นฐานของการออกแบบที่สามารถสร้างหรือทำลายงานออกแบบของเราจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราควรจะใส่ใจมันสักนิดเพื่องานออกแบบที่ดี

ลำดับความสำคัญคือการจัดเรียงองค์ประกอบในการออกแบบให้ผู้ชมมองเห็นความสำคัญเพราะฉะนั่นสิ่งที่สำคัญก็ควรจะมีขนาดที่ใหญ่ส่วนองค์ประกอบที่สำคัญน้อยลงมาก็ควรจะมีขนาดที่เล็กลงมา

ลำดับความสำคัญเป็นสิ่งที่จำเป็นมากโดยเฉพาะงานที่เป็นสิ่งพิมพ์ที่เราควรจะจัดลำดับของตัวหนังสือเป็นแบบต่างๆ ตามตัวอย่างด้านล่างซึ่งขนาดมักจะสื่อความหมายของความสำคัญได้อย่างชัดเจน

อย่างที่บอกในข้างต้นว่าขนาดก็เป็นสิ่งสำคัญในการจัดลำดับความสำคัญขององค์ประกอบของเรา เราสารถมาสร้างงานออกแบบที่ซับซ้อนแต่เลือกองค์ประกอบบางส่วนให้มีขนาดใหญ่ก็สร้างจุดเด่นให้กับงานได้

4. สมดุลขององค์ประกอบ

จัดสมดุลเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้งานของเราสวยมากขึ้น ความสมดุลจะเกิดขึ้นได้ด้วยวัตถุสองสิ่งขึ้นไป(ยกเว้นสมดุลตรงกลางที่มีองค์ประกอบเพียงสิ่งเดียว) จะสร้างความสมดุลเราต้องออกแบบให้มีสัดส่วนที่พอดีกัน อย่างเช่น สมดุลซ้ายขวา สมดุลบนล่าง ที่จะสร้างความรู้สึกได้ต่างกัน หลักการสร้างสมดุลคือวัตถุที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีน้ำหนักที่เยอะ ส่วนวัตถุที่ขนาดเล็กก็จะมีขนาดที่เบาตามไปด้วย

5. ใช้องค์ประกอบเพื่อเติมเต็ม

เราอาจจะเคยได้ยินคำว่าการเลือกสีที่ดีจะส่งเสริมกันและกัน แต่องค์ประกอบกราฟิกก็เป็นแบบนั้นไปด้วย ถ้าเราเลือกใช้องค์ประกอบอะไรบอกอย่างที่ถูกต้อง มันจะช่วยสงเสริมงานของเราให้ดูดีขึ้นอีกเยอะ แต่ก็มีองค์ประกอบมากมายที่เมื่อเลือกใช้งานกลับกลายเป็นทำให้งานยิ่งแย่ลงเพราะฉะนั้นการเลือกองค์ประกอบต้องเลือกใช้งานอย่างระมัดระวังและคิดให้ดีสักนิดนึงว่าจะช่วยส่งเสริมหรือทำให้งานมันแย่ลงกันแน่

6. เพิ่ม Contrast ให้กับงาน

Contrast เป็นเครื่องมือที่ช่วยไฮไลท์หรือซ่อนองค์ประกอบของงานออกแบบของเราออกมาดูดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเราเพิ่ม Contrast ให้กับองค์ประกอบอะไรสักอย่างองค์ประกอบนั้นก็จะดูเด่นชั้นขึ้นมาได้ทันทีเหมือนตัวอย่างด้านล่างที่ใช้องค์ประกอบสีม่วงที่ดูตัดกับพื้นหลังและยังตัดกับตัวอักษรได้เป็นอย่างดี

7. ใช้องค์ประกอบซ้ำๆ

การจัดวางแบบนี้เป็นการนำองค์ประกอบที่เราใช้ในงานออกแบบมาใช้ซ้ำในส่วนอื่นจากตัวอย่างด้านล่างเราจะเห็นว่ามีการใช้องค์ประกอบที่คล้ายกันนำมาใช้งานต่างกันเพียงรูปภาพ เนื้อหาและสีการใช้องค์ประกอบซ้ำยังช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้เร็วขึ้นด้วย

8. อย่าลืมใช้งาน White Space

บทความ white space พื้นที่ว่างที่สำคัญสุด ๆ สำหรับใครที่อยากเข้าใจ White Space ให้มากขึ้นเพราะฉะนั้นในข้อนี้เราจะไม่พูดว่า White Space ดียังไงสำคัญอย่างไรแต่จะมายกตัวอย่างให้ดูกัน อย่างตัวอย่างแรกเป็นการใช้งาน White Space เพื่อสร้างสมดุลให้กับงานออกแบบ

white space จะหมายถึงพื้นที่ว่างซะมากกว่าเพราะมันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นสีขาวเสมอไปแต่ในศัพท์ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า white space นั่นเอง ซึ่งมันคือพื้นที่ในการออกแบบที่เป็นอิสระจากรูปภาพหรือข้อความมันสามารถช่วยสร้างกลุ่มก้อนของงานออกแบบและเน้นความสำคัญของรูปทรงรูปร่าง

1. ใช้พื้นที่ว่าง

อย่ากลัวที่จะลองใช้พื้นที่ white space ในงานออกแบบของคุณลองดูตัวอย่าง จะเห็นพื้นที่ว่างปล่าวทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวหนังสือ  นี่เป็นวิธีแรกที่ใช้งาน white space ได้อย่างง่ายดายที่สุด

white space พื้นที่ว่างที่สำคัญสุดๆ

2. ลบเส้นขอบทิ้ง

อีกหนึ่งวิธีที่จะสร้าง white space ขึ้นมาคือการลบองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นของงานออกแบบทิ้งซะ อย่างเส้นขอบจะเป็นเหมือนตัวปิดกั้นไม่ให้เกิด white space หรือถ้าต้องการใช้ก็เลือกเส้นขอบที่บางและสีที่อ่อน

3. เลือกภาพพื้นหลังที่มีพื้นที่

ลองขยายภาพพื้นหลังของคุณสักนิดถ้าเกิดมันมี white space ที่น้อยเกินไป เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างดูแน่นไปหมด แถมตัวอักษรที่วางไว้ก็อาจจะอ่านยากขึ้นอีกด้วย

4. ใช้สีเป็นพื้นหลัง

ใช้สีเป็นพื้นหลังเป็นวิธีที่แสนง่ายในการสร้าง white space ให้กับงานของเรา มันลงตัวมากหากคุณจะใช้งานกับองค์ประกอบอะไรสักอย่างอย่างเช่นข้อความหรือ icon

5. ใช้ระยะห่างของตัวอักษร

ระยะห่างตัวอักษรเป็นวิธีที่ดีในการจัดข้อความในรูปทรงต่างๆ ซึ่งมันก็ช่วยในการสร้างพื้นที่ white space ได้เหมือนกัน

6. ใช้รูปทรงสร้างพื้นที่ว่าง

ถ้าการวางตัวอักษรในบางพื้นที่ทำให้อ่านได้ยากหรือสังเกตุเห็นได้ยากก็ลองสร้างรูปทรงดูนอกจากจะสร้าง white space ได้แล้วยังทำให้ตัวอักษรของเราอ่านได้ง่ายขึ้นและก็ควรจัดภาพพื้นหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่มี white space สักนิด

7. ลองใช้องค์ประกอบน้อย ๆ

white space สร้างได้โดยการลบองค์ประกอบต่างๆ ให้ลดน้อยลง ลบความยุ่งเหยิงในงานของเราทิ้งไปให้หมด นั่นคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้าง white space

9. จัดหน้า

การที่เรามีองค์ประกอบมากมายไม่ไช่แค่การโยนสิ่งเหล่านั้นเข้าไปในงานแต่เราควรจะจัดหน้าให้ดูเรียบร้อย ด้วยวิธีง่ายๆ ของการจัดหน้าสิ่งพิมพ์ก็สามารถนำมาใช้กับงานอื่นได้อย่างมากมาย

10. กฏสามส่วน

เราอาจจะได้ยินคำนี้บ่อยในงานถ่ายภาพ แต่ที่จริงแล้วกฏสามส่วนก็นำมาใช้กับงานออกแบบได้เหมือนกัน โดยการว่างองค์ประกอบที่เป็นจุดเด่นที่เราต้องการโฟกัสไปอยู่ในจุดของกฏสามส่วนก็จะช่วยให้งานโดยรวมของเราดูเด่นขึ้น

 ดังนั้นการว่างองค์ประกอบจึงเป็นเรื่องสำคัญสุดมากสำหรับนักออกแบบอย่างเราเพื่อทำให้งานออกแบบของเราออกมาสมบูรณ์ตามที่เราหวังไว้

Layout นับเป็นส่วนสําคัญของงานออกแบบกราฟิก Layout เปลี่ยนเสมือนโครงสร้างของงานออกแบบกราฟิก ถ้า Layout ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ว่าการวาง layout งาน ถือเป็นเรื่องที่ยากและน่าปวดหัวเหมือนกันสําหรับนักออกแบบกราฟิก บางทีทํางานมาเยอะๆแล้วตันคิดไม่ออก ออกแบบ Layout ออกมาซํ้าๆเดิมๆ ถ้างั้นเรามาหาไอเดียใหม่ๆกัน ในบทความนี้จะเน้นการผสานภาพกับตัวอักษรในแนวทางใหม่ ๆ ใน การจัด Layout ของคุณ

เลย์เอาท์ (Layout) คือ การจัดวางภาพ ตัวอักษรตลอดจนสิ่งประกอบอื่น ๆ เพื่อประกอบกันเป็นหน้าแต่ละหน้าของงานพิมพ์อย่างคร่าว ๆ เพื่อเป็นแนวในการจัดทำต้นฉบับงานพิมพ์ ใช้ทดสอบปฏิกิริยาต่อการดึงดูดและการนำสายตาของผู้ดูต่อสิ่งพิมพ์ที่จะเตรียมจัดทำขึ้น ไม่มีกฎตายตัวในการจัดทำเลย์เอาท์ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ เลย์เอาท์ที่ดีจะช่วยดึงดูดสายตาไปที่งานพิมพ์ได้อย่างง่ายดาย มีความน่าสนใจ น่าติดตาม แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงข้ามคือผู้ดูต้องประสบกับความยากลำบากในการดูงานพิมพ์นั้น ก็อาจลงท้ายด้วยการเลิกดูไปเลย ในการทำเลย์เอาท์นั้น ควรจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะนำเสนอ ควรทำให้สิ่งที่จะนำเสนอมีความชัดเจนและเรียงตามลำดับความสำคัญ

ข้อแนะนำในการทำเลย์เอาท์

1. ศึกษาภาพรวมของงาน สิ่งพิมพ์ที่กำลังจัดทำขึ้น อาจเป็นส่วนหนึ่งของงานทั้งหมด เช่นแผ่นพับโฆษณาสินค้าชิ้นหนึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของสื่อการโฆษณาอื่น ๆ อาทิเช่น สื่อทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ ฯลฯ ดังนั้นการออกแบบสิ่งพิมพ์จึงควรดูภาพรวมของงานทั้งหมด เพื่อให้ชิ้นงานพิมพ์ออกมาสอดคล้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสื่ออื่น ๆ รวมทั้งให้คำนึงถึงภาพลักษณ์ และวัตถุประสงค์ของการจัดทำ

2. จัดหมวดหมู่ของเนื้อหา สิ่งพิมพ์ที่เป็นเล่ม เช่น หนังสือ โบรชัวร์ แคตตาล็อก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการแบ่งหมวดหมู่ของเนื้อหา แยกเป็นบท ๆ แต่ละบทจัดส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา ภาพประกอบ ให้เป็นหมวดหมู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน คำนวณจำนวนหน้าสำหรับแต่ละบท รวมจำนวนหน้าทั้งหมดประกอบกันเป็นเล่ม สำหรับงานพิมพ์ที่เป็นชิ้น เช่น แผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ ก็ต้องจัดกลุ่มเนื้อหา ภาพประกอบ ให้เป็นหมวดหมู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนเช่นกัน

3. สร้างโครงแบบหรือกริด (Grid) หนึ่งในวิธีการออกแบบสิ่งพิมพ์ที่นิยมใช้กัน คือใช้กริดช่วยในการออกแบบ เริ่มจากการจัดทำโครงแบบซึ่งประกอบด้วยเส้นในแนวตั้งและแนวนอนเป็นผังสำหรับวางเนื้อหา ภาพประกอบและองค์ประกอบอื่น ๆ ของแบบ (รายละเอียดของกริดจะกล่าวในหัวเรื่องถัดไป)

4. ลงรายละเอียดแต่ละหน้า เมื่อได้โครงแบบ ก็สามารถทำการออกแบบแต่ละหน้า

– จัดทำจุดสนใจหลักให้โดดเด่นโดยขยายขนาดให้ใหญ่ ใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจ รำลึกเสมอว่าจะต้องให้ผู้ดูเห็นเป็นสิ่งแรกเมื่อมองมาที่สิ่งพิมพ์หน้านั้น ส่วนสิ่งที่ไม่สำคัญหรือรายละเอียดให้มีขนาดเล็ก
– ตำแหน่งที่เป็นจุดสนใจจุดแรกของหน้าจะอยู่ด้านบนซ้าย จึงเป็นที่ๆเหมาะสมในการวางส่วนสำคัญหลักของข้อมูล
– เลือกใช้สีในการเน้นข้อความที่สำคัญ ทดสอบการใช้สีสด ๆ บนพื้นดำ สีคู่ สีตรงข้าม ฯลฯ
– พิจารณาในการตัดขอบ (Crop) ภาพประกอบให้ภาพนั้นดูน่าสนใจขึ้น ดูดีขึ้น
– ใช้เส้นในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนใส่กรอบให้กับภาพเท่าที่จำเป็น การใช้เส้นสายมากจะทำให้ดูรกและรบกวนสายตา ควรมีแนวคิดให้ใช้เส้นสายและกรอบภาพให้น้อยที่สุดแต่สามารถทำให้งานออกมาดูดี
– การดำเนินจัดทำแบบแต่ละหน้าสำหรับงานประเภทหนังสือ นิตยสาร โบรชัวร์ แคตตาล็อก ควรมีการวางแผนให้สอดรับกันทั้งเล่ม อาจมีความแตกต่างบ้างเพื่อความไม่จำเจ แต่ไม่ควรมีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง และให้วางรูปแบบเป็นหน้าคู่ที่ติดกันแทนที่จะคิดเป็นหน้าเดี่ยว ๆ
– ควรมีความรู้ความเข้าใจในข้อจำกัดต่าง ๆ ของการพิมพ์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ข้อคิดในการออกแบบสิ่งพิมพ์)

ทักษะในการจัดทำเลย์เอ้าท์สามารถฝึกฝนได้ โดยศึกษาจากผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น หนังสือรวบรวมผลงานการออกแบบ (โดยส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่จัดทำจากต่างประเทศ) นิตยสารต่าง ๆ ที่มีจำหน่ายตามแผงหนังสือซึ่งก็มีนิตยสารหลาย ๆ หัวก็มีการจัดแบบได้ดีโดยเฉพาะหน้าโฆษณา นอกจากนี้ยังสามารถค้นคว้าหรือดูตัวอย่างจากเวปต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

กริด (Grid)
กริด (Grid) คือตารางของเส้น (โดยส่วนใหญ่เส้นเหล่านี้จะไม่ปรากฏให้เห็นในชิ้นงานพิมพ์จริง) ที่จัดอย่างเป็นแบบแผนใช้เพื่อเป็นโครงในการกำหนดตำแหน่ง ขอบเขตบริเวณสำหรับบรรจุภาพ เนื้อหา ช่องว่างเปล่าและส่วนประกอบต่าง ๆ ในการจัดรูปแบบแต่ละหน้าของงานพิมพ์ การสร้างกริดเป็นพื้นฐานของสื่อสิ่งพิมพ์แทบทุกรูปแบบเพื่อจัดรูปร่างของเนื้อหาให้อยู่ในสัดส่วนที่สวยงาม แม้ว่าจะมีผู้กล่าวว่าการใช้กริดทำให้จำกัดความอิสระในการออกแบบ แต่การใช้กริดเป็นการวางโครงแบบหลวม ๆ เป็นเครื่องมือในการทำงานโดยเฉพาะงานออกแบบเป็นชุดเป็นเล่มที่ต้องการความต่อเนื่อง ความเป็นเอกภาพ ผู้ใช้สามารถพลิกแพลงแบบได้ตลอดเวลา ไม่มีกฎบังคับให้องค์ประกอบต่าง ๆ อยู่แต่เพียงภายในกรอบที่จัดไว้ แต่ให้ดูผลงานสุดท้ายเป็นหลัก การใช้กริดไม่ใช่สิ่งใหม่ นักออกแบบและศิลปินได้ใช้โครงสร้างกริดกันมานานนับศตวรรษแล้ว

ช่องต่าง ๆ ของกริดในหน้าออกแบบ

มาร์จิ้น/ช่องว่างรอบขอบกระดาษ (margins) มาร์จิ้นคือช่องว่างที่อยู่ระหว่างขอบของพื้นที่ทำงานซึ่งมีตัวอักษรหรือภาพปรากฏอยู่กับขอบของกระดาษทั้งสี่ด้าน ความกว้างจากขอบกระดาษของช่องว่างนี้ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งสิ่ด้านแต่ควรเป็นแบบแผนเดียวกันทุก ๆ หน้าในเล่มเพื่อความต่อเนื่อง มาร์จิ้นเป็นจุดพักสายตา แต่สามารถใช้เป็นที่ใส่เลขหน้า หัวเรื่อง คำอธิบายต่าง ๆ หรือบทความขยายสั้น ๆ และอาจใช้เป็นที่ดึงดูดความสนใจ

โมดูล/หน่วยกริด (Module/Grid Units) โมดูลคือช่องที่เกิดจากการแบ่งหน้าออกแบบด้วยเส้นกริดตามแนวตั้งและแนวนอนออกเป็นส่วน ๆ  สำหรับกำหนดใช้เป็นพื้นที่ใส่ตัวอักษรหรือภาพ การแบ่งส่วนระหว่างโมดูลจะมีการเว้นช่องว่างไว้ไม่ให้โมดูลติดชิดกัน อนึ่งการใช้พื้นที่ในการวางตัวอักษรหรือภาพไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่ภายในแต่ละโมดูล แต่สามารถกินพื้นที่หลาย ๆ โมดูล
อาล์ลีย์/ช่องว่างระหว่างโมดูล (Alleys) อาล์ลีย์คือช่องว่างระหว่างโมดูลที่ติดกัน ช่องว่างดังกล่าวอาจทอดยาวเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน หรืออาจเป็นทั้งแนวตั้งและแนวนอนก็ได้ ช่องว่างนี้มีผู้เรียกอีกชื่อว่า “กัตเตอร์ (Gutter)”   อาล์ลีย์แต่ละแนวอาจมีความกว้างที่ต่างกันในหน้าหนึ่ง ๆ ก็ได้แล้วแต่ผู้ออกแบบ

อาล์ลีย์/ช่องว่างระหว่างโมดูล (Alleys) อาล์ลีย์คือช่องว่างระหว่างโมดูลที่ติดกัน ช่องว่างดังกล่าวอาจทอดยาวเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน หรืออาจเป็นทั้งแนวตั้งและแนวนอนก็ได้ ช่องว่างนี้มีผู้เรียกอีกชื่อว่า “กัตเตอร์ (Gutter)”   อาล์ลีย์แต่ละแนวอาจมีความกว้างที่ต่างกันในหน้าหนึ่ง ๆ ก็ได้แล้วแต่ผู้ออกแบบ

กัตเตอร์/ช่องว่างระหว่างหน้าตามแนวพับ (Gutters) กัตเตอร์ คือช่องว่างระหว่างโมดูลของหน้าสองหน้าที่ต่อกันโดยมีแนวพับอยู่ตรงกลาง ในการออกแบบหน้าหนังสือ ให้ระวังอย่าให้ความกว้างของกัตเตอร์แคบเกินไปจนทำให้ข้อความตามแนวสันหนังสือขาดหายหรืออ่านลำบาก
คอลัมน์/แถวในแนวตั้ง (Columns) คอลัมน์คือโมดูลที่ต่อ ๆ กันในแนวตั้ง ซึ่งช่องว่างระหว่างคอลัมน์ก็คืออาล์ลีย์/กัตเตอร์นั่นเอง ในหน้าออกแบบหนึ่งหน้าสามารถแบ่งคอลัมน์ได้กี่แถวก็ได้ และความกว้างของแต่ละคอลัมน์ก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันแล้วแต่ผู้ออกแบบ

คอลัมน์/แถวในแนวตั้ง (Columns) คอลัมน์คือโมดูลที่ต่อ ๆ กันในแนวตั้ง ซึ่งช่องว่างระหว่างคอลัมน์ก็คืออาล์ลีย์/กัตเตอร์นั่นเอง ในหน้าออกแบบหนึ่งหน้าสามารถแบ่งคอลัมน์ได้กี่แถวก็ได้ และความกว้างของแต่ละคอลัมน์ก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันแล้วแต่ผู้ออกแบบ

โรว์/แถวในแนวนอน (Rows) โรว์คือโมดูลที่ต่อ ๆ กันในแนวนอนซึ่งต่างจากคอลัมน์ที่ต่อกันในแนวตั้ง และถูกแบ่งแยกจากกันด้วยอาล์ลีย์/กัตเตอร์เช่นกัน

สเปเชียวโซน/พื้นที่ครอบคลุม (Spatial Zones) สเปเชียวโซนคือกลุ่มของโมดูลที่ต่อติดกันทั้งแนวตั้งและแนวนอนทำให้เกิดพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น ถูกนำไปใช้ในการแสดงข้อมูลโดยใส่เป็นข้อความตัวอักษร หรือภาพก็ได้

โฟลว์ไลน์/แฮงไลน์/เส้นขวาง (Flowlines/Hanglines) โฟลว์ไลน์คือเส้นแบ่งในแนวนอน ใช้เหนี่ยวนำสายตาจากส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่ง หรือเป็นตัวคั่นเมื่อจบเรื่องราว/ภาพหนึ่งและกำลังขึ้นต้นเรื่องราว/ภาพอีกชุดหนึ่ง

มาร์คเกอร์/ตัวชี้ตำแหน่ง (Markers) มาร์คเกอร์คือเครื่องหมายที่กำหนดตำแหน่งบริเวณไว้สำหรับใส่ข้อความสั้น ๆ ที่ระบุหมวดหมู่ หัวเรื่องที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ  มักมีตำแหน่งเดียวในแต่ละหน้า

ระบบกริด (Grid System)
ระบบกริด คือรูปแบบของกริดที่ใช้เป็นแม่แบบในการจัดทำจัดเลย์เอาท์โดยสามารถตกแต่งดัดแปลงเพิ่มเติมจนได้แบบหลาย ๆ แบบที่ดูแตกต่างกันแต่ยังคงเคล้าโครงของกริดต้นแบบไว้ได้ ซึ่งยังผลให้แบบต่าง ๆ ที่ได้มีความเป็นเอกภาพ มีความเกี่ยวเนื่องกัน มีความสอดคล้องกัน มีความเหมือนในบางประการ

สิ่งพิมพ์ประเภท โบรชัวร์ นิตยสาร รายงานประจำปี หนังสือ มักจะมีแบบจัดหน้าแต่ละหน้าที่ดูมีความคล้ายกัน เช่น มีจำนวนคอลัมน์เท่ากัน หัวเรื่อง ภาพประกอบ ตำแหน่งเลขหน้า แบบเดียวกันหรือคล้ายกัน ด้วยการสร้างระบบกริดทำให้สะดวกสำหรับผู้ออกแบบในการจัดหน้าต่าง ๆ ในเล่มได้รวดเร็วขึ้น อนึ่งการออกแบบระบบกริดที่สามารถใช้พลิกแพลงเป็นแบบต่าง ๆ ได้เป็นศิลปะอันหนึ่ง ระบบกริดที่ดีทำให้งานออกมาดูดีมีรูปแบบที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันระบบกริดที่ไม่ดีหรือซับซ้อนเกินไปทำให้ใช้ยากและจำกัดการเสนอรูปแบบที่ต่างออกไป ทำให้รูสึกขาดความอิสระได้

เริ่มต้นกับกริด

รูปแบบต่าง ๆ ของกริด (Grid types)
รูปแบบพื้นฐานของกริดมีอยู่ 4 ประเภท รูปแบบพื้นฐานทั้งสี่แบบนี้สามารถนำไปพัฒนาสร้างแบบทั้งที่เรียบง่ายจนถึงแบบที่พลิกแพลงซับซ้อนขึ้น

1. เมนูสคริปต์กริด (Manuscript Grid) เป็นกริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายเป็นบล็อกใหญ่บล็อกเดียวหรือคอลัมน์เดียว มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า บล็อกกริด (Block Grid) โดยทั่วไป รูปแบบกริดประเภทนี้ใช้กับสิ่งพิมพ์ที่มีแต่เนื้อหาเป็นหลัก เช่น หนังสือนวนิยาย ตำรา จดหมายข่าว ฯลฯ แต่ก็สามารถนำภาพมาวางประกอบ แม้จะเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ก็สามารถปรับแต่งเลย์เอาท์ให้ดูน่าสนใจได้ และไม่จำเจเมื่อเปิดหน้าต่อหน้า

2. คอลัมน์กริด (Column Grid) เป็นรูปแบบกริดที่มีคอลัมน์มากกว่าหนึ่งคอลัมน์ในหนึ่งหน้าของแบบ มักมีความสูงเกือบสุดขอบของชิ้นงาน ความกว้างของแต่ละคอลัมน์ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน กริดในรูปแบบนี้มักถูกนำไปใช้ใน นิตยสาร แคตตาล็อก โบรชัวร์ การวางภาพในรูปแบบกริดประเภทนี้อาจจะจัดวางให้มีความกว้างเท่ากับหนึ่งคอลัมน์หรือมากกว่าก็ได้

3. โมดูลาร์กริด (Modular Grid) เป็นรูปแบบกริดที่ประกอบด้วยโมดูลหลาย ๆ โมดูลซึ่งเกิดจากการตีเส้นตามแนวตั้งและแนวนอน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือรูปแบบที่เกิดจากการแบ่งคอลัมน์ในคอลัมน์กริดตามแนวนอนทำให้เกิดเป็นโมดูลย่อย โมดูลาร์กริดเป็นรูปแบบที่สามารถนำไปจัดเลย์เอ้าท์ได้หลากหลาย สามารถประสมประสานภาพกับข้อความเป็นชุด ๆ จัดแบ่งเรื่องราวหลาย ๆ เรื่องมาอยู่ในหน้าเดียวกัน จัดภาพประกอบพร้อมคำบรรยายหลาย ๆ ชุดในหนี่งหน้า เหมาะสำหรับสิ่งพิมพ์ที่ต้องการรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนง่ายเมื่อมีการจัดทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ และยังเหมาะกับงานพิมพ์ประเภทแคตตาล็อกสินค้าหรือบริการ แผ่นพิมพ์โฆษณาที่ต้องแสดงรายการสินค้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากโมดูลาร์กริดเป็นรูปแบบที่ประกอบด้วยโมดูลย่อย ๆ มีความอิสระในการปรับแต่งเลย์เอาท์ได้สูง จึงมีการนำมาใช้ในการออกแบบหน้าโบรชัวร์ แคตตาล็อก นิตยสารและหนังสือประเภทต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

4. ไฮราซิคัลกริด (Hierarchical Grid) เป็นรูปแบบกริดที่มีโครงสร้างซับซ้อน ประกอบด้วยโมดูลได้ทั้งที่มีขนาดเท่ากันหรือแตกต่างกันมาจัดวางในหน้าเดียวกัน และอาจมีการเกยกันของโมดูลบางชิ้น ไฮราซิคัลกริดเป็นรูปแบบที่ยากต่อการใช้งานในการที่จะทำให้เลย์เอ้าท์ที่ออกมาดูดีและลงตัว มักใช้ต่อเมื่อไม่สามารถใช้กริดรูปแบบอื่น ส่วนหนึ่งที่เลือกใช้เนื่องจากขององค์ประกอบต่าง ๆ ของเลย์เอ้าท์มีความแตกต่างค่อนข้างมาก เช่น อัตราส่วนของด้านกว้างกับด้านยาวของภาพประกอบแต่ละภาพมีความแตกต่างกันมาก ข้อแนะนำในการจัดทำรูปแบบไฮราซิคัลกริดวิธีหนึ่งคือ นำองค์ประกอบต่าง ๆ ของแบบทั้งหมด เช่น ภาพประกอบ เนื้อหา หัวเรื่อง ฯลฯ มากองไว้ พิจารณาภาพรวม ค่อย ๆ ทดลองจัดวางโดยขยับปรับขนาดแต่ละองค์ประกอบจนดูแล้วลงตัว พอมีแนวเป็นหลักในการสร้างกริดใช้ร่วมกันทั้งชุด/เล่มของงานพิมพ์ แล้วจึงลงมือทำงาน รูปแบบกริดประเภทนี้มีใช้ในการออกแบบหน้าหนังสือ โปสเตอร์ และฉลากผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

ข้อแนะนำในการออกแบบด้วยกริด

– ก่อนเลือกรูปแบบของกริด ให้ศึกษาว่างานที่จะทำส่วนใหญ่หนักไปทางเนื้อหา หรือภาพ มีหัวเรื่องและหมวดหมู่กี่ชั้นตลอดจนมีตาราง กฏเกณฑ์อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง ดูบทความต่างๆ ว่าเป็นบทความยาวๆ หรือสั้นๆ หรือเป็นแบบผสม ภาพประกอบสามารถแบ่งเป็นกลุ่มๆ และจัดสัดส่วนให้เท่าๆ กันได้หรือไม่ มีภาพที่มีกรอบเป็นรูปทรงอื่นๆ ที่ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมไหม

– รูปแบบกริดที่มีโมดูลมากจะทำให้การเสนอแบบได้หลากหลาย แต่หากมีการแบ่งซอยโมดูลมากจนเกินไป จะทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการจัดทำเลย์เอาท์สำหรับงานที่เป็นเล่มหรือเป็นชุด

– งานที่มีเนื้อหามากและมีภาพประกอบน้อยควรใช้เมนูสคริปต์กริดหรือคอลัมน์กริดที่มีคอลัมน์ 1 – 3 แถว งานที่มีภาพประกอบมากขึ้นมักจะใช้คอลัมน์กริด ส่วนงานที่มีภาพประกอบมากขึ้นไปอีก จะใช้โมดูลาร์กริด

– คอลัมน์กริดที่มีจำนวน 1 ถึง 3 แถวจะพบเห็นได้บ่อย ๆ เหมาะกับงานที่มีเนื้อหามาก ๆ คอลัมน์กริดที่มีจำนวนตั้งแต่ 4 แถวขึ้นไปเหมาะกับงานที่มีการผสมผสานระหว่างเนื้อหา ภาพประกอบ และงานที่มีบทความทั้งสั้นและยาวคละกัน

– คอลัมน์กริดที่มีจำนวนแถวเป็นเลขคู่มักจะทำให้เลย์เอาท์ของหน้าต่าง ๆ ดูจำแจโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมัวยึดติดที่จะจัดวางให้ข้อความและภาพให้กินพื้นที่เสมอกับแนวขอบของคอลัมน์

– ให้ระลึกเสมอว่ารูปแบบกริดควรจัดให้เข้ากับองค์ประกอบต่าง ๆ ของแบบ มากกว่าที่จะบังคับให้องค์ประกอบต่าง ๆ ของแบบให้เข้ากับรูปแบบของกริด อนึ่งการออกแบบโดยวิธีการใช้กริดก็ไม่ใช่เป็นสูตรสำเร็จสำหรับการออกแบบได้ทุก ๆ กรณี

– การวางภาพประกอบไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ภายใน 1 โมดูล ควรทดลองวาง 2 – 3 โมดูล หรือ 2 ½ โมดูล แล้วปล่อยส่วนที่เหลือให้ว่างเปล่า

– ในการวางเลย์เอาท์แต่ละหน้า ส่วนที่เป็นอาล์ลีย์ กัตเตอร์ หรือมาร์จิ้นไม่จำเป็นต้องเป็นช่องว่างเปล่าเสมอไป สามารถขยายภาพประกอบให้ล้นมาในบริเวณเหล่านี้ได้ ในขณะเดียวกันส่วนที่เป็นโมดูลหรือคอลัมน์บางช่องก็อาจจัดเป็นพื้นที่ว่างเปล่าก็ได้

– สามารถใช้รูปแบบกริดมากกว่าหนึ่งรูปแบบในหนึ่งงาน เช่น เลือกใช้รูปแบบกริดสำหรับบทความยาวรูปแบบหนึ่งและบทความสั้นอีกรูปแบบหนึ่ง หน้าแทรกใช้รูปแบบกริดที่ต่างจากรูปแบบที่ใช้ในหน้าปกติอื่น

รับทำ graphic

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *