ลูกเป็นตากุ้งยิง ควรดูแลอย่างไร

ตากุ้งยิง เป็นอาการที่พบได้กับคนทุกช่วงวัย แต่หากเกิดในเด็กอาจทำให้ พ่อแม่กังวลใจ และไม่ทราบว่าควรดูแลอย่างไรให้หายดี ตากุ้งยิงมีลักษณะเป็น ตุ่มนูนแดง หรือตุ่มหนองขนาดเล็กที่บริเวณขอบเปลือกตา และมักทำให้รู้สึกเจ็บปวด หรือทำให้น้ำตาไหล หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้อาการของลูกหายได้เร็วขึ้น 

ตากุ้งยิงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งเด็กเป็นวัยที่ชอบเล่นซุกซนและสนใจการหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาเล่น หากไม่ได้ล้างมือให้สะอาดและเอามือไปขยี้ตาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณดวงตาได้ง่าย พ่อแม่จึงควรดูแลความสะอาดและเรียนรู้วิธีรักษาเมื่อลูกเป็นตากุ้งยิง เพื่อป้องกันการเกิดโรคอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อดวงตาของลูก

ลูกเป็นตากุ้งยิง

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร

ดวงตาของคนเราประกอบด้วยต่อมไขมันมากมายที่ผิวหนังในเปลือกตา เพื่อผลิตไขมันให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา แต่ในบางกรณีต่อมไขมันอาจเกิดการอุดตันจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมันที่สะสมอยู่ หรือแบคทีเรียบนผิวหนัง ทำให้ไม่สามารถระบายไขมันออกได้และเกิดการอักเสบตามมา หากมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปจะทำให้เกิดตุ่มนูนแดง มีหนอง ทำให้รู้สึกเจ็บปวด และมีน้ำตาไหลจากอาการเคืองตา ซึ่งแบคทีเรียที่พบส่วนใหญ่ คือ สแตปฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus)

ตากุ้งยิงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่เปลือกตาบนและล่าง และสามารถเกิดขึ้นที่ด้านในหรือด้านนอกเปลือกตาก็ได้ โดยตากุ้งยิงที่เกิดภายนอกมักมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใกล้โคนขนตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อบริเวณรูขุมขนดวงตา ส่วนตากุ้งยิงภายในดวงตามักเกิดจากการติดเชื้อของต่อมไขมันที่อยู่ในเปลือกตา

เด็กบางคนอาจเสี่ยงต่อการเป็นตากุ้งยิงได้มากกว่าเด็กคนอื่นหากเคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อน หรือมีโรคประจำตัว เช่น เซบเดิม (Seborrheic Dermatitis) โรคเบาหวาน โรคเปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) ที่เกิดจากการผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นต้น

นอกจากนี้ ตากุ้งยิงอาจมีอาการคล้ายกับคาลาเซียน (Chalazion) แต่สามารถสังเกตความแตกต่างได้จากอาการ โดยคาลาเซียนมักไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ในระยะแรกอาจไม่ทำให้เกิดอาการบวมรอบเปลือกตา แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดตุ่มนูนหรืออาการอื่นขึ้น โดยส่วนใหญ่จะพบบริเวณกลางเปลือกตาบน ทำให้หลายคนไม่ทราบว่ามีอาการ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *