อิฐสร้างบ้าน

อิฐ เป็นวัสดุพื้นฐานอีกอย่างสำหรับการสร้างบ้าน

การสร้างบ้าน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ ในการออกแบบและช่วยในการสร้างโครงร่างขึ้นมาเพื่อให้ บ้านออกแบบมา เพื่อเราได้วางแผนไว้ตอนต้น แต่ถ้าเราออกแบบบ้านและสร้างบ้านออกมาสวยแต่ วัสดุปัจจัยหลายอย่าง มันไม่ได้ตอบสนองกับโครงสร้างบ้าน เช่น อิฐบ้าน ไม้ที่สร้าง โครงร่างของบ้าน เป็นต้น เปรียบเหมือนเป็นอวัยวะของร่างกายที่ต้องการของดี ๆ เข้าสู่ร่างกาย เหมือนกัน บทความนี้ เราจะพาท่านผู้อ่าน มารู้เรื่อง วัสดุการสร้างบ้านที่ขาดไม่ได้เลย เวลาสร้างบ้านอย่าง อิฐ และการจัดบ้าน เพื่อให้การก่อสร้างบ้านออกมามั่นคงแข็งแรง และการคิดวางสไตล์แบบแผนของบ้าน

ความรู้ในการใช้อิฐสร้างบ้าน

อิฐ เป็นวัสดุพื้นฐานอีกอย่างสำหรับการสร้างบ้าน หรือใช้ในการตกแต่งบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น อิฐมีหลากหลายชนิด เช่น อิฐมวลเบา อิฐบล็อก อิฐมอญ อิฐขาว อิฐตัวหนอน อิฐประสาน อิฐโปร่ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป จะแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น

นอกจากช่างมืออาชีพแล้วเราก็ควรจะศึกษาความรู้เกี่ยวกับอิฐเอาไว้เพื่อที่จะนำความรู้ความเข้าใจไปประกอบการทำงานหรือการตัดสินใจอย่างถูกต้องและดีที่สุด

ผนังสำเร็จรูป ผนังอิฐมวลเบา

ประเภทของอิฐที่ใช้ในการก่อสร้าง

  1. อิฐมอญ เป็นอิฐดินเผา มีสีแดง มีขนาดเล็ก มี 2 ลักษณะคือรูปแบบขรุขระและรูปแบบเรียบ ซึ่งทำมาจาก ดินเผา แกลบ น้ำ ขี้เถ้า ทราย ผสมกัน โดยอัดเป็นก้อนใส่แบบพิมพ์ตามขนาดต่าง ๆ ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วนำไปเผาจนสุก มีทั้งประเภทก้อนตันและมีรูตรงกลาง นิยมใช้กับงานก่อสร้างทั่วไป อิฐมอญมีข้อดีคือสามารถยึดเกาะได้ดีอิฐประเภทอื่น ๆ
  2. อิฐขาว เป็นอิฐที่ทำด้วยปูนขาวผสมด้วยทราย และอัดก้อนด้วยเครื่องจักรและอบด้วยความร้อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป้นอิฐที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่อิฐมอญ โดยสามารถทนการซึมน้ำ การป้องกันความร้อน ทนไฟ น้ำหนักไม่เยอะ และแข็งแรงกว่าอิฐมอญและและอิฐบล็อก นิยมใช้ในงานก่อสร้างทุกชนิด
  3. อิฐโปร่ง ใช้ส่วนผสมเช่นเดียวกันกับอิฐมอญ แต่ต่างกันตรงที่มีช่องตรงกลาง เพื่อให้มีน้ำหนักเบา
  4. อิฐประดับ เป็นอิฐที่มีลวดลายสวยงามกว่าอิฐประเภทอื่นหรือมีรูโปร่ง ทำมาจากหินเกร็ด  ออกแบบบ้าน  กรวด ทรายซิลิกากีที่มีสีต่าง ๆ ผสมกับซีเมนต์และสารเคมีหลากหลายชนิดรวมกัน อัดด้วยเครื่องอัด เป็นอิฐที่มีคามแข็งแรง ไม่แตกง่าย เก็บเสียงได้ดี ช่วยให้บ้านไม่ร้อน และยังเป็นอิฐที่นิยมใช้ก่อประดับเพื่อความสวยงามโดยที่ไม่ต้องทาสีผนังหรือกำแพง มีหลายขนาดและหลายรูปแบบ
  5. อิฐทนไฟ เป็นอิฐที่มีความแข็งแรง ทำจากดินเหนียวผสมกับอลูมิน่าและซิลิก้า อัดด้วยเครื่องอัด มีเนื้อละเอียด ทนความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับการนำไปสร้างเตา เช่น เตาหลอมโลหะ เป็นต้น
  6. อิฐมวลเบา มี 2 ประเภท ประเภทอบไอน้ำ ผลิตด้วยวัตถุดิบ 2 ชนิดคือ ปูนขาวซึ่งควบคุมการผลิตยาก คอนกรีตไม่เรียบเสมอทำให้ดูดซึมน้ำได้มาก และอีกชนิดคือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่มีความแข็งแรงมากกว่า เบากว่า  อิฐมวลเบา ประเภทที่ไม่อบไอน้ำ  ผลิตด้วยการเพิ่มฟองอากาศเข้าไป ทำด้วย ทราบ น้ำ ปูนซีเมนต์ มีน้ำหนักเบา กันชื้น กันเสียง
  1. อิฐบล็อก เป็นอิฐที่มีราคาต่ำและมีคุณภาพน้อยกว่าอิฐมอญ แต่ก่อสร้างได้รวดเร็วกว่า นิยมใช้ในการก่อสร้างที่ต้องคำนึงเรื่องของค่าใช้จ่าย

วิธีจัดบ้านให้น่าอยู่ สะอาด ปลอดโปร่ง โล่งสบาย แบบสไตล์ราคาถูก

ถ้าเรามีบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิมเราจะต้องใส่ของได้มากขึ้น แล้วบ้านจะกลับมาโล่งเป็นระเบียบแน่นอน
ถ้าคุณเคยคิดแบบนี้ ขอบอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด !!! เพราะว่าบ้านใหญ่ ไม่ได้ดีเสมอไป ไหนต้องจัดระเบียบต้องนู้น ต้องนี้

Suzuki nobuhiro นักออกแบบบ้านชาวญี่ปุ่น ผู้ค้นพบว่าการเขียนแบบสร้างบ้านนั้น นอกจากจะวาดตัวอาคารเพื่อความสวยงามแล้ว ต้องเน้นความสำคัญของการสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยมากกว่า
การออกแบบบ้านจึงไม่ใช่ “การวาดผังบ้าน” แต่เป็น “การสร้างไลฟ์สไตล์” ของเจ้าของบ้านซึ่งไม่ใช่การมีโรงจอดรถที่กว้างใหญ่ หรือมีห้องครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องครัวสุดหรู แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บสิ่งของได้ด้วย

พูดสั้น ๆ ง่าย คือ นอกจากจะออกแบบบ้านให้คนอยู่อาศัยแล้ว ยังต้องสร้างพื้นที่ให้ “สิ่งของ” ได้อาศัยพร้อมกับเจ้าของบ้านอีกด้วย และยังช่วยสร้างความสวยงาม และความสุข รวมถึงประโยชน์ใช้สอยด้วยเช่นกัน

นอกจากที่ใครหลายคนอยากจะฝึกเป็น “นักจัดระเบียบบ้าน” แล้ว สำหรับคนที่กำลังจะตกแต่ง รีโนเวท หรือสร้างบ้านใหม่ อาจจะลองมองไปถึงการ “สร้างบ้าน” ที่ช่วย “สร้างระเบียบ” ให้เจ้าของด้วยก็ยังได้นั่นเอง

เรามาลองลืมคำถามเก่า ๆ ว่า บ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเราจะ “จัดอย่างไร” มาเป็น “จะสร้างได้อย่างไร ?” แทน
หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ จึงเน้น 2 ประเด็น

คือ การเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนที่ของคน ที่จะทำให้ต้องกำหนดรูปแบบของห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ ให้เหมาะสมต่อการใช้สอย และอีกประเด็นคือ การสร้างที่อยู่ให้กับสิ่งของ เพื่อหาที่จัดวาง กำหนดตำแหน่ง ที่จะทำให้สิ่งของไม่เกะกะ และทำให้รกบ้านด้วย

1. การเรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนที่ จะช่วยในการออกแบบ บริเวณส่วนต่างๆ ของบ้าน ให้เหมาะสมต่อการใช้สอยมากที่สุด

บ้านคือเมือง ที่ต้องการลานจอดรถ ลองเปรียบให้บ้านเป็นเมืองๆ หนึ่ง ที่ต้องการพื้นที่จอดรถ (หรือพื้นที่เก็บของ) เพื่อความสะดวก ดังนั้น ในการออกแบบบ้าน จึงควรต้องคำนึงถึงพื้นที่จะใช้เก็บสิ่งของ ในบริเวณส่วนต่างๆ ของบ้านด้วย เช่น พื้นที่ห้องครัวควรมีจุดวางพักของไว้ชั่วคราว หรือการประยุกต์ใช้พื้นที่โล่งภายในบ้านเป็นจุดพักวางสิ่งของ

เพิ่มผนัง ลดหน้าต่าง หลายคนชอบที่จะให้มีหน้าต่างมาก ๆ เพื่อความปลอดโปร่ง แต่ในการใช้งานจริง เมื่อต้องจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ขวางบริเวณหน้าต่างหรือประตูกระจก จะทำให้รู้สึกอึดอัดมากกว่า บางครั้งการกำหนดพื้นที่ผนังไว้ จะช่วยในการจัดวางสิ่งของได้ง่ายขึ้น

ห้องครัว ต้องการ “พื้นที่ว่าง” เป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่ต้องการพื้นที่ว่างเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ พื้นที่ด้านบนเคาน์เตอร์เพื่อใช้เตรียมอาหาร เช่น ล้างวัตถุดิบ เตรียมส่วนผสม หรือการจัดจาน รวมไปถึงพื้นที่วางจานชามที่ล้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปรียบเหมือนสระว่ายน้ำที่ต้องมีเก้าอี้อาบแดดอยู่ข้าง ๆ

มุมทำงาน = เขตปลอดการจัดระเบียบแบบดีที่สุด Suzuki ยกให้บริเวณเดียวในบ้านที่ไร้กฎควบคุมได้ คือมุมทำงาน  หากเราต้องกระจายการทำงานไปหลาย ๆ ที่ ย่อมจะทำให้ต้องจัดบ้านทุกๆ มุม แต่ถ้าเรากำหนดมุมหนึ่งของบ้านเพื่อไว้ทำงาน (และสามารถรกได้) แค่บริเวณเดียว ก็จะสามารถลดพื้นที่รก ให้เหลือเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น เหมือนกับบ้านเมืองที่ต้องมีพื้นที่เฉพาะให้สถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ หรือคาสิโน เพื่อช่วยผ่อนคลายความเข้มงวด

2. ของทุกชิ้นมีที่อยู่

เลิกคิดว่า “เสื้อผ้าเพิ่มขึ้นต้องซื้อกล่อง/ตู้เก็บเสื้อผ้าใหม่”  เมื่อคนเรา โตขึ้น จะมีเฟอร์นิเจอร์ที่โตตามเราขึ้นไปด้วย นั่นคือ “ตู้เสื้อผ้า” ที่สะสมเสื้อผ้า ตามวัยและเทศกาลงานต่างๆ ดังนั้น เราอาจจะออกแบบให้มีห้องเล็กเพียงหนึ่งห้องสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน เพื่อใช้เป็นห้องสำหรับการแต่งตัว และควรลดการซื้อตู้เสื้อผ้าเพิ่ม อาจเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเก็บสิ่งของด้านบนไว้ได้จรดเพดานแทน

ของสะสม โชว์ได้ แต่ไร้ตู้ เรามักมีสิ่งของที่เราสะสม ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา แก้วน้ำ ธนบัตร เหรียญ ควรจัดวางให้อยู่ในระดับสายตาปกติ ไม่ควรวางสูงหรือต่ำเกินไป ทั้งนี้ควร ลดการซื้อตู้โชว์ แต่เปลี่ยนมาใช้การเจาะช่องผนังทางเดิน หรือ รวมไว้ที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งของบ้านแทน เช่น บริเวณชานพักของบันได

“ล้อ” ประจำตัว หลายบ้านมักสร้างเฉพาะพื้นที่ของโรงจอดรถยนต์เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว สมาชิกแต่ละคน ต่างมี “ล้อ” ประจำตัว ทั้งนั้น เช่น เด็ก ๆ เล็กจะมีรถถีบ หรือเด็กโต มีรถจักรยาน หรือจักรยานยนต์ คนแก่มีรถเข็น สิ่งของเหล่านี้ต้องการพื้นที่ในการจอดด้วยเช่นกัน การรีโนเวทหรือ การสร้างบ้าน ควรมีการกำหนดพื้นที่ที่มีหลังคาบางส่วนสำหรับจอดพาหนะเหล่านี้ด้วย

เปลี่ยน แสง – เสียง ให้สุขสันต์ การจัดระเบียบแสงและเสียง อาจจะเป็นเรื่อง “นามธรรม” แต่การสร้างบ้านให้น่าอยู่ ก็น่าจะลองเปลี่ยนการจัดวางแสงให้ดูเหมือนการจัดเวที ควรใช้แสงสว่างที่หลากหลาย มีบางจุดมืดสลัว บางจุดมีทั้งแสงและเงาช่วยสร้างมิติ และควรวางกลไกของการลดการสะท้อนของเสียงโดยการวางสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ช่วยดูดซับเสียง เช่น ผ้าม่าน ปูพรม หรือวางตุ๊กตา หรือ สิ่งของตกแต่งต่าง ๆ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *