door house

เทคนิคการเลือกประตูบ้านให้เหมาะสมกับบ้าน

การมี ประตูบ้าน เปรียบเสมือน การปิดและเปิดโชคลาภ และช่วยป้องกันภัยร้ายได้ แต่ทุกคนเลยคิดหรือป่าวว่า ประตูบ้านธรรมดา ๆ จะมาเกี่ยวข้องกับดวงโชคลาภของเราด้วย และมีวิธีวางแผนออกแบบยังไง ใน การเลือกประตู ให้เหมาะกับบ้าน และรูปทรงของบ้านให้ดูสวยงามและเหมาะสมกับบ้านมากที่สุด

ประตูบ้าน คือ ส่วนประกอบสำคัญภายในบ้าน ทำหน้าที่สร้างความปลอดภัยแก่คนภายในบ้าน แต่สำหรับการเลือกประตูบ้าน นอกจากความสวยงามและทนทาน ยังมีความละเอียดอ่อนที่แฝงอยู่ภายใต้บานประตู ตั้งแต่เรื่องความชื้นจนไปถึงตำแหน่งที่ตั้ง

ทำความรู้จักวัสดุของประตูก่อน

1. ประตูไม้จริง

ประตูที่ทำจากไม้ธรรมชาติ โดยประตูไม้จริงสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบบ้านได้หลากหลายสไตล์ จากโทนสีของไม้ที่แตกต่างกัน สำหรับไม้ที่นิยมนำมาทำประตูคือ ไม้แดง ไม้โอ๊ค ไม้เต็ง เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งทำให้ประตูบ้านมีความแข็งแรงทนทาน

ข้อดีของประตูไม้จริง

    • มีความแข็งแรง ทนทาน
    • มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากลวดลายของไม้

ข้อเสียของประตูไม้จริง

    • ประตูไม้จริงจะหดและขยายออก หากได้รับความชื้น
    • มีโอกาสเกิดปลวกได้

2. ประตูไม้ WPC

ประตูไม้ WPC (Wood Plastic Composite) ทำมาจากไม้ผสมกับโพลีเมอร์หลากชนิด ซึ่งไม้มีโครงสร้างเส้นใยที่แข็งแรง ส่วนโพลีเมอร์ มีคุณสมบัติกันความชื้น ไม่ดูดซึมน้ำ ซึ่งจากการผสมผสานจุดเด่นของแต่ละส่วนประกอบจึงทำให้ได้ประตูที่มีความแข็งแรงและกันความชื้น

ข้อดีของประตูไม้ WPC

    • ปลวกไม่ขึ้น หมดปัญหาเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปลวก
    • วัสดุไม่ไวไฟ ลดความเสี่ยงปัญหาอัคคีภัย
    • มีความแข็งแรงทนทาน
    • ทนความชื้นได้ดีไม่บวมเมื่อโดนน้ำ

ข้อเสียของประตูไม้ WPC

การดัดแปลงปรับใช้ในส่วนอื่นทำได้ยาก ออกแบบบ้าน   เนื่องจากรูปแบบของประตูที่ขึ้นรูปมาโดยเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งได้

3. ประตูไม้อัด HDF

ประตูไม้อัด HDF (High Density Fiber) ทำมาจากการนำเศษไม้ขนาดเล็กนำมาผสมกับเรซินจากนั้นจึงอัดด้วยความร้อนสูง จากส่วนผสมที่ทำจากเศษไม้ทำให้ประตูไม้อัดมีลักษณะเฉพาะตัวคือความเบาแต่ความหนาแน่นของประตูต่ำจึงเกิดความเสียหายจากแรงกระแทกได้ง่าย

ข้อดีของประตูไม้ HDF

    • ปลวกไม่ขึ้นไม้
    • ทนความชื้นได้ในระดับหนึ่ง สามารถนำไปเป็นประตูห้องน้ำได้

ข้อเสียของประตูไม้ HDF

ถึงแม้จะทนความชื่นได้ แต่ไม่ควรนำไปถูกฝนและแดดโดยตรงเพราะจะทำให้เสื่อมสภาพเร็ว

4. ประตูไม้เอนจิเนียร์

สำหรับประตูไม้เอนจิเนียร์ คือประตูที่ทำมาจากการขึ้นโครงสร้างไม้จริงผสมกับไม้อัดจากนั้นจึงนำไม้วีเนียร์ในการฉาบหน้าประตู โดยไม้วีเนียร์คือเยื่อไม้แผ่นบางๆ นิยมนำมาใช้เพื่อสร้างความสวยงาม ซึ่งการผสมระหว่างไม้จริง ไม้อัดและไม้วีเนียร์ ทำให้ประตูไม้เอนจิเนียร์ มีความแข็งแรงและสวยงามในคร่าวเดียวกัน

ข้อดีของประตูไม้เอนจิเนียร์

  • มีความแข็งแรงเทียบเท่าไม้จริง
  • มีลวดลายสวยงามเฉพาะ เนื่องจากไม้วีเนียร์ทำมาจากท่อนซุง ทำให้ลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายกับไม้จริง

ข้อเสียของประตูไม้เอนจิเนียร์

    • มีความยืดหดตัวเมื่อโดนความชื้น เช่นเดียวกันกับไม้จริง

5. ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์

ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement ) ทำมาจากแผ่นซีเมนต์บอร์ดผสมกับเยื่อของต้นไม้และทรายซิลิกา โดยแผ่นซีเมนต์บอดร์ดมีคุณสมบัติกันความชื้น ทำให้ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ทนทานต่อความชื้น แต่ด้วยความหนาแน่นของแผ่นซีเมนต์ที่ต่ำทำให้ประตูแตกหักง่ายหากได้รับแรงกระแทกจำนวนมาก

ข้อดีของประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์

  • มีความยืดหยุ่น
  • ทนทานความชื้นได้ดี ไม่ยืดหดตัวเมื่อได้รับความชื้น

ข้อเสียของประตูไม้ ไฟเบอร์ซีเมนต์

    • ไม่ทนต่อแรงกระแทก แตกหักง่าย

6. ประตูพีวีซี (PVC)

เป็นประตูที่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติก โดยมีโครงสร้างภายในแตกต่างกันตามแต่ละผู้ผลิต แต่ส่วนใหญ่นิยมใช้เหล็กหรืออลูมิเนียมเป็นหลัก ซึ่งมีน้ำหนักเบา ทำให้ประตูพีวีซีสามารถเคลื่อนย้ายติดตั้งได้ง่าย แต่ด้วยโครงสร้างที่กลวงจึงส่งผลให้เปราะบางและรับน้ำหนักได้น้อย

ข้อดีของประตูพีวีซี

  • มีน้ำหนักเบา
  • ทนทานต่อความชื้นได้ดี

ข้อเสียของประตูพีวีซี

  • ไม่แข็งแรง เปราะบาง แตกหักง่าย
  • ไม่ทนต่อความร้อน หากได้รับแดดในปริมาณที่มากจะทำให้ประตูกรอบ

7. ประตูยูพีวีซี (UPVC)

ประตูยูพีวีซีเป็นประตูที่พัฒนามาจากประตูพีวีซี แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบของโครงสร้าง โดยประตูยูพีวีซีใช้ไม้ WPC มาใช้เป็นโครงสร้างหลักทำให้เพิ่มความแข็งแรงได้มากกว่าประตูพีวีซี แต่ก็ยังถือว่าเป็นประตูที่รับแรงกระแทกได้น้อยอยู่ดี

ข้อดีของประตูยูพีวีซี

  • เก็บเสียง สามารถกันเสียงรบกวนจากภายนอก
  • ไม่เป็นวัสดุไวไฟ
  • ทนต่อสภาพอากาศ กันน้ำและความชื้นได้ดี

ข้อเสียของประตูยูพีวีซี

  • ไม่ทนต่อแรงกระแทก เปราะบาง แตกหักง่าย
  • ไม่ดูดซึบสี ทำให้ทาสีตกแต่งได้ยาก

8. ประตูอลูมิเนียม

ประตูอลูมิเนียมทำมาจากการขึ้นรูปโครงประตูด้วยอลูมิเนียม จากนั้นจึงนำกระจกมาติดบริเวณช่องว่างของโครงประตูกลายเพื่อประกอบเป็นประตู จากส่วนประกอบของประตูที่ทำจากกระจกทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองทะลุประตูเชื่อมเข้ากับส่วนต่างๆของภายในบ้านได้ เหมาะกับบ้านที่ต้องการความโปร่ง โล่งสบาย

ข้อดีของประตูอลูมิเนียม

  • มีน้ำหนักเบา
  • ทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ดูแลรักษาง่าย เพียงแค่ชัดทำความสะอาดกระจก
  • สามาถปรับเปลี่ยนประตูได้ตามโครงสร้างบ้าน

ข้อเสียของประตูอลูมิเนียม

  • แตกหักง่าย เนื่องจากมีกระจกเป็นส่วนประกอบ

ประตูบานเปิด

ประเภทของประตู

1.ประตูบานเปิด

ประตูบานเปิดเป็นประตูที่มีลักษณะการเปิดเข้าหรือออกทางฝั่งเดียว โดยประตูบานเปิด เป็นประตูที่นิยมใช้ทั่วไปสามารถติดตั้งได้ในทุกเกือบตำแหน่งของบ้าน เพราะสามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างของบ้านมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ประตูบานเปิดไม่เหมาะกับบ้านที่พื้นที่น้อย เพราะลักษณะการเปิดประตูที่ต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าเยอะ ทำให้เสียพื้นที่ในการจัดวางหรือทำกิจกรรมอื่นภายในห้อง

2.ประตูบานเลื่อน

ลักษณะของประตูบานเลื่อนคือ การเลื่อนไปทางด้านข้าง ซึ่งจะติดตั้งรางสำหรับเลื่อนไว้ด้านบนหรือด้านล่างบานประตู โดยประตูบานเลื่อนเหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่ไม่มีพื้นที่มากนัก ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอนในคอนโด หากใช้ประตูบานเปิดจะทำให้เสียพื้นที่จำนวนมาก เช่น พื้นที่การวางโต๊ะหรือพื้นที่ทางเดิน ดังนั้นการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนจะทำให้มีพื้นที่เหลือมากพอสำหรับการใช้อย่างประเภทอื่น

3.ประตูบานสวิง

คือ ประตูที่สามารถผลักเข้าออกได้ทั้งสองฝั่ง โดยลักษณะการเปิดเหมือนกับประตูบานเปิด สำหรับประตูบานสวิงเหมาะสำหรับห้องที่มีคนเข้าออกประจำ เช่น ห้องนั่งเล่นหรือประตูบาน แต่เช่นเดียวกันกับประตูบานเปิด ประตูบานสวิงเป็นประตูที่ต้องใช้พื้นที่มากในการเปิด-ปิดประตู ดังนั้นประตูบานสวิงจึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย

4. ประตูบานเฟี๊ยม

เป็นประตูที่นำประตูบานเล็กมาต่อกันเป็นบานพับ โดยลักษณะการเปิดคือการทบไปที่ด้านใดด้านหนึง จุดเด่นของประตูบานเฟี๊ยมคือการขยายและเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างห้อง ทำให้ห้องนั้นกว้างมากขึ้น หรือถ้าหากบ้านไหนที่อยากเชื่อมพื้นที่แต่งบประมาณหรือพื้นที่มีอยู่จำกัดสามารถเลือกใช้ฉากกั้นห้องแทนการใช้ประตูบานเฟี๊ยมได้

เทคนิคการเลือกประตูบ้านให้ตรงตามห้อง

  1. ตำแหน่งการใช้งาน ภายนอกหรือภายในบ้าน

สำหรับการเลือกซื้อประตู ต้องสำรวจความต้องการก่อนว่าต้องการใช้ประตูบริเวณภายนอกหรือภายในบ้าน หลังจากทราบความต้องการแล้วจึงนำคุณสมบัติของประตูละประเภทมาเปรียบเทียบกัน ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าหากเป็นประตูภายนอก ควรพิจารณาจากคุณสมบัติเรื่องการทนทานต่อความชื้น ทนทานต่อแสงแดดและความแข็งแรง ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกใช้ประตูที่ทนความชื้นได้น้อย อย่าง ประตู UPVC แต่ควรใช้ประตูที่ทนทานต่อสภาพอากาศอย่างประตู WPC

ส่วนประตูภายในบ้าน สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความสวยงามและความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น หากต้องการประหยัดพื้นที่ภายในบ้าน ประตูที่ควรเลือกใช้ควรเป็นประตูบานเลื่อน หรือต้องการเปิดพื้นที่ในบ้านเชื่อมติดต่อกัน ประตูที่เหมาะกับการใช้งานลักษณะนี้คือ ประตูบานเฟี๊ยมเป็นต้น

ประตูห้องนอน

2.เลือกจากประเภทของห้อง

ประตูบ้าน

สำหรับประตูบ้านในที่นี้คือประตูที่เชื่อมจากภายนอก เช่น โรงจอดรถ สวน เข้าสู่ภายในบ้าน สำหรับประตูบ้านถือว่าเป็นหน้าตาของบ้าน ดังนั้นการเลือกประตูบ้านจึงต้องคำนึงถึงความสวยงามเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้นอกจากความสวยงามแล้ว การเลือกประตูบ้านควรคำนึงถึงตำแหน่ง เนื่องจากประตูบ้านเป็นประตูที่ต้องรับกับสภาพอากาศทั้งแดดและฝนอยู่เสมอ หากบ้านไหนไม่ได้ติดตั้งระแนงไม้เพื่อลดแดด ก็ควรเลือกประตูที่ทนทานต่อสภาพอากาศเช่น ประตูไม้จริงหรือประตูWPC เป็นต้น

ประตูห้องนั่งเล่น

ลักษณะประตูห้องนั่งเล่นสามารถปรับเลือกตามความต้องการของผู้อาศัย เช่น บ้านไหนที่ยังมีเด็กเล็กอยู่ ประตูห้องรับแขกก็ควรเป็นแบบบานเฟี๊ยมหรือประตูบานเลื่อนแบบใส เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมทำให้ผู้ปกครองสามารถสอดส่องดูแลเด็กได้ หรือบ้านไหนที่มีแขกผู้ใหญ่มาเยี่ยมบ่อยครั้ง ประตูสำหรับห้องนั่งก็ควรเป็นประตูแบบปิด เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว เป็นต้น

ประตูห้องน้ำ

การเลือกประตูห้องน้ำควรนึกถึงการใช้งานเป็นหลักมากกว่าความสวยงาม เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องถูกความชื้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ประตูนั้นเสื่อมสภาพได้ง่าย จึงควรเลือกประตูที่เหมาะกับห้องนำ้เช่น ประตู UPVC หรือประตู PVC เนื่องจากประตูเหล่านี้มีคุณสมบัติกันความชื้นได้ดี ทำให้ลดปัญหาการซ่อมแซมประตูห้องน้ำ

ประตูห้องนอน

สำหรับประตูห้องนอนการเลือกควรเลือกประตูที่มีอายุการใช้งานในระยะยาวและต้องมีความแข็งแรงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้นอน ดังนั้นจึงควรเลือกประตูที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานเป็นหลัก เช่น ประตูไม้จริงหรือประตู WPC โดยในส่วนประตูไม้จริงจะมีความสวยงามและแข็งแรง แต่มีข้อเสียคือไม่ทนต่อความชื้น ส่วนประตู WPC ถึงแม้จะแข็งแรงไม่เท่าไม่จริง แต่ทนทานต่อความชื้น ไม่ยืดหดตัว เหมาะกับการใช้งานระยะยาว

3.เลือกจากวัตถุประสงค์การใช้งาน

เลือกจากความสวยงาม

สำหรับใครที่อยากได้ประตูที่เน้นความสวยงาม ควรเลือกประตูไม้จริง เนื่องจากมีลวดลายที่เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร แต่ด้วยไม้จริงมีราคาที่สูง หากใครที่อยากได้ความสวยงามจากลายไม้ การเลือกใช้ประตูไม้ WPC ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่นอกจากลายไม้แล้ว รูปทรงของประตูก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น การเลือกใช้ประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่น ก็เป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามได้เช่นเดียวกัน

เลือกจากความต้องการประหยัดพื้นที่

สำหรับบ้านไหน ที่มีพื้นที่ไม่มาก การเลือกใช้ประตูควรคำนึงถึงรูปแบบการเปิดปิดประตูให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด โดยต้องคำนวนถึงลักษณะการใช้งานของพื้นที่ประกอบด้วย เช่น หากต้องการใช้งานพื้นที่บริเวณด้านหน้าประตู ก็ควรใช้ประตูแบบบานเลื่อน ซึ่งใช้พื้นที่ด้านข้างผนัง ทำให้มีพื้นที่เหลือบริเวณด้านหน้าประตู เป็นต้น

 

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *