seo content

หัวใจของการทำ SEO Content Marketing

ความท้าทายหนึ่งที่ยิ่งใหญ่มากในวงการดิจิตอลมาร์เกตติ้งคือการทำอย่างไรให้เว็บไซต์หรือ หน้าเพจ ของเรามีระดับ SEO (search engine optimization) ที่เข้มแข็งที่สุด
ระดับ SEO ที่ดีน่าจะการันตีได้ในระดับหนึ่งว่าคอนเทนต์ที่เราเห็นนั้นจะไม่ต้องไปเสียเงินมากมายให้แก่ sponsor content หรือโซเชียลมีเดียแฟลตฟอร์มต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเอง
หัวใจหลักของเทคนิคเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่การสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงแล้วมันจึงจะมีคนมาสนใจ เราพบเจอเทคนิคเกี่ยวกับ SEO มากมายแต่หากสังเกตให้ดี  เช่น Google ก็จะเน้นดันผลการค้นหาที่มีคอนเทนต์มีคุณภาพไว้บนๆ ของการค้นหา
เมื่อคุณสร้างคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคอยากอ่านขึ้นมาแล้ว คุณสามารถใช้คีย์เวิร์ดเพื่อเพิ่มยอดอ่าน คีย์เวิร์ดที่ถูกต้องจะสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์มากขึ้นไปอีก
หากต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับ กลยุทธ์ SEO เพิ่มเติม ลองอ่าน infographic ข้างล่างนี้ดูว่ามันสามารถช่วยคุณได้มากขึ้นไหม
สาระสำคัญ

เนื่องจากจะต้องมีการแทรกคีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติตลอดที่เขียนบทความ คีย์เวิร์ดเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของการทำ SEO Content Marketing ในจำนวนประมาณ 1-2% ของความยาวบทความ ซึ่งการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีคุณภาพนั้น จะสามารถช่วยดันบทความให้ขึ้นไปติดอยู่อันดับต้นๆ บนหน้ากูเกิ้ลได้ จึงจำเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องใช้ Keyword Research Tool เข้าช่วยในการค้นหาคำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่เวลาเขียนนั้นจะได้สร้างเนื้อหาที่สัมพันธ์กับคีย์เวิร์ดและตรงคอนเซปต์ที่ต้องการจะสื่อสารออกไปมากที่สุด

หัวข้อคอนเทนต์โดนๆ

อย่างหนึ่งคือหัวข้อที่ดึงดูดสายตาให้ผู้พบเห็นอยากที่จะคลิกเข้ามาอ่านบทความของเรา สิ่งสำคัญของ SEO Content Marketing ซึ่งในส่วนของหัวข้อนั้นก็จำเป็นที่จะต้องแทรกคีย์เวิร์ดอย่างน้อยๆ หนึ่งคำเช่นกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพ เวลาที่กูเกิ้ลเข้ามาตรวจสอบบทความทั้งหมดนั้น หากเราเขียนตามโครงสร้างที่ถูกต้องตามกฎของกูเกิ้ลล่ะก็ บทความนั้นๆ ก็มีแนวโน้มที่จะถูกดันขึ้นสู่อันดับต้นๆ บนหน้าเสิร์ชได้ไม่ยากเลยทีเดียว

อย่าลืมแทรกลิงก์เป้าหมายที่ต้องการ

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำ SEO Content Marketing คือการแทรกลิงก์ที่เราต้องการให้คนคลิกเข้าไปในเนื้อหาบทความด้วยหรือที่เรียกว่า Anchor Text โดย Anchor Text นั้นจะทำหน้าที่เป็นสายใยเชื่อมความสัมพันระหว่างบทความ และที่สำคัญคือการใส่ลิงก์นี้จะช่วยทำให้ Google เข้าใจบทความของเราได้ดียิ่งขึ้นว่า คอนเทนต์ของเราคือบทความประเภทไหน เว็บไซต์เราเกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งสามารถทำได้โดยการสร้าง Exact Match Anchor คือการใส่ลิงก์ลงไปที่คีย์เวิร์ดโดยตรง หรือจะทำเป็นแบบ Generic Anchor เพื่อดึงดูดให้คนคลิกไปที่ลิงก์ก็ได้เช่นเดียวกัน

แบบเจาะลึกอีกมากมายเกี่ยวกับการทำ SEO Content Marketing ที่ Google มีเทคนิคอื่นๆ นั้นมักจะคอยอัปเดตวิธีการตรวจเนื้อหาอยู่เป็นประจำ หน้าที่ของคนทำมาร์เกตติ้งที่ดีคือหมั่นศึกษาหาข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้กับการทำ SEO Content Marketing ให้เห็นผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

4 แฟลตฟอร์มที่กลยุทธ์ SEO มีประโยชน์มาก
1. เว็บเพจ
2. บล็อก
3. รายละเอียดสินค้า
4. โซเชียลมีเดีย

10 ปัจจัยที่สร้าง SEO ชั้นยอด
1.เขียนหัวข้อดี
2.อย่ารวมทุกคำมาไว้ในคอนเทนต์
3.ใช้คีย์เวิร์ดในหลายๆ แฟลตฟอร์ม
4.เขียนคำอธิบายเรื่องย่อดีๆ
5.ต้องแตกต่าง
6.มีการอ้างอิง
7.มีจำนวนคำเยอะ
8.เขียนให้ดี
9.สร้างลิงค์ข้อความเยอะๆ
10.โพสต์ให้บ่อยและเป็นเวลา

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “คอนเทนต์คือราชา” คอนเทนต์แต่ละชิ้นย่อมแตกต่างกันและมีความสำคัญในแง่ต่าง ๆ กันไป การผลิตคอนเทนต์เพื่อ SEO เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สื่อของธุรกิจเราบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมายของเราจะมองเห็นและหาเราเจอง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ดี คอนเทนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานนอกจากจะไม่มีส่วนในการช่วยส่งเสริม SEO ของเว็บไซต์คุณแล้ว ยังอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกลงโทษโดยไม่รู้ตัวได้อีกด้วย

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปดูแนวทางการปฏิบัติในการผลิตคอนเทนต์ที่จะช่วยในการทำ SEO ของคุณไม่เพียงแต่จะบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ แต่คุณยังมีคอนเทนต์ที่มีคุณภาพอยู่บนเว็บไซต์อีกด้วย

1. สำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการทำ SEO ในหัวข้อของคุณ

เราขอแนะนำให้เริ่มจากการสำรวจความเป็นไปได้ต่าง ๆ สำหรับมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเป็นกระแส คำถามที่หลาย ๆ คนตั้งคำถามกัน ไปจนถึงการทำความรู้จักและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ การค้นคว้าข้อมูลเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์การผลิตคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO ในขั้นตอนนี้เครื่องมืออย่าง Ahrefs หรือ Google Keyword Planner ที่มีไว้ศึกษาตัวเลขและการแข่งขันของคำค้นหา (Keywords) จะใช้ทุ่นแรงและเวลาให้คุณได้มาก

2. การเตรียมเนื้อหา

เมื่อสำรวจปัจจัยและหัวข้อต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมพร้อมในการลงมือเขียน สำรวจลิสต์คีย์เวิร์ดที่คุณจดไว้แล้วเตรียมหาคำที่มีความหมายเหมือนกันหรือสื่อถึงกันได้ นอกจากนี้การหาเว็บไซต์อ้างอิงที่มีคุณภาพสูงไว้สักสองสามเว็บ ก็จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่คุณหยิบยกเอามาประกอบการเขียนได้เป็นอย่างดี

(หรือที่รู้จักกันในนาม “หางต่อท้าย URL” นั่นแหละ) สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมที่อยู่ลิงก์สำหรับบทความของคุณ การตั้ง URL ที่มีคีย์เวิร์ดหรือคำที่เกี่ยวข้องจะสามารถช่วยในการเพิ่มตำแหน่งเว็บไซต์ของคุณบนเสิร์ชเอนจินได้ไม่มากก็น้อย การปรับแต่ง Meta Properties (อย่างเช่น Meta Title, Meta Description เป็นต้น) ให้ตรงตามที่เกณฑ์กำหนดเพื่อไม่ให้ตกหน้าแรกของเสิร์ชเอนจินก็สำคัญไม่แพ้กันเช่นกัน

3. การผลิตคอนเทนต์

“คอนเทนต์แต่ละชิ้นย่อมแตกต่างกัน” เมื่อเตรียมองค์ประกอบต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือเขียน ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือกลวิธีในการปรับแต่งเนื้อหา เพียงยึดตามแนวทางการผลิตคอนเทนต์ของกูเกิลคุณก็สามารถเขียนคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและโดดเด่นกว่าคนอื่นได้

สิ่งที่ควรคำนึงถึงเวลาผลิตคอนเทนต์มีดังต่อไปนี้ :

  • ปรับแต่งความยาวของบทความให้มีความยาวระหว่าง 1,500 – 1,700 คำ
  • บทความอ่านง่าย ไม่ยาวติดกันเป็นพืด ดูให้แน่ใจว่ามีสื่ออื่น ๆ เช่น รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ นอกจากจะช่วยเสริมประเด็นให้ชัดเจนแล้ว ยังช่วยให้บทความอ่านง่าย ไม่ยาวติดกันเป็นพืด การเขียนประเด็นเป็นข้อ ๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน
  • ปรับการใช้ภาษาและการเลือกใช้คำให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
  • แปลเนื้อหาให้เป็นภาษาหลักของกลุ่มเป้าหมายตามความจำเป็น

4. ตรวจทาน

อย่าเพิ่งเอาบทความ คลิปวิดีโอ หรือคอนเทนต์อะไรของคุณขึ้นระบบทันที ตรวจทานให้มั่นใจว่าคุณไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดมากจนเกินไป และดูให้ดีว่าเนื้อหาของคุณไม่เหมือนหรือซ้ำกับคอนเทนต์ของคนอื่นที่มีอยู่แล้ว

เมื่อพ้นรั้วมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมาแล้ว ไม่มีครูหรืออาจารย์คอยเตือนเราเรื่องไวยากรณ์และการสะกดคำอีกแล้ว ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนน SEO และความลื่นไหลในการอ่าน เพราะฉะนั้นการตรวจทานการสะกดคำและไวยากรณ์ก่อนเอาคอนเทนต์ขึ้นระบบก็จะช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือของบทความ

5. วัดผล

เสิร์ชคอนโซล (Search Console) ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่เอาคอนเทนต์ขึ้นเว็บไซต์แล้วคือการวัดผลเพื่อดูผลตอบแทนที่ได้จากการผลิตคอนเทนต์ เครื่องมืออย่างเสิร์ชคอนโซล (Search Console) หรือเครื่องมือวิเคราะห์ตัวอื่น ๆ จะทำให้คุณสามารถติดตามจำนวนผู้เข้าชม คอนเวอร์ชัน ปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ และตำแหน่งของเว็บไซต์บนเสิร์ชเอนจินได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอคือจำนวนคนที่ใช้เว็บไซต์คุณเป็นแหล่งอ้างอิง ปัจจัยนี้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญต่อคุณเองและเสิร์ชเอนจินว่าเว็บไซต์ของคุณกำลังได้รับความนิยมหรือไม่

เพียงทำตามขั้นตอนที่เราได้แนะนำไปข้างต้น คุณก็สามารถยกระดับเว็บไซต์ของคุณให้เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพคับแก้วได้แล้ว พยายามยึดแนวทางเหล่านี้ไว้แล้วพาเว็บไซต์ของคุณไปยังตำแหน่งสูง ๆ ให้ได้ หากต้องการความช่วยเหลือด้านกลุยทธ์หรือกลวิธีในการปรับแต่งคอนเทนต์เพิ่มเติม สามารถถามคำถามหรือติดต่อเราเข้ามาได้เลย!

8 วิธีสร้างคอนเทนต์แบบ SEO ค้นหาเจอบน google

จะทำคอนเทนต์ SEO ทั้งทีต้องเลือกเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่เขา “สนใจ”

เข้าใจว่าหลายคนคงจะมีอารมณ์ความติสก์อยู่ในตัวประเภทที่ว่าฉันอยากจะทำคอนเทนต์เรื่องที่ฉันชอบฉันสนใจ แต่จงอย่าลืมว่าเรื่องที่คุณชอบคนอื่นเขาอาจไม่ได้รู้สึกชอบไปกับคุณด้วย หากจุดเริ่มต้นในการทำคอนเทนต์มาแบบผิดที่ผิดโดยทางทำเนื้อหาที่ไม่ค่อยจะมีใครเขาสนใจ แม้เนื้อหาจะดีเพียงใดก็คงจะไม่มีใครสนใจเหมือนเดิม

คีย์เวิร์ดคำค้นเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ หากอยากติดอันดับดี ๆเป็นคอนเทนต์ SEO บน google คุณต้องใส่คีย์เวิร์ดไว้ในคอนเทนต์

google ได้นั้นต้องอาศัย “คีย์เวิร์ด” การทำงานของคอนเทนต์ที่จะติดอันดับบน google หรือคำค้นหาที่อยู่ในตัวคอนเทนต์ครับ คอนเทนต์ใดที่มีคีย์เวิร์ดประกอบอยู่มากก็จะมีโอกาสที่ google จะหาคอนเทนต์นั้นเจอได้ง่ายกว่าคอนเทนต์ที่ไม่มีคีย์เวิร์ดอยู่เลย ดังนั้นหากคิดจะทำคอนเทนต์ให้ติด SEO คุณจะต้องสนใจในเรื่องของการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในคอนเทนต์ที่คุณสร้างเสมอ โดยมากจำนวนคีย์เวิร์ดที่นิยมใส่กันจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 3% ของจำนวนคำทั้งหมด

ถ้าไม่รู้จะใช้คีย์เวิร์ดแบบไหนมาทำคอนเทนต์ SEO “Google keyword planner” ช่วยคุณได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่าการจะเลือกเอาคีย์เวิร์ดใดมาใส่เพื่อทำคอนเทนต์ SEO การใส่คีย์เวิร์ดลงไปในคอนเทนต์อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะคีย์เวิร์ดที่เราคิดว่าน่าจะใช้ได้ก็อาจจะไม่ใช่คำค้นยอดนิยมใน google ก็ได้ แต่ตัวของ Google keyword planner ช่วยคุณได้ครับ เพียงแค่คุณมีเนื้อหาที่จะทำคอนเทนต์อยู่ในใจคุณสามารถใช้ Google keyword planner ในการเลือกคำค้นหาที่ถูกค้นบ่อย ๆ และตรงกับเนื้อหาของคอนเทนต์ที่คุณกำลังจะทำเพื่อนำมาใช้ในคอนเทนต์ของคุณ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้คีย์เวิร์ดดี ๆที่มีคนใช้ในการค้นหาบน google อยู่บ่อย ๆมาใช้ในการสร้างคอนเทนต์แล้ว

ชื่อเรื่องควรจะมีคีย์เวิร์ดเป็นส่วนประกอบแล้วมีส่วนขยายที่เรียกว่า Long tail keyword 

คำถามที่ว่าแล้วจะเริ่มใส่คีย์เวิร์ดลงไปตั้งแต่ตอนไหน หลายคนเมื่อได้คำคีย์เวิร์ดมาใช้ในการทำคอนเทนต์ SEO  คำแนะนำก็คือให้ใส่คีย์เวิร์ดลงไปตั้งแต่ชื่อเรื่องของคอนเทนต์เลยครับ แล้วขยายความคีย์เวิร์ดนั้นด้วยวลีสั้น ๆที่เรียกว่า long tail keyword เช่นหากคีย์เวิร์ดของคุณคือ “สถานที่ท่องเที่ยว” คุณอาจตั้งชื่อบทความที่มีคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้นว่า “10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก” ก็ได้

สำหรับหัวข้อย่อยในคอนเทนต์คุณก็ต้องใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วยเสมอ

คุณสามารถใส่มันลงไปในหัวข้อย่อยของคอนเทนต์อีกได้เช่นกัน การใส่คีย์เวิร์ดลงในคอนเทนต์ไม่ได้ถูกจำกัดตำแหน่งการใส่เฉพาะหัวเรื่องหรือในตัวเนื้อหาภายในเท่านั้น จำไว้เสมอว่าหากคุณกระจายคำคีย์เวิร์ดลงไปในส่วนต่าง ๆทั่วทั้งคอนเทนต์ โอกาสที่คอนเทนต์นั้นจะติดอันดับ SEO บน google ก็มีสูง

คอนเทนต์ SEO ที่ดีจะต้องดึงความสนใจของคนให้อยู่ในเว็บไซต์ได้นาน

หน้าเพจ คอนเทนต์นาน ๆ วิธีการหนึ่งที่ google ใช้นับและจัดอันดับคอนเทนต์ SEO ก็คือการที่มีคนเข้าไปอยู่ในหน้าเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นหากคุณคิดจะทำคอนเทนต์ให้ติด SEO คุณจำเป็นต้องวางแผนออกแบบการสร้างคอนเทนต์ให้ดี โดยเฉพาะในย่อหน้าแรกที่เป็นบทเกริ่นนำที่คุณต้องทำมันออกมาให้น่าสนใจและดึงดูดมากพอที่จะทำให้คนที่อ่านคอนเทนต์เกิดความรู้สึกอยากจะตามไปอ่านเนื้อหาที่เหลือต่อ เพราะในยุคนี้อะไรที่ดูไม่น่าสนใจมากพอ คนมักจะไม่อดทนอ่านต่อจนจบ

มี internal link เชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่น ๆภายในเว็บไซต์

การทำ internal link อีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยตรึงคนให้อยู่ภายในเว็บไซต์ เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาจาก หน้าเพจ ปัจจุบันไปยังเนื้อหาอื่น ๆที่คุณอยากให้คนที่เข้ามาได้เห็นภายในเว็บไซต์ของคุณเอง วิธีการนี้จะช่วยทำให้ google จดจำเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้นในฐานะเว็บไซต์คุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับบนหน้า google ได้มากยิ่งขึ้น

คอนเทนต์ที่ดีจะต้องเป็นมิตรกับการแสดงผลบนหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ

“โทรศัพท์มือถือ”  คุณคิดว่าในยุคนี้ผู้คนรับข่าวสารผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารช่องทางใดมากที่สุด นั่นเอง เพราะฉะนั้นคุณต้องออกแบบเว็บไซต์และคอนเทนต์ให้เอื้อประโยชน์ต่อการแสดงผลบนหน้าจอของโทรศัพท์มือถือจึงจะเพิ่มโอกาสในการมองเห็นของผู้คนอันจะส่งผลต่อการติดอันดับดี ๆในหน้า google ได้ครับ

เรียกกันว่าการทำคอนเทนต์ SEO การสร้างคอนเทนต์ให้ติดอันดับดี ๆบนหน้า google  ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยหากคุณเข้าใจหลักและเทคนิคในการทำครับ แต่สิ่งที่คุณควรจะคำนึงถึงเสมอก่อนการทำคอนเทนต์ใด ๆก็ตามนั่นก็คือ “คอนเทนต์ที่คุณทำต้องเป็นคอนเทนต์คุณค่าหรือ value content”เท่านั้นจึงจะเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์นั้นเป็นที่จดจำและถูกส่งต่อหรือบอกต่อได้มาก แม้นว่าคุณจะใส่คีย์เวิร์ดต่าง ๆไว้ในคอนเทนต์มากเพียงใดหรือใช้สารพันเทคนิคสร้างคอนเทนต์ SEO ออกมาได้สำเร็จ แต่ถ้าคอนเทนต์ที่คุณทำไม่ได้สร้างประโยชน์ใด ๆต่อเลย โอกาสที่คอนเทนต์นั้นจะถูกพูดถึงหรือบอกต่อก็จะยิ่งน้อยลงตามไปด้วยและคงไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งอื่นซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ

ลองทายกันดูว่า กลยุทธ์อะไรที่เป็นตัวขับเคลื่อนชั้นดีในการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้?

หลายคนอาจจะมีคำตอบผุดขึ้นมาในใจหลายอย่างเลยทีเดียว แต่วันนี้เรายกให้กลยุทธ์การทำ Content Marketing เป็นที่หนึ่งสำหรับคำถามนี้

Digital Marketing กับยอมรับว่า Content Marketing เป็นอีกหนึ่งอาวุธลับของการตลาดดิจิทัล ที่ธุรกิจไม่ต้องลงทุนสูง แต่ได้ผลตอบรับที่ดีในระยะยาวเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นการทำการตลาดผ่านเนื้อหา โดยใช้คอนเทนต์เข้ามาเล่าเรื่องโน้มน้าวใจเปลี่ยนใจคนแปลกหน้าให้กลายเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกัน จนกระทั่งกลายมาเป็นลูกค้าของเราในที่สุด

ธุรกิจเหล่านั้นมักจะมีภาพในหัวกันแล้วว่า นั่นทำให้ปัจจุบันนี้ หลายธุรกิจต่างตั้งใจลงทุนลงแรงแข่งขันกันคิดไอเดียทำคอนเทนต์มากมายอย่างดุเดือด เมื่อปล่อยคอนเทนต์นั้นออกมามันต้องปัง ปั๊วะ ดังเปรี้ยงปร้าง ทำให้คนที่เห็นพากันอยากรู้จักกับธุรกิจของเราแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงข้ามกันเลย คอนเทนต์ไม่ค่อยมีคนสนใจ แถมมิหนำซ้ำอาจทำให้คนที่มาพบเห็นไม่ปลื้มอีกด้วย ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ?

บอกเล่า 5 จุดบอดของการทำ Content Marketing  ในบทความนี้ The Growth Master ที่คุณไม่ควรมองข้ามในปี 2021 นี้ เพราะจุดบอดเหล่านั้นมันจะคอยฉุดรั้งให้ธุรกิจของคุณไม่ไปไหน ไปติดตามกันต่อได้เลย

แนวทางทำ  หน้าเพจ On-Page  ให้ถูกหลัก SEO
แนวทางทำ หน้าเพจ On-Page ให้ถูกหลัก SEO

ทำความรู้จักว่า Content Marketing คืออะไร?

“Content marketing is a marketing technique of creating and distributing valuable, relevant and consistent content to attract and acquire a clearly defined audience with the objective of driving profitable customer action.” – Josh Steimle

เทคนิคการตลาดที่มุ่งเน้นสร้างและเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณค่า Content Marketing  ซึ่งเป็นเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกันกับแบรนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ รวมถึงลูกค้าเดิมให้กลับมาซื้อสินค้าหรือบริการของเรา และสร้างผลกำไรให้ธุรกิจเป็นหลัก

การทำ Content Marketing ยังเหมาะกับธุรกิจ SMEs ที่สำคัญ และสตาร์ทอัปในช่วงเริ่มต้นอีกด้วย เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ใช้งบประมาณน้อย แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า (และคนที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้า) ได้มากกว่ากลยุทธ์อื่น ๆ อีกด้วย

“สไตล์ทุบหัวเข้าบ้านแบบ Hard Sell  แต่ต้องย้ำว่า กลยุทธ์การทำ Content Marketing ไม่ใช่การขายแบบตรง ๆ แต่เป็นการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าแก่ลูกค้า และมีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ”

มีอยู่ 3 อย่าง คีย์เวิร์ดหลัก ๆ ของการทำ Content Marketing จะมีอยู่ 3 อย่าง คือ “คุณค่า” (Valuable), “เกี่ยวข้อง” (Relevant) และ “สม่ำเสมอ” (Consistency) เพราะคอนเทนต์ที่ดีจะต้องสร้างคุณค่าให้กับผู้รับ, มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ และถูกส่งมอบให้พวกเขาอย่างสม่ำเสมอ

ไม่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ หรือทำคอนเทนต์ไม่สม่ำเสมอแบบมา ๆ หาย ๆ  ถ้าเกิดว่าคอนเทนต์ของธุรกิจเราไม่สามารถสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าก็จะเริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่า สรุปแล้วธุรกิจของเราทำเกี่ยวกับอะไรกันแน่ ธุรกิจของเราน่าเชื่อถือหรือไม่ และยังดำเนินการอยู่หรือเปล่า

ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเขียนบทความเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดแบบ Content Marketing  แต่ยังรวมทั้งการสื่อสารผ่านรูปภาพ, อินโฟกราฟิก, วิดีโอ หรือพอดแคสต์ (Podcast) ด้วย

5 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ Content Marketing

ตอนนี้ก็มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยงในการทำ รับทำ SEO  Content Marketing เพื่อตรวจสอบก่อนว่า คอนเทนต์ที่คุณทำมีจุดบอดและกำลังเดินผิดทางหรือไม่ ? และคอนเทนต์ที่ดีควรมีลักษณะเป็นอย่างไร จึงจะทำให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของเรา ไปดูกันเลย

1. คิดอะไรไม่ออก ขอลอกไว้ก่อน

ด้วยการก็อปปี้บทความคู่แข่งหรือคอนเทนต์ของแบรนด์อื่น มันไม่เป็นไรสักหน่อย  หากคุณกำลังคิดว่าการเลียนแบบการทำ Content Marketing  ไม่มีใครรู้หรอก เพราะที่ลองเปิดจากหลาย ๆ เว็บแล้วก็เห็นว่าใคร ๆ ก็ทำกัน แต่เราคงต้องเตือนคุณด้วยประโยคที่ว่า

“หากเรามัวแต่เดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็จะย่อมไม่มีรอยเท้าเป็นของตัวเอง”

ต้องบอกว่าการทำ Content Marketing  เรามักจะได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยครั้งก็เช่นกัน คุณห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด ห้ามคัดลอกบทความหรือคอนเทนต์จากคู่แข่งเลย มันจะส่งผลเสียระยะยาวกับธุรกิจของคุณ ซึ่งขอเตือนเลยว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย”

การคัดลอกคอนเทนต์ผู้อื่นมาลงเว็บไซต์ตัวเอง เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายลิขสิทธิ์เสี่ยงถูกฟ้องร้องแล้ว หากคุณถูกจับได้ อาจจะถูกแบนออกโดย Google ก็ได้ เนื่องจาก Google Algorithm ที่ชื่อว่า Google Panda เป็น Algorithm ที่ดูว่าเว็บไซต์ไหนมีการคัดลอกบทความของเว็บไซต์อื่นก็จะแบนออกทันที และถูกมองว่าเป็นสแปม (Spam) อีกทั้งเป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไร้คุณภาพ และร้ายแรงที่สุด คือ “ต่อให้คุณเลิกคัดลอกและหันมาเขียนคอนเทนต์เป็นของตัวเอง ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าจะกลับมาติดอันดับบน Google อีกครั้ง”

ดังนั้นแล้ว เราควรสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบคนอื่น และเน้นสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่ากับลูกค้า ถ้าเราสามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายได้ เชื่อสิว่ายังไงคอนเทนต์ของคุณก็มีคนมาสนใจแน่นอน และสามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้ด้วย

เป็นประโยคอมตะตลอดกาลของการทำการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ ประโยคข้างต้นยังซึ่งนักการตลาดทุกคนก็ควรตรวจสอบด้วยว่าคอนเทนต์ของคุณมีจุดบอดหรือไม่ หากมีก็ควรที่จะปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขให้ความบกพร่องนั้นหมดไป อีกทั้งควรอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะเทคโนโลยีและสังคมของโลกเราตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *