กลากน้ำนม เกิดจากอะไร และวิธีดูแลแบบง่าย ๆ

กลากน้ำนมเกิดจากอะไร

กลากน้ำนม (Pityriasis Alba) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะมีผื่นสีขาวหรือสีที่อ่อนกว่าสีผิวปกติ มักเห็นได้ชัดในคนที่ผิวเข้ม กลากน้ำนมมักปรากฏบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหลัง กลากน้ำนมพบได้บ่อยในเด็ก ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงวัยรุ่น

แม้ว่าจะเรียกว่ากลากน้ำนม แต่โรคนี้อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเหมือนกับโรคกลากและโรคเกลื้อนเสมอไป ปัจจุบันแพทย์ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่ามาจากความผิดปกติในการผลิตเม็ดสี และอาจมีปัจจัยอื่นส่งผลร่วมด้วย โรคผิวหนัง ชนิดนี้ไม่ร้ายแรงและสามารถหายได้เองโดยอาศัยเวลาสักระยะ

ลักษณะและสาเหตุของกลากน้ำนม
ผื่นจากโรคกลากน้ำนมเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี บางครั้งอาจไม่มีขอบหรือรูปร่างที่ชัดเจน สีผิวบริเวณที่เป็นผื่นจะดูอ่อนและสว่างกว่าสีผิวปกติ และเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นในคนที่ผิวสีเข้ม คนผิวขาวก็สามารถเป็นโรคกลากน้ำนมได้ แต่อาจสังเกตได้ยากกว่าคนผิวเข้ม
ผื่นของโรคกลากน้ำนมปรากฏได้ทั่วร่างกาย แต่พบบ่อยบริเวณใบหน้า แก้ม คาง คอ แขน หน้าอก และหลัง ขนาดของผื่นมักไม่ใหญ่มาก โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 0.5–5 เซนติเมตร ผื่นอาจเกิดในจุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว หรืออาจเกิดขึ้นหลายจุดพร้อมกัน

นอกจากผื่นสีขาวที่ปรากฏขึ้นแล้ว ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นอาจมีอาการแห้ง คัน ลอก แดง และอักเสบ แต่อาการข้างเคียงเหล่านี้อาจพบได้น้อยและไม่รุนแรงหรือเป็นอันตราย โรคกลากน้ำนมสามารถหายได้เอง โดยใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายปี หรือหายไปเมื่อโตขึ้น แต่ก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

โรคกลากน้ำนมเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กอายุระหว่าง 3–16 ปี ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ผู้ใหญ่สามารถพบกับอาการผื่นจากโรคกลากน้ำนมได้เช่นกัน แต่พบได้น้อยกว่าช่วงวัยเด็ก

ปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของกลากน้ำนม เบื้องต้นพบเพียงว่าผื่นสีขาวที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเม็ดสีของผิวหนังลดลง ส่งให้ผิวดูไม่สม่ำเสมอเฉพาะบางจุด

ส่วนปัจจัยกระตุ้นคาดว่ามาจากการสัมผัสกับรังสียูวี การอาบน้ำบ่อยเกิน การขาดสุขอนามัยที่ดี และการติดเชื้อมาลาสซีเซีย (Malassezia) ที่ทำให้เกิดโรคเกลื้อน นอกจากนี้ กลุ่มผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่ไวต่อการกระตุ้นอาจเสี่ยงต่อโรคกลากน้ำนมมากขึ้น

วิธีบรรเทาอาการโรคกลากน้ำนม

แม้โรคนี้จะสามารถหายเองได้ และไม่ต้องการการรักษาเฉพาะ แต่เพื่อลดความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวนของผื่น และลดอาการระคายเคืองที่อาจขึ้น วิธีต่อไปนี้อาจช่วยได้

1. ใช้สารให้ความชุ่มชื้น

โรคผิวหนังส่วนใหญ่มักทำให้ผิวแห้ง เมื่อผิวแห้งก็มักจะมีอาการคันและอักเสบตามมา กลากน้ำนมก็เช่นกัน ดังนั้น เพื่อป้องกันผิวแห้งและอาการระคายเคือง จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารให้ความชุ่มชื้น อย่างเจล โลชั่น หรือครีม นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้นแล้ว

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารก่อการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สี และสารกันเสีย เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจทำให้อาการผื่น ผิวแห้ง และผิวอักเสบรุนแรงขึ้น

2. ทาครีมกันแดด

รังสียูวีจากแสงอาทิตย์เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดกลากน้ำนมได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายและผิวไวต่อแดด ดังนั้นระหว่างเป็นผื่น หรือแม้แต่ในช่วงที่หายแล้ว ควรใช้ครีมกันแดดที่มีสารป้องกันแสงแดดความเข้มข้นสูงทาผิวหนังทุกครั้งก่อนสัมผัสกับแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหรือร่างกายส่วนอื่น และเช่นเดียวกับสารให้ความชุ่มชื้น

ควรเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากสารก่อการระคายเคือง ร่วมกับการหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยการสวมหมวก กางร่ม และเดินในที่ร่ม

3. ใช้ยาทาจากแพทย์

กลากน้ำนมไม่มียารักษาโดยตรง แต่ในรายที่มีอาการผิวหนังอักเสบ คัน และแดง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาสำหรับทาภายนอกที่ประกอบด้วยยากลุ่มสเตียรอยด์ อย่างยาไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ความเข้มข้นต่ำเพื่อต้านการอักเสบและอาการคัน

ในผู้ป่วยบางราย ยาทาสเตียรอยด์อาจช่วยฟื้นฟูการผลิตเม็ดสีจึงทำให้สีผิวกลับมาสม่ำเสมอได้เร็วขึ้น แต่ยาชนิดนี้จัดเป็นยาอันตรายและเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจึงควรใช้ตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

กลากน้ำนมเป็นโรคผิวหนังที่พบได้ทั่วไปและไม่รุนแรง แต่หากพบอาการผิวหนังอักเสบที่รุนแรงขึ้น ผื่นขยายใหญ่ อาการคันเริ่มรุนแรงและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือกลับมาเป็นผื่นซ้ำ ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรค “กลากน้ำนม” กันมาบ้างใช่ไหม หากสังเกตเห็นรอยแดงอ่อน ๆ ขึ้นเป็นวงด่างขาว ๆ บนหน้าลูก นั่นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อราแต่อย่างใด แต่เป็นโรคผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดจากการลดจำนวนของเม็ดสีที่ผิวหนังลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ว่าแต่กลากน้ำนมมีอาการอย่างไร และจะรักษาด้วยวิธีใดบ้างนั้น เรามีข้อมูลมาบอก

กลากน้ำนมหรือเกลื้อนน้ำนมบนหน้าลูกนั้นเป็นโรคผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดจากการลดจำนวนของเม็ดสีที่ผิวหนังลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้สีผิวบริเวณนั้นจางลงเป็นวงด่าง ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากการแพ้แสงแดดหรือแพ้ลม น้ำเหลืองเสีย ภาวะขาดอาหาร หรือติดเชื้อแบคทีเรียได้ เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย ส่วนใหญ่มักพบในเด็กวัยตั้งแต่อายุประมาณ 3-16 ปี จะพบมากตรงบริเวณใบหน้า คาง แก้ม คอ ไหล่ และแขน แต่โรคนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อราแต่อย่างใดและไม่ใช่โรคติดต่อที่ติดกันได้

อาการของกลากน้ำนม
ลักษณะเริ่มแรกของอาการจะมีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเป็นวง ๆ ดวง ๆ สีแดงหรือสีชมพูจาง ๆ ขนาดตั้งแต่ 0.5-4 เซนติเมตร มีขุยบาง ๆ  ต่อมาจะจางลงทำให้เห็นเป็นวงสีขาว ๆ จุดที่กลากน้ำนมขึ้นได้บ่อย คือ ใบหน้า แก้ม รอบปาก และอาจเกิดขึ้นตามบริเวณของร่างกาย เช่น คอ แขน ไหล่ ลำตัว หน้าอก หลัง และขาได้ มักไม่ค่อยมีอาการคัน คนผิวคล้ำวงขาวของกลากน้ำนมจะเห็นได้ชัดมากกว่าในคนผิวขาว สามารถหายได้เองภายในไม่กี่เดือน หรือบางรายอาจมีอาการเป็นปี

การรักษากลากน้ำนม           

  • อาบน้ำหรือล้างทำความสะอาดบริเวณที่เป็น ด้วยสบู่อ่อน ๆ เช่น สบู่เหลว สบู่เด็ก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสำหรับเด็กอ่อน
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมทาผิวบริเวณที่เป็นรอยด่าง เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว
  • ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดเบา ๆ เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนผ้าเช็ดหน้า หรือผ้ากันเปื้อนบ่อย ๆ จะช่วยให้รอยด่างขาวจางลงและหายไปได้เร็วขึ้น
  • อาบน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นพอประมาณ ไม่อุ่นมากจนเกินไป เพื่อป้องกันผิวแห้ง
  • ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกชนิดสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • ถ้ารักษาตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือลุกลามควรพาไปหาหมอเพื่อรักษาตามอาการ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *