สหมงคลฟิล์มภูมิใจเสนอภาพยนตร์เรื่อง “กระสือวาเลนไทน์”

กระสือวาเลนไทน์ Ghost of Valentine (2006)

แนวภาพยนตร์ ดราม่า-สยองขวัญ
กำหนดการฉาย 9 ก.พ. 2549
สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ดำเนินงานสร้าง มหาการภาพยนตร์
อำนวยการสร้างบริหาร สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ควบคุมงานสร้าง เอมอร ชนะภัย
กำกับภาพยนตร์ ยุทธเลิศ สิปปภาคบท
ภาพยนตร์ ยุทธเลิศ สิปปภาค
กำกับภาพ สมคิด พุกพงษ์
ลำดับภาพ ธวัช ศิริพงษ์
ออกแบบงานสร้าง ศรายุทธ์ พุ่มเพรา
กำกับศิลป์ คชา เรืองทอง
ออกแบบเสื้อผ้า รัศมิมาน สามะพุทธิ
แต่งหน้า-ทำผม ธนาวุฒิ บู่สามสาย
ภาพนิ่ง กันต์ สุสังกรกาญจน์
นำแสดงโดย ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์, พลอย จินดาโชติ, โกวิท วัฒนกุล,
วิยะดา อุมารินทร์, ด.ญ. อดิญา วัฒนชัยมงคล, ณรงค์ รตาภรณ์ (โกร่ง กางเกงแดง), อนันต์ แต่งผล (โพธิ์ทอง), สมัคร ผลประเสริฐ (ยอด นครนายก)
เรื่องย่อ
ณ โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ…มีเรื่องราวความรักถือกำเนิดขึ้นพยาบาล “สาว” (พลอย จินดาโชติ) แสนสวยบุคลิกดี ซึ่งถึงแม้ว่าเธอเพิ่งจะย้ายมาประจำการ ณ โรงพยาบาลแห่งนั้นได้ไม่นานนัก แต่เธอก็เป็นที่รักใคร่ชอบพอของเพื่อนร่วมงานทุกคนในโรงพยาบาล ไม่เว้นแม้แต่ภารโรง “หนุ่ม” (เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) คนซื่อที่ถูกชะตากับพยาบาลสาวตั้งแต่แรกเห็นในวันวาเลนไทน์ของปี 2549 นี้ด้วย
“ดอกกุหลาบ” ดอกแรกที่สาวได้รับจากภารโรงหนุ่มโดยบังเอิญในวันแห่งความรักนั้น นำไปสู่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดและความผูกพันกันอย่างคาดไม่ถึง
หรือพรหมลิขิตที่สาวเชื่อมั่นอยู่เสมอจะชักพาให้เธอพบกับความรักครั้งใหม่ หลังจากที่ถูกหักอกกับรักครั้งเก่า จนต้องพกพาความบอบช้ำย้ายเข้ามาทำงาน ณ โรงพยาบาลแห่งนี้…ที่ความรักกำลังดำเนินไป
ก่อนหน้านี้สาวมักจะมีอาการประหลาดที่ต้องตื่นขึ้นมาอาเจียนในทุก ๆ เช้า และทุกครั้งสิ่งที่เธออาเจียนออกมานั้นดูไม่แตกต่างจากรกเด็กที่เธอเคยเห็นในห้องคลอดเลยสักนิด รวมทั้งเธอยังมีอาการเห็นภาพซ้อน แวบเข้ามาในสมองอย่างไม่มีที่มาที่ไป และภาพที่เห็นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นภาพของโรงพยาบาลแห่งเดียวกันนี้ในยุคสงครามเมื่อกว่าหกสิบปีที่ผ่านมา
เท่านั้นไม่พอ สาวยังได้พบกับ “ภาพถ่ายเก่า ๆ ใบหนึ่ง” ดูหนังออนไลน์ไทย ในกล่องเหล็กซึ่งถูกวางอยู่ในห้องพักของเธอมาเนิ่นนาน ในภาพนั้นเป็นภาพของหนุ่มในชุดทหารสมัยสงครามถ่ายคู่กับเธอในชุดพยาบาลในยุคเดียวกัน และด้านหลังภาพถ่ายเป็นลายมือของหนุ่มที่เขียนถึงเธอ
จากข้อความบางอย่าง มันได้บ่งบอกว่า ในชาติที่แล้วทั้งสองคนนี้คือคู่รักกัน
แต่ยังไม่ทันที่สาวจะนำภาพถ่ายใบนั้นไปให้หนุ่มคลายความเคลือบแคลงสงสัยของเธอลง อุบัติเหตุหนึ่งกลับทำให้หนุ่มกลายเป็นอัมพาต และไม่สามารถสื่อสารใด ๆ ได้นอกจากแค่การกะพริบตา
หรือเวรกรรมกำลังจะตามมาสนองคู่รักเมื่อชาติที่แล้วคู่นี้อย่างเท่าทัน
ขณะเดียวกัน ในค่ำคืนแห่งความสับสน สาวกลับค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวภายในร่างกายของเธออย่างยากที่เธอจะเชื่อได้มันคืออะไรกัน
หรือเธอเองจะมีส่วนผูกโยงกับ “กระสือสาว” ที่ถูกร่ำลือถึงบ่อย ๆ
ณ โรงพยาบาลเก่าแก่แห่งนี้…เรื่องราวความรักกำลังจะจบลง
เบื้องหลังงานสร้าง
ผู้กำกับมือฉมัง “ยุทธเลิศ สิปปภาค” เจ้าของผลงานสร้างชื่อสุดฮิตอย่าง มือปืน / โลก / พระ / จัน, กุมภาพันธ์, บุปผาราตรี, สายล่อฟ้า และ บุปผาราตรี เฟส 2 กลับมาอีกครั้งกับหนังดราม่า-สยองขวัญเรื่องล่าสุด “กระสือ วาเลนไทน์” ผลงานการกำกับภาพยนตร์ลำดับที่ 6 ที่จะมากล่อมให้คุณรู้ซึ้งว่า “ความรักไม่ใช่เรื่องพรหมลิขิต” อีกต่อไป ผสานไปกับเสียงฮาและความสยอง เพื่อรับขวัญเทศกาลวันแห่งความรัก…โดยเฉพาะ
“เดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นเดือนแห่งความรัก ใคร ๆ ก็พูดถึงเรื่องความรักกัน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว แต่อยู่ ๆ พี่ก็คิดถึงเรื่องกระสือขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะมันคือหนังเรื่องแรกที่ได้ดูในชีวิตตอนเด็ก ๆ ก็เป็นได้ มันเหมือนถูกฝังอยู่ในตัวเรามานานมาก นานจนอยู่ดี ๆ มันก็โผล่ขึ้นมา แล้วมาผนวกกับเรื่องราวความรักเข้า ถ้าเป็นเรื่องความรักของกระสือ มันจะน่าสนใจมั้ย เป็นเรื่องความรักของคนที่ไม่มีร่าง แต่หัวใจยังมีอยู่ เป็นหัวใจปกติของคนทั่วไป มันจะเป็นยังไง เรามองว่ามันเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ก็เริ่มจากตรงนี้แหละ”
“กระสือที่ใคร ๆ ก็มักจะมองว่าเป็นผีที่น่ากลัว น่าขยะแขยง แต่พี่ไม่ได้มองว่ากระสือเนี่ยเป็นผี พี่ว่ากระสือเนี่ยแตกต่างจากผีประเภทอื่น ๆ เพราะว่าผีประเภทอื่น ๆ เนี่ยคนจะกลัว และสามารถทำร้ายคนอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะนางนาค ไม่ว่าจะผีปอบ ไม่ว่าจะจูออน พวกนี้เค้าจะทำร้ายทุกคนได้ตลอด น่ากลัว แต่ส่วนกระสือเนี่ยส่วนใหญ่จะโดนทำร้าย หรือไล่ หรืออะไรก็ตาม กระสือในความรู้สึกพี่มันคือ ตัวประหลาด คนที่ผิดปกติ เป็นคนที่ผิดปกติมากกว่าเป็นวิญญาณของผี หรือเป็นผีจริง ๆ มันมีความเป็นคนอยู่ คือมันอาศัยอยู่บนร่างของคน ไม่ได้เกิดมาเป็นผีเลย มันก็เหมือนกับมนุษย์หมาป่าที่จะออกมาตอนพระจันทร์เต็มดวง แต่กระสือเนี่ยออกตอนกลางคืน หากินตอนกลางคืน แล้วสิ่งที่มันกินเนี่ย มันกินอุจจาระ กินเศษอาหาร กินรกเด็ก มันเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า ทำไมมันต้องมากินอะไรแบบนี้”
Do You Believe in Destiny?…ครั้งหนึ่งผู้กำกับยุทธเลิศ เคยขับกล่อมคำถามนี้ให้ดังกึกก้องจากนิวยอร์คสู่บางกอกมาแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่กับหนังเรื่องใหม่ของเขาใน พ.ศ. นี้ เขาได้พลิกมุมมองความรักจากเดิมลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยการขีดฆ่าคำว่า “พรหมลิขิต” ออกจากสารบบของ “ความรัก” และเปิดทักทายผู้ชมกับแง่มุมใหม่ของความรักที่เข้มข้นและจริงจังมากขึ้น…ไม่มีการล้อเล่นอีกต่อไป???
“อย่างเรื่องอื่น ๆ เค้าอาจจะพูดถึงความรักประมาณว่า ความรักทำให้คนตาบอด, ความรักทำให้เกิดปาฏิหาริย์, ความรักคือพรหมลิขิต แต่กับ ‘กระสือวาเลนไทน์’ จะพูดถึงความรักในแง่ที่ว่า ความรักไม่ใช่เรื่องของพรหมลิขิต มันมีบางอย่างลิขิต ซึ่งมีพลังมากกว่าพรหม คือจะพูดในแบบจริงจังเลย ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกันได้ง่าย ๆ”
“เรื่องนี้มันคงหนักไปในทางดราม่ามากกว่าที่จะเป็นหนังรักเพียว ๆ อารมณ์มันจะเป็นดราม่ามากกว่า คือพระเอกนางเอกจะไม่มีเวลาของความโรแมนติก แต่จะเป็นการเกี่ยวพันกันในเรื่องของชีวิต เป็นดราม่า เป็นหนังชีวิตมากกว่า เป็นชีวิตหนัก ๆ เลย แล้วก็จะมีความสยองขวัญกับตลกเข้ามาแทรกอยู่บ้าง”

หนังจะมาพร้อมนักแสดงคู่สยองขวัญวันวาเลนไทน์อย่าง “พลอย จินดาโชติ” นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่จะมาหว่านเสน่ห์บนจอภาพยนตร์เป็นครั้งแรกคู่กับ “เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์” นักแสดงชายเจ้าบทบาท (ไอ้ฟัก, ซุ้มมือปืน) ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่าง โกวิท วัฒนกุล, วิยะดา อุมารินทร์ และนักแสดงรับเชิญมากมายตามสไตล์หนังยุทธเลิศ…เขาล่ะ
“นักแสดงทุกคนจะเลือกจากคาแร็คเตอร์และความเหมาะสมของบทเป็นหลัก แน่นอน เต้ (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) เนี่ยจะเห็นฝีมือการแสดงของเค้าแล้วไม่ต้องห่วง ส่วนพลอย (จินดาโชติ) ที่รับบทกระสือเนี่ย เป็นผู้หญิงที่สวยแต่ไม่อ่อนหวาน เหมือนนางเอก เหมือนกระสือหนังผีทั่วไป คือจริง ๆ บทนี้ ไม่ได้แพลนจะให้พลอย แต่ว่าตัวจริงของพลอยจะมีคาแร็คเตอร์แข็ง ๆ อยู่ด้วย คาแร็คเตอร์แบบนี้ พี่คิดว่ามันมีเสน่ห์บางอย่างกับตัวกระสือ เพราะกระสือเนี่ยจริง ๆ แล้วมันมีคาแร็คเตอร์ที่บอบบาง แต่ต้องสร้างคาแร็กเตอร์บางอย่างที่ปกปิดความรู้สึกที่บอบบาง ปกปิดความอ่อนแอของเค้าเอาไว้ ซึ่งคาแร็คเตอร์ของพลอยจะเหมาะและน่าสนใจที่จะเอามาทำเป็นกระสือ ส่วนอาโกวิทกับพี่อูมนั้นคือไม่ต้องห่วงล่ะ ทั้งคู่เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทอยู่แล้ว ซึ่งถ้ามีโอกาสร่วมงานด้วยก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และแกเองก็เอ็นจอยที่อยากจะทำงานกับเรากันด้วย”
“นักแสดงตลกที่มีในเรื่องก็คือ น้าโพธิ์ทอง มาจาก ‘สายล่อฟ้า’ ลุงโกร่ง มาจาก ‘มือปืน โลก พระ จัน’ คือแกก็ถาม ๆ มา ว่ามีบทไหนให้เล่นบ้างหรือเปล่า อีกคนก็ตลกเก่าเหมือนกัน น้ายอด นครนายก แล้วที่ไม่ใช่นักแสดงตลกแต่เป็นคนตลกก็คือ พี่อังเคิลกับพี่บุญถิ่น จาก ‘บุปผาราตรี’ ก็มาเล่นเป็นตำรวจเหมือนเดิม เหมือนที่เคยไปดูผีที่ออสการ์อพาร์ตเมนต์มาก่อน เพราะว่าโรงพยาบาลที่เกิดเรื่องเนี่ยเป็นท้องที่เดียวกันกับออสการ์ อพาร์ตเมนต์ ทั้งคู่ก็เลยต้องมาดูแลแถวโรงพยาบาลนี้ด้วยเหมือนกัน”
ในส่วนของโลเกชั่นที่ใช้ถ่ายทำนั้น หนังเลือกใช้สถานที่จริงอย่าง “โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “โรงพยาบาลรถไฟ” ย่านมักกะสัน เป็นสถานที่ถ่ายทำเกือบตลอดทั้งเรื่อง เพราะมีความพร้อมในทุก ๆ ด้านตามที่หนังต้องการให้เป็นฉากหลัง ดังนั้นจึงง่ายต่อการออกแบบงานสร้างในเรื่องนี้ที่จะอิงกับหลักความจริงให้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
“หนังเรื่องนี้ไม่ได้ออกแบบอะไรมากมาย เราเลือกโลเกชั่นที่เหมาะ แล้วโลเกชั่นนี้มันก็มีอยู่แล้วด้วย เราไม่ต้องหาเราใช้สถานที่จริง ทุกอย่างจริงหมด ไม่มีการออกแบบ โรงพยาบาลก็โรงพยาบาลจริง บ้านพักหมอก็ของจริง ทุกอย่างจะจริงหมด”
และเมื่อพูดถึงในส่วนของการก่อร่างสร้างกระสือขึ้นมานั้น แน่นอนที่จะต้องมีเรื่องของเทคนิคซีจีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยที่เข้ามาเสริมเนื้อเรื่อง เติมเต็มความสมบูรณ์ทางด้านอารมณ์เพื่อสร้างสีสันให้กับหนัง โดยไม่เบียดเบียนสาระสำคัญที่ผู้กำกับต้องการบอกเล่าแต่อย่างใด
“ซีจีในเรื่องนี้จะอยู่ที่ประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์เองนะ คิดว่าไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะหนังพี่ไม่เน้นตรงส่วนนี้อยู่แล้ว ตัวกระสือจะทำเป็นหุ่น หล่อหัวขึ้นมา หล่อไส้ขึ้นมา ซึ่งพี่คิดว่าซีจีทำได้แต่ไม่ได้ในเรื่องความรู้สึก การหล่อไส้ขึ้นมามันได้ความรู้สึกเหมือนจริงมากกว่าซีจี ซีจีเอามาใช้ตอนลอย ตอนอะไรเท่านั้นเอง พี่ยังเชื่อว่าภาพที่เกิดจากคน มันใกล้ความจริงมากกว่าภาพที่เกิดจากซีจี”
แปลงร่าง…กระสือ

You might also like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *